22 ก.ย. 2025 เวลา 04:59 • ธุรกิจ

ทำไม Bill Gates ยอมเอาเงินให้ศัตรู? กลยุทธ์สุดแยบยลที่ Steve Jobs ยังต้องยอม

เคยสงสัยไหมครับว่า ในโลกธุรกิจที่เชือดเฉือนกันอย่างดุเดือด จะมีวันที่คู่แข่งตลอดกาลยอมยื่นมือเข้ามาช่วยศัตรูที่กำลังจะล้มละลายหรือไม่?
ต้องบอกว่านี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ช็อกวงการเทคโนโลยีมากที่สุด เป็นตำนานที่แสดงให้เห็นว่าในเกมธุรกิจที่ซับซ้อน บางครั้งเส้นแบ่งระหว่างมิตรและศัตรูก็บางเหลือเกิน
นี่คือเรื่องราวของวันที่ Microsoft ยักษ์ใหญ่ผู้ครองโลกคอมพิวเตอร์ ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการยื่น “เส้นเลือดใหญ่” ให้กับ Apple คู่ปรับที่กำลังจะหายไปจากแผนที่โลก
มันเป็นดีลที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์อันแยบยล การเมืองที่เข้มข้น และวิสัยทัศน์ของสองบุรุษแห่งวงการเทคอย่าง Steve Jobs และ Bill Gates ที่ได้เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมนี้ไปตลอดกาล
เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของดีลนี้ เราต้องวาดภาพโลกในยุคกลางทศวรรษที่ 1990 เสียก่อน ตอนนั้นคือยุคทองของ Microsoft อย่างแท้จริง
อาณาจักรของ Bill Gates ยิ่งใหญ่แทบจะไร้เทียมทาน ระบบปฏิบัติการ Windows 95 คือการปฏิวัติที่ทำให้คอมพิวเตอร์ใช้งานง่ายสำหรับคนทั่วไป มันประสบความสำเร็จถล่มทลายและถูกติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ PC เกือบทุกเครื่องบนโลก
Microsoft ไม่ได้เป็นแค่บริษัทซอฟต์แวร์ แต่เป็นผู้กำหนดทิศทางของเทคโนโลยี เป็นศูนย์กลางของจักรวาลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
ในทางกลับกัน Apple ที่เคยเป็นผู้จุดประกายการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลด้วยเครื่อง Macintosh กลับกำลังเดินทางสู่สุสานอย่างช้าๆ
หลังจากที่บริษัทได้ตัดสินใจบีบให้ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Steve Jobs ออกไปในปี 1985 Apple ก็เหมือนเรือที่ไร้กัปตัน พวกเขาหลงทาง พยายามออกผลิตภัณฑ์มากมายแต่กลับไม่มีอะไรที่โดดเด่นพอจะสู้กับกระแสของ Windows PC ได้เลย
1
ลองนึกภาพตามนะครับ ในยุคนั้น Apple มีคอมพิวเตอร์ Macintosh วางขายพร้อมกันหลายสิบรุ่น แต่ละรุ่นแทบไม่ต่างกันเลย สร้างความสับสนให้กับลูกค้าและทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เจือจางลงอย่างน่าใจหาย
ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หวังจะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเครื่อง PDA ที่ชื่อว่า Newton แม้จะมีแนวคิดที่ล้ำยุค แต่ก็ทำงานได้ไม่ดีพอและล้มเหลวไม่เป็นท่า มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความผิดพลาดที่ผลาญเงินทุนของบริษัทไปอย่างมหาศาล
สถานการณ์ทางการเงินของ Apple ในช่วงปี 1996 ถึง 1997 เข้าขั้นหายนะ บริษัทขาดทุนสะสมไปมากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ราคาหุ้นดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี และข่าวร้ายที่สุดที่สะพัดไปทั่ว Silicon Valley ก็คือ Apple เหลือเงินสดสำหรับดำเนินกิจการต่อไปได้อีกแค่ประมาณ 90 วันเท่านั้น
มันคือสถานการณ์ที่สิ้นหวังถึงขีดสุด นักวิเคราะห์และสื่อต่างฟันธงว่าจุดจบของ Apple ได้มาถึงแล้วจริงๆ นิตยสารเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Wired ถึงกับขึ้นปกเป็นโลโก้ Apple พร้อมคำว่า “Pray” หรือ “ภาวนา” เพราะดูเหมือนว่ามีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยพวกเขาได้
2
และแล้วปาฏิหาริย์นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆ ในร่างของชายคนเดิมที่เคยถูกขับไล่ออกจากบ้านของตัวเอง… Steve Jobs
1
ในปี 1997 Apple ที่กำลังจนตรอก ตัดสินใจซื้อกิจการบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อ NeXT ซึ่งเป็นบริษัทที่ Jobs ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Jobs ได้กลับคืนสู่บริษัทที่เขาสร้างมากับมืออีกครั้ง
ในตอนแรกเขากลับมาในฐานะที่ปรึกษา แต่ด้วยภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์ที่เด็ดขาด ไม่นานนักเขาก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO ชั่วคราว หรือที่เขาเรียกมันว่า “iCEO”
1
การกลับมาของ Jobs เปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังสุดท้าย แต่เขาก็รู้ดีว่าสถานการณ์มันเลวร้ายเกินกว่าที่คนคนเดียวจะแก้ไขได้ Apple ไม่ได้ต้องการแค่ผู้นำคนใหม่ แต่ต้องการออกซิเจนทางการเงิน และที่สำคัญกว่านั้น คือต้องการ “ความเชื่อมั่น” จากโลกกลับคืนมา
และ Jobs ก็มองเห็นทางรอดนั้น ในสถานที่ที่ไม่มีสาวก Apple คนไหนอยากจะจินตนาการถึง… นั่นคืออาณาจักรของ Microsoft
การที่ Steve Jobs จะหันไปพึ่งพา Bill Gates ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในความคิดของคนส่วนใหญ่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปรียบเสมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน
1
Jobs มองว่า Gates ได้ขโมยจิตวิญญาณของ Macintosh ซึ่งก็คือระบบ Graphical User Interface หรือการใช้เมาส์และไอคอน ไปสร้างเป็น Windows การแข่งขันของพวกเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนแบ่งการตลาด แต่เป็นสงครามเชิงปรัชญาและศักดิ์ศรี
แต่บนกระดานหมากรุกที่บริษัทกำลังจะล้มละลาย Jobs จำเป็นต้องทิ้งอัตตาของตัวเองลง เขาเริ่มต้นเจรจาลับๆ กับ Microsoft เพื่อหาทางออกที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
และแล้ววินาทีประวัติศาสตร์ก็ได้เปิดฉากขึ้น ในวันที่ 6 สิงหาคม 1997 ที่งานแสดงสินค้า Macworld Expo ในเมือง Boston
Steve Jobs ก้าวขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือของเหล่าแฟนคลับที่ตั้งตารอคอยฟังวิสัยทัศน์จากผู้นำคนใหม่ หลังจากที่เขาได้กล่าวถึงทิศทางในอนาคตของบริษัท เขาก็พูดประโยคที่กลายเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้
“เราต้องทิ้งความคิดที่ว่า การที่ Apple จะชนะ Microsoft จะต้องแพ้ไป”
สิ้นเสียงประโยคนั้น บรรยากาศในฮอลล์ก็เปลี่ยนไป ก่อนที่ภาพบนจอยักษ์ด้านหลังเวทีจะปรากฏขึ้น เป็นภาพการถ่ายทอดสดของ Bill Gates!
1
เสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจดังขึ้นมาจากผู้ชมบางส่วนในทันที สำหรับพวกเขาแล้ว Microsoft คือตัวแทนของด้านมืด คือจักรวรรดิปีศาจที่ทำลายจิตวิญญาณของคอมพิวเตอร์ การเห็นหน้าของ Gates บนเวทีของ Apple จึงเป็นภาพที่บาดใจอย่างรุนแรง
แต่ Jobs ยังคงยืนนิ่ง และปล่อยให้ Gates ประกาศข่าวที่ทำให้ทั้งโลกต้องตะลึง… Microsoft ตกลงที่จะลงทุนใน Apple เป็นมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์
1
ดีลในวันนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน แต่มันคือข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ที่ซับซ้อนและผูกมัดอนาคตของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน
เงินลงทุน 150 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่การให้เปล่า แต่เป็นการที่ Microsoft เข้ามาซื้อหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในการบริหารใดๆ มันคือสัญลักษณ์ที่สำคัญกว่าตัวเงิน มันคือการที่บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น กำลังส่งสัญญาณไปยังตลาดว่า Apple ยังไม่ตาย
ข้อตกลงที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Microsoft ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงพัฒนาและวางจำหน่ายชุดโปรแกรม Microsoft Office สำหรับเครื่อง Mac ต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี นี่คือเส้นเลือดใหญ่ที่แท้จริง เพราะหากไม่มีโปรแกรมอย่าง Word หรือ Excel เครื่อง Mac ก็แทบจะหมดประโยชน์ในโลกการทำงานและการศึกษาไปทันที
1
แน่นอนว่ามีของแลกเปลี่ยน Apple ตกลงที่จะให้ Internet Explorer เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้นบนระบบปฏิบัติการของตน นี่คือชัยชนะครั้งสำคัญของ Microsoft ในยุค “สงครามเบราว์เซอร์” ที่พวกเขากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับคู่แข่งอย่าง Netscape
1
ท้ายที่สุด ทั้งสองบริษัทตกลงที่จะยุติสงครามสิทธิบัตรที่ฟ้องร้องกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งช่วยให้ทั้งคู่ประหยัดเงินและทรัพยากรไปได้อย่างมหาศาล
คำถามที่ทุกคนสงสัยในวันนั้นก็คือ… ทำไม Bill Gates ถึงยอมทำเช่นนี้? ทำไมต้องช่วยคู่แข่งที่พยายามโค่นล้มบัลลังก์ของเขามาโดยตลอด?
คำตอบคือ Bill Gates ไม่ได้ทำไปเพราะความใจบุญ แต่มันคือหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์
เหตุผลที่แท้จริงคือ Microsoft กำลังถูกรัฐบาลสหรัฐฯ จับตามองอย่างใกล้ชิดในคดีต่อต้านการผูกขาด (Antitrust Lawsuit) รัฐบาลมองว่า Microsoft มีอำนาจเหนือตลาดมากเกินไปจนทำลายการแข่งขัน
หาก Apple ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีนัยสำคัญเพียงรายเดียวล้มละลายไปอะไรจะเกิดขึ้น? มันจะยิ่งเป็นหลักฐานชั้นดีที่มัดตัว Microsoft ว่าพวกเขาคือผู้ผูกขาดตลาดอย่างสมบูรณ์ และอาจนำไปสู่การถูกสั่งให้แยกบริษัทได้
1
การช่วยให้ Apple รอดตายต่อไป จึงเป็นการ “เลี้ยงคู่แข่ง” เอาไว้เพื่อเป็นข้ออ้างว่าในตลาดยังคงมีการแข่งขันอยู่ มันคือการเดินหมากที่แยบยลเพื่อปกป้องอาณาจักรของตัวเองจากภัยคุกคามที่ใหญ่กว่านั่นเอง
ผลกระทบจากข้อตกลงในตำนานครั้งนี้เกิดขึ้นแทบจะในทันที หุ้นของ Apple พุ่งทะยานขึ้นกว่า 30% ในวันเดียว ตลาดทุนกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง เงิน 150 ล้านดอลลาร์ได้มอบออกซิเจนที่จำเป็นให้ Apple มีเวลาได้หายใจและวางแผนสำหรับอนาคต
เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมีเสถียรภาพ Steve Jobs ก็ไม่รอช้าที่จะลงมือผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่ เขายกเลิกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำกำไรทิ้งไปเกือบทั้งหมด และปรับลดไลน์สินค้าคอมพิวเตอร์ลงเหลือเพียง 4 รุ่นหลักในตาราง 2×2 ที่เรียบง่าย เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจได้ทันที
2
นี่คือจุดเริ่มต้นของการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Apple
1
ในปี 1998 เพียงหนึ่งปีให้หลัง Jobs ได้เปิดตัว iMac คอมพิวเตอร์ดีไซน์ปฏิวัติวงการที่มาพร้อมสีสันสดใส มันประสบความสำเร็จอย่างงดงามและประกาศให้โลกรู้ว่า Apple ได้กลับมาแล้ว
1
จากนั้นก็ตามมาด้วยคลื่นแห่งนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนไปตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็น iPod ในปี 2001, iTunes Store ในปี 2003, iPhone ในปี 2007 และ iPad ในปี 2010
1
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้เปลี่ยน Apple จากบริษัทคอมพิวเตอร์ที่ใกล้จะล้มละลาย ให้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก และรากฐานของความสำเร็จทั้งหมดนี้ ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากดีลในวันที่สิ้นหวังที่สุดในปี 1997
แล้ว Microsoft ได้อะไรจากเรื่องนี้? พวกเขาได้ประโยชน์มหาศาลเช่นกัน พวกเขารอดพ้นจากคดีผูกขาดที่รุนแรง และในปี 2003 ก็ได้ขายหุ้น Apple ที่เคยซื้อไว้ในราคา 150 ล้านดอลลาร์ ออกไปในราคา 550 ล้านดอลลาร์ ทำกำไรไปอย่างงดงาม
1
เรื่องราวนี้ได้ทิ้งบทเรียนอันล้ำค่าไว้ว่า ในโลกธุรกิจที่ซับซ้อน การมองข้ามความขัดแย้งและอัตตาเพื่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ใหญ่กว่า คือคุณสมบัติของผู้นำที่แท้จริง
มันคือตำนานที่พิสูจน์ว่า บางครั้งการตัดสินใจที่กล้าหาญเพียงครั้งเดียว ก็สามารถพลิกชะตากรรมของบริษัท และเปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์ไปได้ตลอดกาล
1
References : [news .microsoft, cnbc, wired, nytimes, computerhistory]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา