30 ก.ย. 2025 เวลา 13:00 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่องสั้นไซไฟ ลำดับที่ 27 : เกาะของชาวดาวเพลียเดส

ปี 1965 เด็กชายชาวตองกา 6 คน วางแผนหลบหนีจากโรงเรียนประจำ
ด้วยการขโมยเรือประมง
พวกเขาฝันถึงชีวิตใหม่ในฟิจิหรือนิวซีแลนด์
แต่ฝันร้ายกลับมาเยือน เมื่อพายุใหญ่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก
เล่นงานเรือของพวกเขาจนอับปาง
พวกเขาต้องลอยคออยู่กลางทะเลถึง 8 วันเต็ม
ก่อนจะถูกกระแสน้ำพัดพามาถึงเกาะอาตา
เกาะแห่งนี้ภายนอกดูเหมือนเกาะร้างทั่วไป
แต่มันคือฐานลับของชาวดาวเพลียเดสที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาของมนุษย์
พวกเขามีเทคโนโลยีและอารยธรรมที่ล้ำหน้าเกินจินตนาการ
แต่กลับเฝ้าสังเกตการณ์โลกมนุษย์อย่างเงียบ ๆ มานานแสนนาน
ชาวดาวเพลียเดสได้เห็นความวุ่นวาย ความโลภ
และสงครามของมนุษย์มามากพอ
จนเริ่มพิจารณาว่า มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายเกินไป
และพวกเขาอาจจะต้องกำจัดมนุษย์ทิ้งหากต้องการเข้ามาอยู่อาศัย
แต่แล้วพวกเขาก็เห็นเด็กชายกลุ่มนี้ที่ลอยคอมาถึงเกาะ
พวกเขาตัดสินใจให้โอกาสมนุษย์ครั้งสุดท้าย
ด้วยการทดสอบที่ไม่มีใครรู้ตัว
พวกเขาจะเฝ้าดูว่าเมื่อมนุษย์ต้องเผชิญกับความยากลำบากถึงที่สุดแล้ว
จะแสดงธาตุแท้อะไรออกมา
เด็กชายทั้ง 6 เริ่มต้นชีวิตบนเกาะด้วยความสิ้นหวัง
พวกเขาหิวโหยและขาดน้ำ แต่ไม่นานก็เริ่มช่วยเหลือกัน
พลังงานลึกลับจากเทคโนโลยีของชาวดาวเพลียเดส ช่วยผลักดันให้พวกเขาปีนขึ้นไปยังปากปล่องภูเขาไฟ
ที่นั่นพวกเขาค้นพบซากหมู่บ้านเก่าแก่
สิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนทำจากไม้จริง ๆ แต่แข็งแกร่งราวกับหิน
ที่สามารถต้านทานพายุได้นับร้อยปี
และพืชพรรณที่ให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์เกินจริง
ชาวดาวเพลียเดสปลูกพืชเหล่านี้ไว้เพื่อการวิจัย
และแอบปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ใช้ประโยชน์อย่างลับ ๆ
เด็กชายทั้ง 6 เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความสามัคคี
พวกเขาสร้างที่พักพิง จัดระเบียบ แบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ
คนหนึ่งทำงานในสวนปลูกพืชที่ให้ผลผลิตมากมาย
คนหนึ่งหาอาหารทะเล
ส่วนอีกคนคอยดูแลกองไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโชนตลอดเวลาไม่เคยดับ
เด็ก ๆ ช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกัน และไม่เคยสิ้นหวัง
ตลอด 15 เดือนที่อยู่บนเกาะ พวกเขาสร้างเกมขึ้นมาเล่นเอง
ร้องเพลง เล่าเรื่อง และจัดเทศกาลเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง
เวลาผ่านไปกว่า 15 เดือน
วันหนึ่ง ปีเตอร์ วอร์เนอร์ นักผจญภัยชาวออสเตรเลีย
ได้แล่นเรือผ่านมาและเหลือบไปเห็นกองไฟขนาดใหญ่บนเกาะ
เขาตัดสินใจเข้าไปดูใกล้ ๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านี่คือแผนการของชาวดาวเพลียเดส
ที่ต้องการให้เรื่องราวการเอาตัวรอดของเด็ก ๆ ถูกเปิดเผยต่อโลก
เมื่อปีเตอร์ได้พบกับเด็กชายทั้ง 6 เขาต้องตกตะลึงกับเรื่องราวของพวกเขา
เด็ก ๆ แข็งแรง มีสุขภาพดี และมีอารมณ์ขัน
เป็นตัวอย่างของมิตรภาพและความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง
เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของเด็กๆ ถูกนำเสนอไปทั่วโลก
และชาวดาวเพลียเดสก็ตัดสินใจในที่สุด
มนุษย์ไม่จำเป็นต้องถูกทำลายล้าง
เพราะมนุษย์ไม่ได้มีแค่ความเห็นแก่ตัว แต่ยังมีสิ่งดีงามมากมาย
ที่พวกเขาไม่เคยเห็น ทั้งความร่วมมือ ความเมตตา และความหวัง
เกาะแห่งนี้ยังคงตั้งอยู่เงียบ ๆ แต่มีม่านบังตาจากเทคโนโลยีชั้นสูงกั้นไว้
เป็นอนุสรณ์ของบทเรียนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างดวงดาว
และเด็กชายทั้ง 6 ก็กลายเป็นสะพานเชื่อม
ระหว่างโลกมนุษย์กับอารยธรรมที่เคยคิดจะทำลายล้างพวกเขาไปโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวของเด็ก ๆ กลุ่มนี้
อาจทำให้คุณคิดว่ายังมีเรื่องราวการเอาตัวรอดที่น่าทึ่งอีกมากมายบนโลกใบนี้
คุณอยากรู้เรื่องราวอื่น ๆ อีกไหมคะ ? :D
โฆษณา