9 ก.ย. 2025 เวลา 13:30 • ปรัชญา

เพราะตอนเด็กเราไม่มี พอโตมาเลยอยากเติมเต็ม

เราทุกคนต่างเคยเป็นเด็กที่ “ไม่มี” อะไรบางอย่าง
ไม่มีของเล่นราคาแพง
ไม่มีโอกาสไปเที่ยว
ไม่มีพื้นที่ให้แสดงความฝัน
ไม่มีแม้แต่คนที่ฟังเราจนจบประโยค
และมันไม่แปลกเลย
ถ้าเมื่อเราโตขึ้น เราจะพยายาม “เติมเต็ม” สิ่งนั้นให้ตัวเอง
บางคนกลับไปซื้อของเล่นที่เคยอยากได้
บางคนชอบสะสมสิ่งที่เคยอยากมี
บางคนหลงใหลการ์ตูนเดิมๆ ทั้งที่โตจนเป็นผู้ใหญ่
บางคนแต่งตัวแบบที่ไม่เคยกล้า
บางคนกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเคย “ถูกห้าม” ไม่ให้เป็น
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
มันคือการเยียวยาตัวเอง
คือการยื่นมือกลับไปกอดตัวเองในวัยเด็ก
แล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ ตอนนี้เราหาให้เธอได้แล้ว”
แต่ที่น่าเศร้าคือ
หลายครั้งคนที่พยายามเติมเต็มอดีต
กลับโดนมองว่า “ไม่โตสักที”
“เพ้อเจ้อ”
“อยู่ในโลกของตัวเอง”
โลกนี้เต็มไปด้วยคนที่ชอบตัดสินว่า “อะไรคือผู้ใหญ่ที่ดี”
ทั้งที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่า เราเติบโตมาภายใต้เงื่อนไขแบบไหน
บางคนไม่เคยอด เลยไม่เข้าใจความหิว
บางคนไม่เคยขาด เลยไม่เข้าใจการโหยหา
บางคนมีพร้อมทุกอย่าง เลยไม่เข้าใจคนที่แค่อยากได้ “อะไรเล็กๆ”
เพื่อเติมเต็มตัวเองบ้าง
เราต่างมีรูในใจต่างกัน
และมันก็ไม่แปลกที่เราจะเลือกวิธีอุดรูเหล่านั้นไม่เหมือนกัน
เพราะการเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่การ “ลืมอดีต”
แต่คือการยอมรับว่ามันเกิดขึ้น
แล้วค่อยๆ เยียวยามันด้วยมือของตัวเอง
การที่ใครบางคนยังพยายาม “เป็นเด็กอีกครั้ง”
ไม่ได้แปลว่าเขาไม่โต
แต่มันอาจหมายความว่า
เขาเคยถูกตัดขาดจากวัยเด็กของตัวเอง…ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเลยก็ได้
บางคนไม่ได้ไล่ตามฝัน
เขาแค่เดินกลับไปเก็บความฝันที่เคยถูกขโมยไปเท่านั้นเอง
และถ้าใครคิดว่าแบบนี้เรียกว่า “หนีความจริง”
ลองคิดเองเออเองดูนะ
ว่าคนที่วิ่งกลับไปกอดอดีต
เขาไม่ได้หนีความจริง
แต่เขาแค่ “ไม่อยากหนีตัวเอง” ก็เท่านั้น
โฆษณา