27 ก.ย. 2025 เวลา 11:13 • ความคิดเห็น

คัมภีร์วรยุทธ์ตระกูลซุ่ย

“ตอนผมเด็กๆ มีครั้งหนึ่งครับพี่.. ป๊าไปได้ยินมาจากไหนไม่รู้ว่าฝรั่งมันเก่ง ป๊าก็ไปลองจ้างฝรั่งคนนึงมาเป็นลูกน้อง ป๊าเองก็พูดฝรั่งไม่ได้ ฝรั่งมันก็มาพร้อมคอมพ์
ป๊าก็บ่นว่าไม่รู้จะคุยกะมันยังไง วันๆ ไม่เห็นมันออกไปไหน นั่งอยู่แต่หน้าคอมพ์ “
ผมฟังความบ้าของป๊าของบอนด์ อนิวรรต รุ่งศรีธรรม แล้วทั้งขำทั้งทึ่ง
ขำก็ขำด้วยความกล้าลองมั่วๆ ของป๊า และก็ทึ่งว่า ความบ้าของป๊า และการถ่ายทอดวิธีคิดสู่รุ่นลูกจนกลายเป็นท่าไม้ตายของตระกูลศรีรุ่งธรรม พาร้านทองเล็กๆชื่อซุ่ยเซ่งเฮงตรงอุดมสุข ชื่อก็มาจากแซ่ซุ่ย และเซ่งเฮงก็คือความรุ่งเรืองที่ร้านทองส่วนใหญ่ใช้
ป๊าลองผิดลองถูก ลองด้วยความกล้า คิดต่างจากคนอื่นในสมัยนั้น ล้มลุกเรียนรู้ จนกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีสาขาหลายร้อยสาขา มูลค่าตลาดใกล้ๆสองหมื่นล้านบาทในปัจจุบัน
ป๊า ประสิทธิ์ เป็นผู้เปิดร้านทองซุ่ยเซ่งเฮง จบแค่ มศ 3 พาซุ่ยเซ่งเฮงจากร้านทองร้านเดียว กลายเป็นเกือบร้อยสาขาอย่างไม่มีใครทำได้ ก่อนส่งต่อให้รุ่นลูก บอนด์ อนิวรรต บาส และ กอล์ฟ อนิรุทธิ์ ที่พาซุ่ยเซ่งเฮงก้าวกระโดดจนโตไปอีกหลายธุรกิจ
ที่ทุกคนรู้จักในนามร้านทองออโรร่า (aurora) ในวันนี้
ผมเองเกิดมาในร้านทองของอากงที่โคราชเหมือนกัน อากงทำมาชั่วชีวิตก็มีหนึ่งร้าน ผลัดกันเฝ้ากับอาม่า ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแนวคิดของป๊าแบบไหนถึงพาร้านทองที่แต่ไหนแต่ไร เจ้าของต้องเฝ้าเอง ไปไหนไม่ได้เพราลูกจ้างโกงง่ายมาก
1
ทองมูลค่าเป็นร้อยล้านที่แขวนอยู่ก็ล่อตาล่อใจ อย่างมากก็ต้องวานญาติสนิทมาเฝ้าเพราะกลัวทองหายนั้น ถึงขยายสาขาได้หลายสาขา สองสาขายังพอเข้าใจ วิ่งวนไปดู ไปเฝ้าได้
บอนด์บอกว่า แนวคิดของป๊าที่ทะลุทะลวงกว่าเจ้าของร้านทองทั่วไปก็คือ “เหลือเท่าไหร่ก็คือของเรา” โกงมั่งไรมั่งก็ค่อยๆป้องกันเอา ขอให้เหลือกำไรก็พอ เจ้าของร้านทั่วไปพยายามป้องกันทุกบาททุกสตางค์ก็เลยขยายไม่ได้
ช่วงแรกป๊าระดมทุนจากญาติ เป็นสิบปีกว่าจะมีสาขาสอง พอทำจากสองไปห้า ก็เริ่มคิดเองว่าต้องมีระบบลงบัญชี ระบบป้องกันการโกง ป๊าก็ออกแบบเองจากความคิดตัวเอง เป็นระบบจดกระดาษ ทำให้เป็นระเบียบ เป็นร้านทองร้านแรกๆที่มี
1
กอล์ฟ เล่าให้ฟังว่าวิธีป้องกันการโกงที่ดีที่สุดที่ป๊าสอน และลูกๆเอามาใช้แล้วได้ผลมาก ก็คือ “ถ้าไม่อยากให้เขาโกง ต้องให้เขารวย “ที่ออโรร่าเลยให้คอมมิชชั่นเยอะ ดูแลพนักงานอย่างดี เพราะคุ้มกว่าการโดนโกงมาก วิธีหาคนใหม่ๆได้เร็วเพราะต้องขยายร้านเยอะก็คือให้คอมมิชชั่นพนักงานพาเพื่อนมา ได้ตั้งแต่แนะนำจนอยู่ครบปี
วิธีนี้พนักงานก็จะช่วยเทรนให้อยู่ครบปีและเป็นหูเป็นตาให้ด้วย… เป็นเคล็ดวิชาจากธุรกิจที่ีโดนโกงบ่อยที่สุด
ทองนี่โกงง่ายมาก โกงร้านบ้าง โกงลูกค้าบ้าง ทุกครั้งที่โดนโกงตั้งแต่ป๊าจนถึงเจนสองก็ออกแบบระบบใหม่ไปเรื่อยๆ.. เหลือเท่าไหร่ก็คือของเรา…
ผมถามคำถามแรกด้วยความสงสัยว่า ทำไมถึงชื่อออโรร่า เป็นฝรั่งมาก เพราะร้านทองสมัยก่อนที่น่าเชื่อถือต้องสีแดง ชื่อจีน แนว อึ้งเฮงหลี ฮั่วเซ่งเฮง หรือชื่อเดิม ซุ่ยเซ่งเฮง ไรงี้
บอนด์ก็เล่าว่า เพราะว่าป๊านี่แหละ หัวทันสมัย ช่วงนึงห้างสรรพสินค้าเริ่มเปิด ป๊าก็อยากลองไปเปิดในห้างบ้าง … ป๊าเป็นพวกชอบลอง ฝรั่งดีก็จ้างฝรั่ง ลองเร็วแล้วผิดก็เลิก ดีก็ขยาย ป๊าลองเองหมด ทำตู้ไม้เอง เขียนแบบเอง คิดระบบเอง ลองเร็ว ผิดก็เลิก ดีก็ขยาย เป็นนิสัยหลักของป๊าที่ลูกๆเล่า
พอจะเข้าห้าง ผู้ใหญ่ในห้างสั่งมาเลยว่าห้ามมาชื่อจีนแล้วสีแดงๆ มันดูไม่เข้ากับห้างทันสมัย ตอนนั้นไปเยี่ยมลูกสาวที่เมืองนอก มีแสง aurora สมัยก่อนทัวร์เรียกว่าแสงเงินแสงทอง ป๊าก็เลยเอาชื่อนี้ละกัน ความหมายดี แล้วก็แก้เป็นสีส้ม ไม่ให้แดงตามผู้ใหญ่สั่ง
ปรากฏว่า การลองครั้งนี้เปิดโลกป๊ามาก ห้างมีค่าเช่าแพง ป๊าเลยต้องตั้งราคาสูงหน่อยเผื่อต่อ เพราะสมัยก่อนใครซื้อทองที่ร้านทองทั่วไปต้องต่อราคา ค่ากำเหน็ด 500 บาทก็ต่อนิดหน่อย ป๊าเลยตั้งไว้พันบาทเผื่อต่อเหลือหกร้อยก็พอไหว
ปรากฏว่าคนซื้อของห้างมีพฤติกรรมอีกแบบคือไม่ต่อราคา ตั้งเท่าไหร่ขายได้เท่านั้นเลย กำไรในห้างก็เลยดีมาก ป๊าก็ได้โมเดลใหม่นอกจากระบบที่ร้านทองอื่นไม่มี ก็คือการขยายไปกับห้างจนไปหลายสิบสาขา
เหลือเท่าไหร่คือของเรา… ระบบ ระบบ ระบบ… และลองไปก่อน ล้มลุกเรียนรู้ หรือถ้าภาษา startup เดี๋ยวนี้อาจจะเรียกว่า pilot ก็ได้
สามวิธีคิดของเถ้าแก่ร้านทองที่จบ มศ 3 นี้ ทำให้ป๊าพาออโรร่ามาไกลมาก ไกลจากเถ้าแก่เฝ้าร้านทองไม่กล้าไปไหน และไกลจากร้านทองทุกร้านที่มีในไทย….
ป๊ามาออโรร่ามาไกลมากเท่าที่คนจบ มศ 3 พูดอังกฤษไม่ได้จะพามา จังหวะพอดีที่ลูกชายสามคนที่ขลุกอยู่ในร้านทองตั้งแต่เด็ก เห็นวิชาต่างๆ และเคล็ดลับของป๊ามาตลอด ทยอยกลับมาช่วยงาน ทั้งสามไปเรียนต่อต่างประเทศ บางคนทำงานค้าขายที่เมืองจีนมาบ้าง ค่อยๆ กลับมาเรียนรู้งาน ป๊าสอนเสมอว่าให้ลอง ลองแล้วเจ๊ง 7 ครัั้งถึงจะเข้าใจ..
ผมถามว่าป๊าค่อยๆปล่อยให้ทั้งสามมารับช่วงต่อจนขยายกิจการไปอีกหลายเท่าได้อย่างไร บอนด์กับกอล์ฟก็บอกว่า ป๊าก็ใช้วิชาก้นหีบเหมือนเคย ให้ลองก่อน ลองทำเล็กๆน้อยๆ ผิดไม่เป็นไร ทั้่งบอนด์และกอล์ฟก็ไปเปิดธุรกิจข้างเคียง
บอนด์เริ่มตั้งบริษัทเทรดทองระหว่างประเทศ ลองผิดลองถูกจนสำเร็จ กอล์ฟเริ่มลองเปิดแบรนด์ใหม่ๆ เพราะเป็นคนชอบดูดาต้าและพบว่าบางกลุ่มยังติดกับชื่อจีนๆ ตู้แดงๆ อยู่ ก็เปิด fighting brand ชื่อเซ่งเฮงมาคู่กับออโรร่า ก็เปิดได้ 50 สาขา ต่อมาก็ลองทำขายฝากทองชื่อทองมาเงินไป ใช้วิชาป๊า ก็คือวางระบบให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ราคาชัดเจนและลองไปก่อน จากลอง 5 สาขาจนตอนนี้ยอดขายและกำไรพุ่งไปมาก
พอเห็นแวว ป๊าก็เลยปล่อยมือ ทั้งคู่ก็ต่อยอดป๊าด้วยการเอาระบบจดมือค่อยๆเปลี่ยนเป็นระบบมาตรฐาน ไอทีสากล ขยายไปสู่กิจการเพชร กิจการเครื่องประดับ เน้นความไว้วางใจ สร้างมาตรฐานเรื่องราคาในทุกส่วนในขณะที่ร้านทองอื่นไม่มี ทำให้เกิดความเชื่อใจในแบรนด์
เรื่องราวของเจนถัดมาก็ไม่ต่างจากป๊าเลยแม้แต่น้อย กอล์ฟไปเปิดขายฝากทองแล้วค้นพบเหมือนกับที่ป๊าค้นพบการเปิดในห้างว่า คนมาขายฝากทองนั้น ร้อยละ 99 มาไถ่ทองคืน ไม่ว่าทองจะราคาลงจนไม่คุ้มก็ตาม เพราะทองแต่ละเส้นมีเรื่องราว มีความผูกพันมากกว่าแค่ราคาทอง ไม่มีใครอยากเสียทองไป เขาเอาทองมาแค่ภาวะฉุกเฉินเท่านั้น ทำให้หนี้เสียแทบไม่มี
ทองมาเงินไป ที่เป็นแบรนด์ขายฝากนั้นก็เลยโตเอาโตเอา จนทำให้กำไรพุ่งต่อยอดจากกิจการเดิมของป๊าเข้าไปอีก
การเอาร้านทองเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้นแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ในอดีต ทั้งบัญชี ทั้งรายละเอียด เรื่อง VAT เต็มไปหมด มีคนสบประมาทป๊าว่า ธุรกิจทองยังไงก็เข้าตลาดไม่ได้ ก็เป็นชนวนสำคัญที่ป๊าไฟเขียว เคลียร์ญาติพี่น้องให้แบบใจกว้าง
จนรุ่นลูกผลักดัน สร้างระบบ โดยป๊าบอกว่า ถ้าจะทำ ให้เดินไปข้างหน้า ห้ามถอยหลังอย่างเด็ดขาด จนใช้เวลา 8 ปีเอาเข้าตลาดได้
แล้วยุคนี้ต่างจากยุคป๊าอย่างไร บอนด์ ซีอีโอออโรร่าบอกว่า หลักการนั้นไม่ต่างกัน แต่ยุคนี้ต้องใช้ data 75% ใช้ความรู้สึก 25% แต่ยุคป๊าใช้ guts feeling ล้วนๆ ป๊าไม่ได้ยุ่งในระดับรายละเอียดแล้ว แต่ก็ยังให้ข้อคิดที่เป็นวรยุทธ์ประจำตระกูลตกทอดรุ่นสู่รุ่นอยู่เสมอ นอกจากระบบ มาตรฐานและความกล้าลอง ล้มลุกเรียนรู้แล้ว
ป๊ายังบอกเคล็ดลับถึงสุดยอดวิชาที่ต้องใช้ประกอบกันว่า ทำอะไร เร็วได้ แต่ต้องคิดทางถอยไว้สองทาง และห้ามทำให้สิ่งที่ไม่ถนัดอย่างเด็ดขาด
และนี่คือคัมภีร์วรยุทธ์ตระกูลซุ่ย ที่ผมบันทึกไว้จากการสัมภาษณ์ซีอีโอและซีเอ็มโอ สองพี่น้องแห่งตระกูลศรีรุ่งธรรมที่ HOW Club ผู้พาออโรร่าเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นร้านทองแห่งแรกและแห่งเดียว ทำกำไรโตเท่าตัวในระยะเวลาไม่กี่ปีหลังเข้าตลาด และมีแนวโน้มที่ดูจะโตไปอีกมาก
เป็นคัมภีร์สุดยอดวิชาที่มีค่ากว่าทองอย่างแน่นอน…
โฆษณา