5 ก.ย. 2025 เวลา 03:05 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Paramount คว้าสิทธิดัดแปลงแฟรนไชส์ “Call of Duty” เตรียมสร้างหนังคนแสดง และพัฒนาจักรวาลหนังและซีรีส์

หากย้อนไปสักสองทศวรรษ การหยิบวิดีโอเกมมาดัดแปลงมักเป็นของแสลงสำหรับฮอลลีวู้ด และมักเป็นคำสาปสำหรับแฟนเกม แต่ปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่หลาย ๆ เกม ถูกนำมาสร้างอย่างประสบความสำเร็จมากขึ้น เกมอย่าง “Street Fighter”, “Mortal Kombat”, “Super Mario Bros.” หรือกระทั่ง “Elden Ring” จึงถูกหยิบมาดัดแปลงอย่างมั่นใจ และนี่ก็น่าจะถึงคราวของแฟรนไชส์เกมแอ็คชั่นระดับโลกอย่าง “Call of Duty”
โดยล่าสุด รายงานจาก Variety เผยว่า ทาง Paramount Skydance ได้ทำการบรรลุข้อตกลง ในการคว้าสิทธิดัดแปลง แฟรนไชส์เกมแอ็คชั่นชื่อดังจากผู้จัดจำหน่าย Activision อย่าง “Call of Duty” ซึ่งสัญญาระบุในการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและผลิต โครงการหนังฉบับคนแสดงฟอร์มยักษ์ 1 เรื่อง แต่ก็เปิดโอกาสให้พัฒนาจักรวาลภาพยนตร์และซีรีส์จากแฟรนไชส์เกมดังกล่าว
ทั้งนี้ แม้จะไม่มีรายงานออกมาก็ตามว่า สัญญาดังกล่าวมีมูลค่าเท่าใด แต่รายงานก็เผยว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่าง Paramount และ Activision ถือเป็นสัญญาที่ชิ้นโตมากในอุตสาหกรรมตอนนี้ เนื่องด้วยมูลค่าของตัวแฟรนไชส์เกมอย่าง “Call of Duty” ที่มียอดขายสูง และมีอายุอานามมากกว่า 16 ปี รวมถึงยังไม่เคยถูกนำไปดัดแปลงในสื่อมาก่อนอีกด้วย
กระนั้นเอง ยังไม่มีรายละเอียดว่า โครงการหนังฉบับคนแสดงของ “Call of Duty” จะหยิบเกมภาคไหนมาเล่า ซึ่งล้วนว่าด้วยสมรภูมิสงครามตามยุทธวิธีทหาร หากแตกต่างไปซึ่งมุมมองและช่วงเวลาที่นำเสนอ
อย่างไรก็ตาม การบรรลุข้อตกลงสิทธิดัดแปลง “Call of Duty” ของ Paramount ชิ้นนี้ ก็ถือเป็นสัญญามูลค่าสูงชิ้นใหม่อีกชิ้น หลังการเจรจาควบรวมธุรกิจระหว่าง Paramount Pictures และ Skydance Media ลุล่วง ด้วยสินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า $8.4 พันล้านเหรียญ และกลายเป็น “Paramount, A Skydance Corporation” ในตอนนี้
“ในฐานะแฟนตัวยงของเกม ‘Call of Duty’ นี่ถือว่าฝันเป็นจริงเลย นับตั้งแต่ภารกิจฝ่ายสัมพันธมิตรในเกมต้นฉบับภาคแรก ไปจนถึงภาค ‘Modern Warfare’ และ ‘Black Ops’ ผมใช้เวลานับไม่ถ้วนไปกับการเล่นเกมแฟรนไชส์นี้ที่ผมหลงรักมาก ๆ การได้รับความเชื่อใจจาก Activision และผู้เล่นทั่วโลก เพื่อนำจักรวาลของเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นนี้มาสู่จอยักษ์ ถือเป็นทั้งเกียรติและความรับผิดชอบที่เราไม่ควรมองข้าม”
“เราจะนำเสนอหนังเรื่องนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่เปี่ยมด้วยวินัยและไม่ย่อท้อ เพื่อผลงานอันเป็นเลิศแบบเดียวกับที่นำทางเราไปสู่งานแบบ ‘Top Gun: Maverick’ เพื่อให้แน่ใจว่า งานชิ้นนี้จะบรรลุถึงมาตรฐานสูงสุดที่แฟรนไชส์และแฟน ๆ สมควรได้รับ”
“ผมรับปากว่า เรายืนหยัดต่อภารกิจของเรานี้ ในการส่งมอบประสบการณ์ทางภาพยนตร์ ที่เคารพต่อชื่อเสียงของแบรนด์หนึ่งในล้านแบรนด์นี้ ซึ่งจะทำให้แฟน ๆ ของ ‘Call of Duty’ ตื่นเต้น ไปพร้อม ๆ กับดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่อีกด้วย” เดวิด อัลลิสัน ประธานคณะกรรมการ Paramount กล่าวในแถลงการณ์
โดยเกม “Call of Duty” ก็เป็นเกมแอ็คชั่นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง จัดจำหน่ายครั้งแรกในปี 2003 โดยผู้พัฒนาอย่าง Infinity Ward และจัดจำหน่ายโดย Activision ว่าด้วย พลทหารราบที่ต้องรับภารกิจบุกตะลุยสมรภูมิในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทำให้มีพลทหารฝ่ายเดียวกัน ช่วยสนับสนุนผู้เล่นไประหว่างทาง ด้วยความสำคัญของตัวเกมทำให้มีภาคต่อตามมามากมาย และย้ายพื้นหลังไปนำเสนอในสมรภูมิและช่วงเวลาอื่น
ซึ่งปัจจุบัน แฟรนไชส์เกม “Call of Duty” โดยผู้จัดจำหน่าย Activision ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Gaming จากการบรรลุข้อตกลงควบรวมกิจการ ด้วยสัญญามูลค่ากว่า $6.87 หมื่นล้านเหรียญ ก็ถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดขายกว่า 500 ล้านฉบับทั่วโลก รวมถึงเพิ่งสร้างยอดกำไรกว่า $3 หมื่นล้านเหรียญในปี 2022
โฆษณา