6 ส.ค. เวลา 12:31 • ปรัชญา

อย่าปล่อยให้ชีวิตติดกับ

เหตุการณ์ปะทะกันของทหารหาญตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา เป็นเรื่องน่าหดหู่หัวใจเหลือเกิน เมื่อสองฝ่ายหันปากกระบอกปืนสาดกระสุนเข้าใส่กัน
จุดประสงค์เดียว เพื่อฆ่า ให้อีกฝ่ายหมดลมหายใจ
ทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักกัน ไม่มีเรื่องบาดหมางกันเป็นการส่วนตัว แต่ทำตามคำสั่งของผู้บงการฆ่า ที่นั่งบัญชาการรบอยู่ในห้องแอร์
พลเมืองทั้งสองประเทศต่างงุนงงสงสัย
สั่งฆ่ากันทำไม ..?
นักวิชาการ กูรู ผู้มีภูมิทั้งหลาย รวมทั้งชาวบ้านร้านตลาด ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ถึงสาเหตุที่ต้องใช้กำลังทหารเข้าปะทะทำสงครามกัน แม้จะไม่ประกาศอย่างเป็นทางการก็ตาม
ลำพังประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนจะทะเลาะกัน อย่างดีก็แค่มีปากเสียง ชกต่อย ทุบตีกันพอหอมปากหอมคอ เมื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความเคารพเข้ามาห้ามปราม ก็จะแยกย้ายเลิกรากันไป
เพราะหากสืบสาวราวเรื่องย้อนหลังกลับไปถึงรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดกันจริงๆ ทั้งสองฝ่ายอาจเป็นญาติโกโหติกากันแทบทั้งหมู่บ้าน
เส้นแบ่งเขตแดนเพิ่งขีดขึ้นมาทีหลัง หลังจากที่พี่น้องชาวบ้านเขาอยู่กันมาตั้งแต่โบราณ
ลองกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ย้อนหลัง จะพบว่าการแบ่งแยก รวมกัน แล้วก็แบ่งแยก จนเป็นประเทศต่างๆในปัจจุบันนี้ ล้วนมาจากการแก่งแย่งชิงดินแดนกันแทบทั้งสิ้น
จนถึงวันนี้เหตุการณ์ใช้กำลังเข้าปะทะกัน ยังคงดำเนินต่อไป ด้วยเหตุผลเดิมๆ เพียงเพื่อแย่งชิงดินแดน แย่งทรัพยากรธรรมชาติ ตามความโลภของผู้นำประเทศเพียงไม่กี่คน
โดยใช้เหตุผลที่ฟังดูดี เพื่อความเป็นระเบียบ เพื่อการพัฒนา และเพื่อสันติภาพ แล้วแต่จะสรรหาคำพูดอะไร ที่ประชาชนฟังแล้วคล้อยตาม จนเกิดความเชื่อ หลังจากนั้นก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเข้าห้ำหั่นกัน
ฆ่าเพื่อสันติภาพ เครื่องมือของผู้นำที่ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อทำสงครามในปัจจุบัน
กับระเบิดที่ผู้นำอำมหิตของกัมพูชา ได้กระทำการละเมิดข้อตกลง ตามอนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามทั่วโลกผลิต สะสม โอนย้าย และใช้ในสงคราม ยังถูกผู้นำกัมพูชาสั่งให้ทหารนำมาสังหารทหารไทย ทำให้ขาขาดไปสอง และบาดเจ็บสาหัสไปอีกหลายนาย
ย้อนกลับไปมองเหตุการณ์สังหารหมู่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2518 ถึง พ.ศ. 2522 ซึ่งกินเวลานานถึง 4 ปี ถือเป็นการก่ออาชญากรรมที่รุนแรงครั้งใหญ่ของโลก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 3 ล้านคนจากฝีมือของเขมรแดง
ที่น่าสะเทือนใจที่สุด จากบันทึกคำให้การของผู้ที่รอดชีวิต ทหารเขมรแดงใช้จอบเป็นอาวุธสังหารเหยื่อ เพื่อประหยัดกระสุนปืน
หลักฐานปรากฎร่องรอยชัดเจนบนกะโหลกของเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุชาวเขมรที่ขุดค้นพบ และเก็บรักษาเอาไว้ในอนุสรณ์สถาน ณ.ทุ่งสังหารเจิงเอก กรุงพนมเปญ
เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งศตวรรษ จากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของกัมพูชาครั้งนั้นกลิ่นความตายเริ่มโชยมาเข้าจมูกอีกครั้ง จากความคิดอำมหิตของผู้นำกัมพูชาคนปัจจุบัน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมอยู่ในคณะผู้ก่อกรรมทำเข็ญในครั้งนั้น
แต่ครั้งนี้เหตุการณ์ร้ายเริ่มขยายวงกว้าง รุกล้ำกินแดนประเทศไทยเข้ามาลึกและยาวตลอดแนว 800 กิโลเมตร ขอให้ประชาชนคนไทยผู้รักชาติทั้งหลายอย่าได้ประมาท เตรียมตั้งรับให้ดี
จับตาพฤติกรรมที่น่าสงสัยของใครบางคนในรัฐบาล ที่ฝักใฝ่ในผลประโยชน์ร่วมกับผู้นำกัมพูชา
ไส้ศึกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบ่อนทำลายให้กองทัพ กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าของไทยเรา อาจเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้แก่ข้าศึกที่อ่อนด้อยกว่าได้
ขอคารวะหัวใจพี่น้องทหารหาญแห่งกองทัพไทย ที่เดินเท้าลาดตระเวนตามแนวชายแดน ทำหน้าที่เป็นรั้วเคลื่อนที่ที่มีลมหายใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าร่างกายของตัวเองตกเป็นเป้ากระสุนของศัตรูฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา ก็ยังยอมเสี่ยงสละเลือดเนื้อและชีวิต แลกกับอธิปไตยของชาติ
กับระเบิดตูมใหญ่ ไม่อาจหยุดยั้งหัวใจอันกล้าแกร่งของความรักชาติลงไปได้ อย่างดีก็แค่พรากเอาขาข้างหนึ่งของเขาไป
แม้ร่างกายจะพิการไปตลอดชีวิต แต่ความภาคภูมิใจในภาระกิจอันยิ่งใหญ่ จะจารึกอยู่ในใจพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ในฐานะผู้มีพระคุณต่อแผ่นดินไทย ไปตลอดกาล
ต่างจากผู้นำบางคนที่จิตใจความรู้สึกยังตกอยู่ภายใต้ความดำมืด เป็นทาสความโลภในอำนาจและทรัพย์สิน ชนิดที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดไปจนวันตาย
แม้ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ผู้คนทั้งโลกยังก่นด่าสาปแช่ง ไม่มีวันลืม
บทเรียนที่มนุษย์ทุกนามต้องตระหนัก อย่าปล่อยให้ชีวิตติดกับ
โดย.. พี่ชื่อวิช
โฆษณา