1 ส.ค. เวลา 02:14 • ข่าวรอบโลก

มาเลย์อาจไม่รับว่าที่ทูตสหรัฐ

นิติภูมิธณัฐ
มิ่งรุจิราลัย
 
การคัดเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตในต่างประเทศของสหรัฐ
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักการทูตอาชีพ
เพียงแต่เป็นผู้ถูกใจหรือเป็นผู้ที่เคยสนับสนุนและช่วยเหลือการหาเสียงของผู้ที่เป็นประธานาธิบดีก็ได้
ตำแหน่งเอกอัครราชทูตของสหรัฐถือเป็น Political Appointee
หมายถึง ‘เป็นตำแหน่งทางการเมือง’
อย่างเช่น นายนิค อดัมส์ ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมาเลเซีย
ตัวแกเองเป็นนักเขียนสายอนุรักษ์นิยม
ไม่เคยทำงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ​ หรือไม่เคยเป็นนักการทูตอาชีพมาก่อน
หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐชี้ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งไปเป็นทูตประเทศใดแล้ว
สำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอและสำนักงานจริยธรรมภาครัฐ จะสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน
การเปิดเผยทรัพย์สิน จรรยาบรรณของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นเอกอัครราชทูต
ที่สำคัญคือเรื่องการชำระภาษี
หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอน Senate Nomination หรือ ‘การส่งรายชื่อเข้าสู่วุฒิสภา’
ประธานาธิบดีต้องลงนามส่งชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งไปยัง Senate Foreign Relations Committee หรือคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภา
 
ขั้นตอนต่อไปคือ Confirmation Hearing หรือ ‘การไต่สวนในวุฒิสภา’
1
ผู้ได้รับการเสนอชื่อจะต้องไปตอบคำถามต่อคณะกรรมาธิการต่อหน้าสาธารณชน
(บางครั้งมีการถ่ายทอดทั้งภาพและเสียง)
วุฒิสมาชิกจะซักถามเรื่องความเข้าใจในประเทศที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ ท่าทีทางการเมือง จริยธรรม
ความสามารถด้านภาษาและวัฒนธรรม
หากคำตอบไม่เป็นที่พอใจก็จะโดน Object to the nomination หรือ Oppose the nomination
ที่หมายถึง ‘คัดค้านการเสนอชื่อหรือคัดค้านการแต่งตั้ง’
หรือ ‘ระงับการพิจารณาชั่วคราว’ หรือ Hold ซึ่งเป็นการดึงเรื่องเพื่อชะลอการลงมติในวุฒิสภา
หลังจากการไต่สวน คณะกรรมาธิการจะลงมติเสนอเรื่องเข้าสู่วุฒิสภาเต็มคณะ
คนที่จะได้รับการยืนยัน หรือ confirm ให้ไปเป็นเอกอัครราชทูตจะต้องผ่าน simple majority หรือ ‘ผ่านการเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก’
ขั้นตอนต่อไป เป็น ‘การขอรับรองจากประเทศปลายทาง’
รัฐบาลสหรัฐจะต้องส่งชื่อผู้ที่วุฒิสภาลงมติยืนยันเพื่อขออั๊กเกรม็องหรือ ‘ความยินยอมอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประเทศเจ้าบ้าน’
ประเทศเจ้าบ้านหรือประเทศปลายทางมีสิทธิปฏิเสธโดยไม่ต้องให้เหตุผล
 
เมื่อได้รับอั๊กเกรม็องแล้ว ประธานาธิบดีจึงลงนามแต่งตั้ง ผู้ได้รับการแต่งตั้งจึงเดินทางไปยังประเทศนั้น
1
เพื่อยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อประมุขของประเทศ
เมื่อยื่นแล้ว จึงเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้
ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อนายนิค อดัมส์ ไปเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมาเลเซีย
รัฐบาลมาเลเซียกำลังแสดงท่าทีว่าอาจจะไม่รับบุคคลผู้นี้เข้ามาเป็นเอกอัครราชทูต
เพราะแกเคยโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียตำหนิศาสนาอิสลาม
และข้อความ “If you don’t stand with Israel, you stand with terrorists.”
(ถ้าคุณไม่ยืนเคียงข้างอิสราเอล นั่นหมายความว่าคุณกำลังยืนเคียงข้างผู้ก่อการร้าย)
1
ดาโต๊ะ มุฮัมมัด ซาอิด บิน อิบราฮิม อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียและสมาชิกวุฒิสภา
และนายไครี จามาลุดดิน อาบู บากัร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬา
รวมถึงกลุ่มเยาวชนและองค์กรต่างๆ ของมาเลเซีย
กำลังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซียปฏิเสธที่จะรับนายอดัมส์มาเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐที่ประเทศของตน
เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ครับ มองในมุมของคนมาเลเซียก็รู้สึกว่านายอดัมส์ปฏิเสธความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1
และเหยียดความรู้สึกของคนมาเลเซีย
มองในมุมของสหรัฐก็คือ มาเลเซียไม่ให้ความร่วมมือและอาจนำไปสู่ผลตอบโต้ทางเศรษฐกิจ
หรือนโยบายจากสหรัฐที่จะขึ้นภาษีนำเข้าในอนาคต
ขณะนี้ มาเลเซียยังไม่ได้ปฏิเสธอย่างเป็นทางการ
รัฐบาลอยู่ในระหว่างความรู้สึกกลัวๆ กล้าๆ
กลัวกลุ่มประชาชนที่ต่อต้าน และกลัวทั้งสหรัฐ ซึ่งเป็นมหาอำนาจ ที่อาจจะตอบโต้ทำให้มาเลเซียมีความยุ่งยากได้
1
การโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย (ถึงแม้จะลบไปแล้ว) มีผลต่อหน้าที่การงานของผู้โพสต์
อย่างเช่นนายไมค์ วอลท์ซ ที่ถูกพ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติใน ค.ศ.2025
ข้อหาชอบโพสต์เฟอะฟะและเพิ่มนักข่าวเข้าไปในกลุ่มแชทแอพ Signal
ตอนนี้ ทรัมป์กำลังเสนอชื่อนายวอลท์ซให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2025
1
ผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 12-10 ขณะนี้สถานะรอ confirm จากวุฒิสภาเต็มคณะ
 
สมัยนี้ จะคอมเมนต์อะไร มีผลต่ออนาคตของตัวเองจริงๆ ครับ.
2
โฆษณา