21 ก.ย. 2025 เวลา 13:02 • ปรัชญา

"ไม้บรรทัดส่วนตัว"

คนเรามักจะตัดสินเรื่องราวต่างๆ จากสิ่งที่เห็นและสิ่งที่อยากจะเห็น เราเติบโตมาในสังคมที่สอนให้คุณค่าสิ่งต่างๆ ตามมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ ทำให้เราทุกคนมี "ไม้บรรทัดส่วนตัว" ที่หยิบขึ้นมาวัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่บางครั้งเราก็ลืมไปว่าการวัดด้วยไม้บรรทัดเพียงด้านเดียว อาจจะไม่ได้ให้คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด
ลองนึกถึงลูกบาศก์ที่มีหลายด้าน การวัดแค่ด้านเดียวอาจจะบอกได้ว่าด้านนั้นมีขนาดเท่าไหร่ แต่มันไม่สามารถบอกได้เลยว่าลูกบาศก์ทั้งก้อนเป็นอย่างไรก็เหมือนกับชีวิตคนเรา เรามองเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่คนอื่นแสดงออก จึงตัดสินว่าเขาเป็นคนดีหรือคนร้าย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่เราคิดว่าดี อาจจะมีมุมที่ไม่ได้ดีอย่างที่เราเห็น และคนที่เรารับรู้ว่าร้าย ก็อาจจะมีมุมอื่นที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
การที่เราเห็นคนอื่นในมุมที่ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นเหมือนเรา และการที่เราอยากให้คนนั้นได้รับผลจากสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริง การเฝ้ารอคอยความยุติธรรมจากโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน จึงเป็นเรื่องที่เสียเวลาและไร้ประโยชน์
ถึงแม้เราจะเข้าใจความจริงข้อนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับได้ในทันที เพราะลึกๆ แล้ว เรายังคงคาดหวัง "ความยุติธรรม" ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความยุติธรรมในโลกนี้อาจไม่มีอยู่จริง ทุกสิ่งย่อมเกิดจากเหตุและปัจจัย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ
แต่ถึงแม้ว่าความยุติธรรมในโลกนี้จะดูเลือนลาง "กฎแห่งกรรม" ก็ยังคงทำงานอย่างเที่ยงตรงเสมอ เป็นความจริงที่อยู่เหนือกาลเวลาและเหนือการรับรู้ของมนุษย์ เป็นกฎที่ไม่ได้มาจากโลกนี้ แต่เป็นกฎที่ใหญ่กว่านั้น เป็นเหตุและผลที่ยุติธรรมอย่างแท้จริง
โฆษณา