18 ส.ค. เวลา 01:58 • ข่าวรอบโลก

รางวัลระดับโลกกลายเป็นเรื่องต่อรอง

นิติการุณย์
มิ่งรุจิราลัย
 
30-40 ปีที่แล้ว สื่อหลายฉบับส่งพนักงานขายไปพบข้าราชการ นักการเมือง และนักธุรกิจ
แจ้งว่าสื่อของตนจะจัดงานสดุดีเกียรติคุณและมอบรางวัลแก่ท่าน
หลังจากนั้น ก็จะพูดถึงเรื่องเงินสนับสนุนการจัดงาน
หลังจากจัดกันบ่อยๆ ผู้รับรางวัลก็นำใบประกาศเกียรติคุณแนบไปกับหนังสือเสนอขอแต่งตั้งโยกย้าย
รวมทั้งนำไปปนกับการขายสินค้าและบริการที่ได้รับรางวัลเป็นผู้บริหาร
 
ธุรกิจการจัดงานและมอบรางวัลดำเนินอย่างเข้มข้นอยู่ประมาณ 4-5 ปี รางวัลก็เกร่อ เฟ้อ ไม่มีใครให้ความเชื่อถือจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
ผู้อ่านท่านครับ ทรัมป์เป็นผู้นำโลกที่อ่านง่าย ไม่ค่อยมีอะไรซ่อนเร้น
ด้วยความที่ทำธุรกิจ ทรัมป์นำเรื่องเงินและธุรกิจมาต่อรอง
สมองของทรัมป์ตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องความอยากได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
 
ปกติคนที่จะได้รับรางวัลต่างๆ จะไม่แสดงออกว่าตัวเองอยากได้ และให้ผู้อื่นยกย่องมากกว่าที่จะยกหางตัวเอง
ซึ่งผิดกับทรัมป์ ทรัมป์แสดงออกหลายครั้งว่าตนสมควรจะได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
การเสนอชื่อผู้ที่จะรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะทำได้จนถึง 31 มกราคมของทุกปี
คณะกรรมการจะคัดกรองและพิจารณาผู้เสนอชื่อตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน
และจะลงมติเลือกผู้ได้รับรางวัลช่วงเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม
ผู้ที่พิจารณาว่าใครเหมาะสมที่จะได้รับรางวัลคือคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์
คณะกรรมการมาจากการแต่งตั้งของสภานิติบัญญัตินอร์เวย์ 5 คน
คณะกรรมการมีหน้าที่อ่านเอกสารเสนอรายชื่อพิจารณาผลงานและลงคะแนนลับ
 
การประกาศผลจะทำในต้นเดือนตุลาคมที่กรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์
สำหรับรางวัลโนเบลสาขาอื่นคือ ฟิสิกส์ เคมี สรีรวิทยาหรือการแพทย์ วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์เศรษฐศาสตร์จะประกาศที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน
ส่วนพิธีมอบรางวัลจะจัดในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันครบรอบการเสียชีวิตของอัลเฟรด โนเบล
เดือนที่แล้ว ทรัมป์โทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ เพื่อคุยเรื่องมาตรการการรีดภาษีทางการค้า
ถ้าทรัมป์คุยเพียงเรื่องนี้ก็ไม่กระไรนักดอกครับ
ทว่าสำนักข่าวดาเกนส์แนริงส์ลีฟ ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ธุรกิจของนอร์เวย์ รายงานว่า...
ทรัมป์สอบถามรัฐมนตรีคลังนอร์เวย์ถึงรางวัลโนเบลในการสนทนาครั้งนี้ด้วย
 
สำนักข่าวดาเกนส์แนริงส์ลีฟเขียนแรงจูงใจที่ทำให้ทรัมป์โทรไปหารัฐมนตรีคลังของนอร์เวย์ว่า...
“เขาต้องการรางวัลโนเบลสันติภาพและพูดคุยเกี่ยวกับมาตรการรีดภาษี”
1
ทรัมป์นำรางวัลโนเบลสันติภาพมาปนกับเรื่องของประเทศ
อีกคนหนึ่งที่ออกมาเล่าให้ฟังเรื่องทรัมป์อยากได้รางวัลโนเบลสันติภาพคือนายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก
อดีตนักข่าว อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีคลัง อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ 2 สมัย
รวมทั้งเป็นอดีตเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
สโตลเทนเบิร์กเล่าว่า ทรัมป์คุยโทรศัพท์กับตน เมื่อนักข่าวถามว่า ทรัมป์พูดถึงเรื่องรางวัลโนเบลสันติภาพหรือไม่
นายสโตลเทนเบิร์กบอกว่าไม่ขอลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาการสนทนา
แต่ยืนยันว่า หลังจากคุยกับแกแล้ว ทรัมป์โทรไปคุยกับนายโจนาส สตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์
ซึ่งทุกคนคาดเดาตรงกันว่า ทรัมป์คงจะนำเรื่องมาตรการภาษีศุลกากรมาปนกับการต่อรองเรื่องรางวัลโนเบล
ผู้นำประเทศนักเลียหลายคนจับความต้องการของทรัมป์ได้ จึงมีจดหมายไปถึงคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
1
เพื่อบอกว่าตนในนามของผู้นำประเทศขอสนับสนุนว่าประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ที่เหมาะสมกลมกลืนรื่นฤดีปี่กลองที่จะรับรางวัลฯ ในปีนี้
 
ผู้นำนักเลียอีกคนก็คือ พลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีเขมร ที่ออกมาประกาศอย่างไม่ละอายปากว่า ตนส่งจดหมายไปหาคณะกรรมการฯ
โดยบอกว่าตนคิดว่าทรัมป์เหมาะสมกับรางวัลนี้
ทรัมป์เป็นผู้ทำให้การสู้รบระหว่างไทย-เขมรสงบจบลง
ทรัมป์คงไม่ต้องอาบน้ำเป็นเดือน เพราะฮุน มาเนต และคนเขมรเลียทรัมป์จนมันแผล็บไปทั้งตัว
2
แต่ก่อนง่อนชะไร ผู้คนบนโลกเชื่อมั่นว่า อำนาจทางการเมืองและอำนาจเงินไม่สามารถซื้อรางวัลโนเบลได้
1
ถ้าปีนี้ ทรัมป์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจริง ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการพิจารณาก็คงจะมีลดน้อยถอยลงไป
ศักดิ์ศรีของรางวัลโนเบลจะถูกลดทอน.
โฆษณา