วันนั้นคือวันที่ Steve Jobs อัจฉริยะผู้เป็นทั้งหัวใจและจิตวิญญาณของ Apple กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ซึ่งเขาได้ส่งมอบอาณาจักรที่สร้างมากับมือให้กับ Tim Cook ชายผู้เป็นมือขวาที่ไว้ใจที่สุด
Jobs ได้ฝากคำพูดสุดท้ายที่เป็นเหมือนปรัชญาทิ้งไว้ให้ Cook ว่า “อย่ามัวแต่ถามว่า Steve จะทำอย่างไร แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้องก็พอ”
กลยุทธ์นี้ได้ผลดีในเชิงตัวเลข ราคาหุ้นของ Apple พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนระดับตำนานอย่าง Warren Buffett ที่ปกติจะหลีกเลี่ยงหุ้นเทคโนโลยีเพราะมองว่าซับซ้อนเกินไป ถึงกับทุ่มเงินมหาศาลเข้าลงทุนใน Apple
นี่เปรียบเสมือนการยืนยันว่า Apple ในยุคของ Cook นั้น “เข้าใจง่าย” ในสายตาของนักลงทุน เพราะมันคือเกมการเงินที่ชัดเจน
แต่ในขณะที่ตัวเลขในตลาดหุ้นกำลังสวยหรู บรรยากาศในสตูดิโอออกแบบอันเป็นหัวใจของ Apple กลับเริ่มไม่เหมือนเดิม
Jonathan Ive สุดยอดนักออกแบบคู่บุญของ Steve Jobs เริ่มรู้สึกว่าเสียงของเขาไม่ทรงพลังเท่าเดิมอีกต่อไป
มีเรื่องเล่ากันว่า ในยุคของ Jobs เขาจะแวะไปที่สตูดิโอออกแบบแทบทุกวัน เพื่อพูดคุย ถกเถียง และผลักดันไอเดียใหม่ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันเชิงสร้างสรรค์ ที่ทุกคนต้องมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอเสมอ
มันตรงข้ามกับ “วิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering)” หรือปรัชญาเดิมของ Jobs ที่เน้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาจริงๆ
1
แล้วความซบเซานี้มันส่งผลร้ายแรงที่สุดตอนไหน? คำตอบคือตอนที่โลกก้าวเข้าสู่สงคราม AI
น่าเสียดายที่ Apple ซึ่งเคยเป็นผู้บุกเบิกด้วย Siri ในปี 2011 กลับกลายเป็นผู้ที่ตกรถไฟขบวนสำคัญนี้อย่างน่าเจ็บใจ
เบื้องหลังความพ่ายแพ้ครั้งนี้ มันคือเรื่องราวที่สะท้อนปัญหาทั้งหมดของ Apple ในยุคใหม่
John Giannandrea หัวหน้าทีม AI ของ Apple รู้ดีว่าบริษัทต้องการชิปประมวลผล AI หรือ GPU จำนวนมหาศาลเพื่อสู้กับคู่แข่ง
ในขณะที่ Google และ Microsoft มีชิปเป็นแสนเป็นล้านตัว Apple กลับมีเพียงหลักหมื่น แถมยังเป็นรุ่นเก่า
เขาจึงยื่นเรื่องของบประมาณเพื่อจัดซื้อชิปเพิ่ม Tim Cook ก็อนุมัติในหลักการ แต่เรื่องกลับไปติดอยู่ที่ “ทีมการเงิน” ซึ่งเป็นฝ่ายที่ทรงอำนาจที่สุดใน Apple ยุคนี้
ทีมการเงินปฏิเสธคำขอนั้น และให้เหตุผลว่าทีม AI ควรกลับไป “ใช้ชิปเก่าที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
1
ลองจินตนาการดูสิครับ ในปีที่ Apple ใช้เงินกว่า 77,000 ล้านดอลลาร์ไปกับการซื้อหุ้นคืนเพื่อดันราคาหุ้น พวกเขากลับปฏิเสธที่จะลงทุนในเทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตของบริษัท
เมื่อแรงกดดันจากนักลงทุนมีมากขึ้น Apple ก็จำเป็นต้องเปิดตัว “Apple Intelligence” ออกมาทั้งๆ ที่ระบบยังไม่พร้อมใช้งานจริง
เมื่อไม่นานมานี้ Tim Cook ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่อง AI ไว้อย่างน่าสนใจ เขากล่าวว่า “Apple ไม่ค่อยได้เป็นคนแรก… แต่ Apple เป็นคนสร้างเวอร์ชันสมัยใหม่ของสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา”
แต่น่าเศร้าที่ครั้งนี้ Cook อาจจะเข้าใจผิดไป เพราะในสมรภูมิ AI นั้น Apple ต่างหากที่เป็น “คนแรก” ด้วย Siri แต่บริษัทอื่นๆ คือผู้ที่สร้าง “เวอร์ชันสมัยใหม่” ขึ้นมาแซงหน้าพวกเขาไปแล้ว
เรื่องราวของ Apple ในทศวรรษที่ผ่านมาจึงเป็นเหมือนบทเรียนราคาแพง มันคือเรื่องราวของบริษัทที่ยิ่งใหญ่ ที่อาจจะกำลังหลงทางเพราะ “ความสำเร็จ” ของตัวเอง