10 ส.ค. 2025 เวลา 11:57 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ลาโม่ข้าว: เรื่องเล่าของแรงงานและความจริงที่ถูกซ่อน

โดย บุรพล ผาวิชัย One Lantern
เจ้าลาตัวหนึ่งลากหินโม่ข้าววนไปทั้งวัน มันเชื่อว่าการทำงานหนักคือความภูมิใจและเกียรติยศ
เจ้าของเดินเข้ามา ยิ้ม และพูดว่า
“ถ้าไม่มีคุณ เราคงไม่ได้กินข้าวโม่ใหม่ ๆ หรอก จงทำงานหนักเข้าไว้ สิ้นปีฉันจะให้รางวัล”
เจ้าลายิ้มกว้าง เดินเร็วขึ้นอีก ครอบครัวเจ้าของได้กินข้าวหอมใหม่ ๆ ในมื้อเย็น และสอนลูกว่า
“โตขึ้นอย่าเป็นเหมือนลาโง่นั่น ที่ทั้งชีวิตไม่เคยรู้ว่ากำลังทำอะไรและเพื่อใคร”
ขณะเดียวกัน ลากลับบอกลูกของมันว่า
“เมื่อโตขึ้น ฉันจะส่งหินโม่ข้าวนี้ให้เจ้า อาชีพนี้น่ายกย่อง”
นี่คือภาพจำลองของโลกที่คน 99% ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้คน 1% ที่มองทะลุโครงสร้าง ได้เสวยสุข มีอิสรภาพ และรักษาอำนาจเอาไว้ พวกเขาวางกฎเกณฑ์เพื่อให้ 99% เดินอยู่ในวงล้อเดิม
ถ้าการทำงานหนักทำให้รวย ทำไมชาวนายังจน?
ถ้าการทำงานหนักทำให้รวย ทำไมคนงานต้องตื่นเช้า–นอนดึก เพื่อค่าแรงน้อยนิด?
เพราะความมั่งคั่งไม่ได้มาจากแรงเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก ความเข้าใจกลไกของโลกและวิธีใช้มันอย่างเป็นธรรม
การเปลี่ยนแปลงเริ่มจาก ตื่นรู้ ไม่ใช่เพียง “ทำงานให้หนักกว่าเดิม”
บทวิเคราะห์ เรื่อง ลาโม่ข้าว: วงจรของแรงงาน ความไม่เท่าเทียม และมายาคติเรื่องความขยัน
1. เรื่องเล่าที่สะท้อนโลกจริง
เจ้าลาตัวหนึ่งลากหินโม่ข้าวทั้งวัน เชื่อว่ามันทำสิ่งที่มีเกียรติและมีความหมาย เจ้าของชมว่า “ถ้าไม่มีคุณ เราคงไม่มีข้าวโม่ใหม่ ๆ กินกัน จงทำงานหนักเข้าไว้ สิ้นปีจะให้รางวัล”
เจ้าลายิ้ม เดินเร็วขึ้น ครอบครัวเจ้าของได้กินข้าวหอมใหม่ในมื้อเย็น และสอนลูกว่า “อย่าเป็นลาโง่นั่น”
แต่ลาบอกลูกของมันว่า “โตขึ้นฉันจะส่งต่อหินโม่ข้าวนี้ให้ นี่คืออาชีพที่น่ายกย่อง”
นี่คือภาพจำลองของโลกจริง — คน 99% ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้คน 1% ที่เข้าใจระบบและใช้มันเป็นเครื่องมือ ได้สะสมความมั่งคั่งและรักษาอำนาจเอาไว้
2. กลไกที่ซ่อนอยู่ในวงจรนี้
(1) ทฤษฎีมูลค่าจากแรงงาน
ตามแนวคิดของคาร์ล มาร์กซ์ มูลค่าที่แท้จริงเกิดจากแรงงาน แต่กำไรของนายทุนมาจาก “ส่วนเกิน” ที่ตัดไปจากแรงงานนั้น
ชาวนาอาจทำงาน 12 ชั่วโมง ได้ค่าตอบแทนเทียบเท่าอาหารที่ผลิตใน 6 ชั่วโมง ที่เหลือกลายเป็นกำไรของเจ้าของที่ดิน
ข้อมูลจาก Oxfam: คนรวยที่สุด 1% ของโลก ครอบครองทรัพย์สินมากกว่าคน 95% ล่างรวมกัน
(2) การครอบงำทางความคิด (Hegemony)
ระบบการศึกษา สื่อ และวัฒนธรรม สร้างมายาคติว่า “ทำงานหนักจะทำให้รวย”
ผลสำรวจ Pew (2014): 73% ของชาวอเมริกันเชื่อว่าความขยันคือปัจจัยสำคัญที่สุดของความก้าวหน้า
แต่ข้อมูลชี้ว่าคนรวยกว่า 70% เกิดในครอบครัวฐานะดี
(3) กับดักโครงสร้าง
คนรวยลงทุนให้เงินทำงานแทน ส่วนคนจนต้องใช้เวลาแลกเงิน
ภาษีและกฎเกณฑ์มักเอื้อรายได้จากทุนมากกว่ารายได้จากแรงงาน
ในไทย คน 10% บนสุดครอบครองความมั่งคั่งราว 74% ของประเทศ
3. คำถามที่ต้องกล้าถาม
ถ้าการทำงานหนักทำให้รวย ทำไมชาวนายังจน?
ถ้าการทำงานหนักทำให้รวย ทำไมคนงานยังต้องกู้หนี้อยู่รอด?
หรือความจริงคือ “ระบบ” ได้ออกแบบให้แรงงานเป็นแค่พลังขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้คนที่ถือกุญแจโครงสร้าง?
4. ทางออกที่เป็นไปได้
ตื่นรู้
เหมือนที่เปาโล เฟรเร (Paulo Freire) พูดถึง Conscientization — การรู้เท่าทันกลไกการกดขี่
สร้างพลังต่อรอง
สหกรณ์แรงงาน, ธุรกิจที่คนงานมีหุ้น, การรวมกลุ่มเจรจา
ความรู้ทางการเงิน
ไม่ใช่แค่หาเงิน แต่ต้องรู้วิธีทำให้เงินทำงาน
นโยบายสาธารณะ
ภาษีมรดกและทรัพย์สินที่มีประสิทธิภาพ
การศึกษาฟรีที่มีคุณภาพ
กฎหมายป้องกันการเอาเปรียบแรงงาน
5. บทสรุป
ระบบจะคงอยู่ได้เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ใน “วงล้อโม่ข้าว”
การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากการรู้ว่า เรากำลังโม่ข้าวเพื่อใคร
เมื่อรู้แล้ว จึงค่อยหาทางสร้างวงล้อใหม่ ที่ไม่ให้พลังของเราถูกใช้ไปเพียงเพื่อยกระดับชีวิตของคนไม่กี่คน แต่เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
เนื้อหาจากนิทานเรื่องเล่า : นิรนาม
เขียนและวิเคราะห์ โดย : บุรพล ผาวิชัย ตะเกียงหนึ่งดวง One Lantern
โฆษณา