20 ก.ย. 2025 เวลา 16:33 • สุขภาพ

"อะมีบา กินสมอง" น่ากลัวแค่ไหน

จากข่าวในอินเดีย ที่มีการพบเชื้ออะมีบากินสมอง ในหญิงอายุ 45 ปี เธอมีอาการวิงเวียนศีรษะ ความดันโลหิตสูง และเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน
อะมีบากินสมอง เป็นเชื้อกลุ่มอะมีบาที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก
"อะมีบากินสมอง" หรือ Naegleria fowleri เป็นเชื้ออะมีบาอิสระที่ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบาชนิดปฐมภูมิ (Primary Amebic Meningoencephalitis - PAM) เป็นเชื้อก่อโรคที่พบได้น้อย แต่ก็มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงกว่า 97%
Naegleria fowleri มีขนาดตั้งแต่ 10 ถึง 25 ไมโครเมตร มีวงจรชีวิตที่น่าสนใจซึ่งประกอบด้วยสามรูปแบบหลัก ได้แก่ ระยะอะมีบา (amoeboid stage), ระยะถุงซิสต์ (cyst stage), และระยะที่มีหาง (flagellated stage) การเปลี่ยนแปลงจากระยะอะมีบาไปเป็นระยะที่มีหางสามารถทำได้ง่าย ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกนำมาศึกษาอย่างแพร่หลาย
การติดเชื้อ N. fowleri ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการกลืนน้ำที่ปนเปื้อนเข้าไป ช่องทางการติดเชื้อเพียงอย่างเดียวคือเมื่อน้ำที่มีอะมีบาปนเปื้อนเข้าสู่โพรงจมูก ซึ่งมักเกิดขึ้นในระหว่างการทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น การว่ายน้ำ การดำน้ำ หรือการกระโดดลงน้ำ เมื่อเข้าสู่โพรงจมูก อะมีบาจะจับกับเยื่อบุผิว olfactory epithelium และเดินทางตามเส้นใยประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) ผ่านแผ่นกระดูก cribriform plate ซึ่งเป็นโครงสร้างที่กั้นระหว่างโพรงจมูกและสมอง
เมื่อเข้าสู่สมอง N. fowleri จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงของเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองที่เรียกว่า necrotizing meningoencephalitis อะมีบาจะทำลายเนื้อเยื่อโดยตรงด้วยการใช้โครงสร้าง food cups เรียกกลไกนี้ว่า trogocytosis นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยสารที่ทำลายเซลล์ (cytolytic substances) ต่างๆ เช่น hydrolyses, neuraminidase, และ phospholipases
ความเสียหายของเนื้อเยื่อยังถูกซ้ำเติมให้รุนแรงยิ่งขึ้นจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและนำไปสู่ภาวะสมองบวม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต
ผู้ที่ติดเชื้อ N. fowleri จะมีอาการ ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง คลื่นไส้ และอาเจียน มีความผิดปกติของระบบการรับรสหรือกลิ่น เมื่ออาการแย่ลง ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการทางระบบประสาทที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น อาการสับสน (confusion) สูญเสียการทรงตัว ชัก (seizures) อาการประสาทหลอน (hallucinations) และภาวะโคม่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เสียชีวิตภายใน 7 ถึง 10 วันหลังการติดเชื้อ โดยมีการบันทึกไว้ว่าระยะเวลาการเสียชีวิตอาจอยู่ระหว่าง 1 ถึง 18 วันหลังจากเริ่มมีอาการ และบางรายเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 3 ถึง 7 วัน
N. fowleri เป็นสิ่งมีชีวิตที่พบได้ทั่วโลก โดยอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดอุ่น เช่น ทะเลสาบ แม่น้ำ บ่อน้ำ น้ำพุร้อน และสระว่ายน้ำที่ไม่ได้บำรุงรักษาอย่างเหมาะสม การติดเชื้อในมนุษย์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่น เมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นและระดับน้ำลดลง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่อะมีบาจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุด
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ระบุว่าจนถึงปี 2018 มีรายงานผู้ป่วย PAM ทั่วโลกประมาณ 381 ราย และในจำนวนนี้มีรายงานการเสียชีวิตมากกว่า 350 ราย และคนที่ไม่เสียชีวิต ก็มีอาการเจ็บป่วยทางระบบประสาทตลอดชีวิต
โดยประเทศที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจาก N. fowleri เช่น ออสเตรเลีย มีผู้เสียชีวิต 19 รายในช่วงก่อนปี 2017 ปากีสถานมีการรายงานผู้เสียชีวิต 98 รายในช่วงปี 2008-2015 และล่าสุด อินเดียในปี 2025 รัฐเกรละมีผู้ป่วย 69 รายและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย
ถึงแม้การติดเชื้อ N. fowleri จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่หากเราติดเชื้อ ก็จะมีอันตรายร้ายแรง หากใครที่มีประวัติสัมผัสกับแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อ หรือไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของ N. fowleri และมีอาการที่ใกล้เคียงกับการติดเชื้ออย่างที่กล่าวไปข้างต้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป
อ้างอิง
โฆษณา