Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Right Style by Bom+
•
ติดตาม
30 ก.ค. 2025 เวลา 05:50 • ข่าวรอบโลก
10 วัน ไม่ต่างกับ 50 วัน ไม่มีผลอะไร
ทรัมป์ยื่นคำขาด “ต้องหยุดยิง” ถึงปูตินแล้ว
รัสเซียมีเวลาเหลือ 10 วันในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครน ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กล่าวขณะออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน เมื่อ 29 กรกฎาคม 2025 ก่อนขึ้นบินจากสกอตแลนด์ “10 วันนับจากวันนี้” ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว [1]
ก่อนหน้านี้ไม่นานในช่วงกลางเดือนนี้ ทรัมป์ขู่ว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อรัสเซียและประเทศคู่ค้า หากรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครนได้ภายใน 50 วัน (ตอนนี้ผ่านไปประมาณครึ่งเดือน ลดเหลือ 10 วัน คำนวณจริงๆ ก็ลดไปครึ่งหนึ่งของคำขาดรอบก่อน)
เมื่อ 28 กรกฎาคม 2025 ทรัมป์กล่าวว่าเขาผิดหวังในตัวประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย และจะย่นระยะเวลา 50 วันที่กำหนดไว้สำหรับรัสเซียในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ต่อมาเขากล่าวว่าจะย่นระยะเวลาดังกล่าวให้เหลือ 10-12 วัน ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขาไม่สนใจที่จะเจรจากับปูตินอีกต่อไปแล้ว [2]
”ผมผิดหวังกับตัวปูตินมาก” ทรัมป์กล่าวที่สกอตแลนด์เมื่อ 28 กรกฎาคม 2025 เครดิตภาพ: Christopher Furlong / Getty Images
ทรัมป์ระบุว่าหลังจากผ่านเส้นตายนี้ไปแล้ว (มีผลบังคับใช้ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2025) สหรัฐจะกำหนดมาตรการภาษีนำเข้า “และมาตรการอื่นๆ” ต่อรัสเซียตามที่ให้คำมั่นไว้ แต่เขายังไม่สามารถบอกได้ว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อรัสเซียหรือไม่ “อาจส่งผลกระทบต่อรัสเซีย หรือ อาจไม่ส่งผลกระทบต่อรัสเซียก็ได้” ทรัมป์กล่าวเสริม
ทั้งนี้ทรัมป์ตั้งข้อสังเกตว่าประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียดูแล้วต้องการทำสงครามในยูเครนต่อไป และฝ่ายรัสเซียยังไม่ให้คำตอบใดๆ กับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ (จะหยุดยิงไหม? ซึ่งไม่น่าจะ) เมื่อถูกถามว่าเขากังวลหรือไม่ว่ามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในตลาดน้ำมัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า “ผมไม่กังวลเรื่องนั้น”
2
■
ภาควิเคราะห์และความเห็น
เริ่มจากความเป็นไปได้ที่ว่าสถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับยูเครนน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงไปในภาพรวม สำหรับรัสเซีย คำขาดของทรัมป์ล่าสุดย่อมเป็นสิ่งที่ปูตินก็อาจรู้สึกบ้าง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
และหากเราไม่คำนึงถึงว่าสหรัฐฯ จะส่ง “อาวุธสุดยอดอะไรก็ตาม” ให้ยูเครนไว้ใช้ภายในกรอบเวลา 10-12 วันต่อจากนี้ (ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้) หรือว่าตอนแรกพวกเขาวางแผนที่จะส่งมอบให้ภายในกันยายนนี้ คำขู่ของทรัมป์เกี่ยวกับการคว่ำบาตรต่อรัสเซียก็อาจเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น
ประเด็นที่น่าจับตามองน่าจะเป็น “มาตรการคว่ำบาตรทางภาษีแบบทางอ้อม” ต่อประเทศคู่ค้าที่ซื้อทรัพยากรพลังงานของรัสเซีย ซึ่งก็คือ “อินเดีย” และ “จีน” นั่นเอง ทรัมป์กำลังคิดที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับประเทศผู้ผลิตทั้งสองนี้อยู่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม เหตุใดเหตุผลเหล่านี้จึงเปลี่ยนไปในเดือนกันยายน หรือแม้แต่ในเดือนสิงหาคมนี้
รัสเซียยังคงเป็นซัพพลายเออร์ด้านพลังงานรายใหญ่ของโลก และรายเดียว? ที่เป็นอิสระ 100% จากสหรัฐอเมริกา ในทางทฤษฎีแล้วเป็นไปได้ที่จะหาทางปฏิเสธน้ำมันของรัสเซีย อิหร่าน เวเนซุเอลา หรืออาหรับ และแทนที่ด้วยน้ำมันจากอเมริกาแทนทั้งหมด (เช่นเดียวกับก๊าซ) แต่ในความเป็นจริงการค้ามันอยู่ในระเบียบภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด
1
เครดิตภาพ: Globely News
ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่า “จีน” หรือ “อินเดีย” จะยอมรับเรื่องนี้ได้ (ซื้อน้ำมันจากอเมริกาโดยสมบูรณ์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนสั่งนำเข้าทรัพยากรพลังงานของรัสเซียด้วยราคาต้นทุนที่กดต่ำ และที่สำคัญพวกเขาคงไม่อยากสั่งหรือพึ่งพาคู่แข่งสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างสหรัฐอเมริกา
แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องหลงระเริงไปกับภาพลวงตาเกี่ยวกับความจำเป็นของน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย แต่เพื่อให้มาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมของสหรัฐมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแรงกดดันจากสหรัฐฯ ในทางหนึ่ง กับการมองการณ์ไกลในเชิงยุทธศาสตร์ ประกอบกับความระแวงในหมู่พันธมิตรของรัสเซียในอีกทางหนึ่ง
จากมุมมองของทรัมป์ เขาได้ใช้ปัจจัย “ความเกลียดชังรัสเซียของยุโรป” เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าการที่บุคคลอย่าง “อัวร์ซูลา ฟ็อน เดอ เลเยน” ยังได้เป็นผู้นำสหภาพยุโรปถือว่าเอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐ
อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้เพิ่มโอกาสในการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมกับพันธมิตรของรัสเซีย แต่กลับตรงกันข้ามกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซในสหรัฐอเมริกามีขีดจำกัด และต้องใช้เวลาในเติมเข้าสต๊อก ดังนั้นแม้แต่การตัดขาดยุโรปโดยสิ้นเชิงจากพลังงานของรัสเซียในเดือนกันยายนหรือสิงหาคมนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ยังไม่รวมถึงกลไกของมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมที่อธิบายไว้ข้างต้น
เครดิตภาพ: AP Photo
มาตรการคว่ำบาตรรองทางกฎหมายถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับสหประชาชาติและองค์การการค้าโลก (WTO) ชาติตะวันตกน่าจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่สำหรับอินเดียและจีน นี่เป็นการละเมิดอธิปไตย ปฏิกิริยาตอบโต้อาจรุนแรงและเป็นไปตามหลักการ สหรัฐมีศักยภาพทางเทคนิคในการปิดกั้นการส่งออกจากประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับตะวันตกเองก็มีต้นทุน รวมถึงการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และแรงกดดันทางการเมืองภายในกลุ่ม G20
บางทีข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรปและข้อตกลงเบื้องหลังกับซาอุดิอาระเบียและอินเดียของสหรัฐ อาจเป็นพื้นฐานสำหรับแรงกดดันต่อรัสเซีย แต่ซาอุดิอาระเบียได้แสดงให้เห็นแล้วในช่วงปี 2022 – 2024 (หลังเกิดสงครามยูเครน) ว่าผลประโยชน์ของเอเชียและกลุ่มโอเปกพลัสยังสะท้อนถึงความเป็นจริง ไม่ใช่จากแรงกดดันภายนอก จึงเห็นว่าคำขาดของทรัมป์ที่ลดจาก 50 เหลือ 10 วัน ไม่น่าจะส่งผลอะไรในระยะสั้นเกี่ยวกับเรื่องการค้าของรัสเซียกับกลุ่มพันธมิตร
เห็นล่าสุดมีการเจรจากันระหว่างจีนกับสหรัฐ และได้ข้อสรุปที่อาจยังไม่ใช่รูปธรรม แต่ก็เห็นตรงกันว่าจะพักรบสงครามภาษีและยืดเวลาออกไปอีก
เรียบเรียงโดย Right Style
30th Jul 2025
■
อ้างอิง:
[1]
https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-07-29/trump-says-russia-has-10-more-days-to-reach-ukraine-truce
[2]
https://www.youtube.com/watch?v=oBJqr10Ds9o
<เครดิตภาพปก: Eva Korinkova / REUTERS>
russia
สหรัฐอเมริกา
ข่าวรอบโลก
2 บันทึก
19
10
2
2
19
10
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย