Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ร้อยเรื่องหลากมุมกับ ภก.ปราโมทย์
•
ติดตาม
27 ก.ย. 2025 เวลา 14:29 • สุขภาพ
"ทอเรียม" โอกาสใหม่ พร้อมอันตรายต่อสุขภาพ?
ช่วงนี้ในวงการลงทุนมีคนพูดถึง "ทอเรียม (Thorium-232)" เพิ่มมากขึ้น ในฐานะทางเลือกใหม่ของพลังงานสะอาด และอาจเป็น"ยูนิครอน" ตัวใหม่ของวงการพลังงาน
แม้หลายคนจะได้รู้จักกับทอเรียม หลังโครงการวิจัยพลังงานของจีน แต่แท้จริงแล้วทอเรียมไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการพลังงาน
ทอเรียมเป็นโลหะกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ถูกค้นพบในปี 1828 โดยนักเคมีชาวสวีเดนชื่อ Jons Jakob Berzelius ซึ่งตั้งชื่อธาตุนี้ตาม Thor เทพเจ้านอร์สแห่งสงคราม. ในทางธรณีวิทยา ทอเรียมเป็นธาตุที่พบได้ทั่วไปในปริมาณเล็กน้อยในหินและดินส่วนใหญ่ และมีความอุดมสมบูรณ์ในเปลือกโลกประมาณสามเท่าของยูเรเนียม
1
ทอเรียมถูกนำมาใช้ในเชิงพลังงานครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 60 โดยสหรัฐอเมริกา
การดำเนินการทดลองที่สำคัญคือ เครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลวเชิงทดลอง (Molten-Salt Reactor Experiment - MSRE) ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอ๊คริดจ์ (Oak Ridge National Laboratory - ORNL) ในรัฐเทนเนสซี
MSRE เริ่มเดินเครื่องวิกฤต (Critical) ในเดือนมิถุนายน ปี 1965 และดำเนินการจนถึงเดือนธันวาคม ปี 1969 เครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลวเชิงทดลอง (Molten-Salt Reactor Experiment - MSRE) ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอ๊คริดจ์ ป็นเตาปฏิกรณ์เชิงทดลองที่ออกแบบมาเพื่อผลิตกำลังความร้อน (Heat Power) เป็นหลัก เพื่อทดสอบเชื้อเพลิงและวัสดุ โดยมีกำลังความร้อนสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 7.3 - 8 เมกะวัตต์ความร้อน (MWt)
การใช้ทอเรียมในเครื่องปฏิกรณ์เพาะพันธุ์ (Breeder Reactor) ที่สมบูรณ์แบบ จึงมีศักยภาพในการ "เผาไหม้" เชื้อเพลิงเกือบทั้งหมดของมันเอง ทำให้บางการเปรียบเทียบชี้ว่า ทอเรียม 1 ตัน อาจให้พลังงานเทียบเท่ากับยูเรเนียมถึง 200 ตัน (เทียบเท่าถ่านหินหลายล้านตัน) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของ MWt ที่สามารถผลิตได้ในระยะยาวต่อหน่วยของทรัพยากรที่นำมาใช้
ทอเรียมเป็นธาตุที่มีอยู่มากมายและกระจายตัวอยู่ในเปลือกโลกมากกว่ายูเรเนียมเกือบ 3-4 เท่า สามารถพบได้ในหลายประเทศทั่วโลก แม้แต่ในไทยเอง ก็มีธาตุทอเรียมในระดับหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ แม้แต่ในดวงจันทร์ ก็ยังมีปริมาณทอเรียมสูงถึง 10 ถึง 13 ส่วนในล้านส่วน (ppm) หรือสูงกว่า ในบางจุด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเปลือกโลก (ประมาณ 6 ppm)
แต่การนำทอเรียมมาใช้ ก็ยังมีความเสี่ยงที่สำคัญ ทอเรียมสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับและมะเร็งปอดได้ โดยการปลอดปล่อยรังสีแอลฟา (α) ซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานสูงที่สามารถสร้าง free radicals ทำให้ DNA เกิดความเสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
ส่วนการหายใจเอาฝุ่นหรือละอองทอเรียม เข้าไปในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในกลุ่มคนงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองหรือแปรรูปทอเรียม การสัมผัสฝุ่นทอเรียมซ้ำ ๆ ในระดับต่ำอาจทำให้เกิด การเกิดพังผืดที่ปอด (Pulmonary Fibrosis) และเพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งปอด ในระยะยาว
น่าจับตาว่า การที่จีนปัดฝุ่นโครงการทอเรียมของอเมริกามาทำใหม่ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของพลังงานสะอาด ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผู้ทำงานและสิ่งแวดล้อมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากทำได้ อาจเปลี่ยนให้จีนกลายเป็นผู้นำพลังงานสะอาดอีกแห่งหนึ่งของโลก
อ้างอิง
https://www.researchgate.net/figure/Comparison-of-various-properties-of-UO2-and-ThO2_tbl1_336719688
https://energy.sustainability-directory.com/question/what-role-does-thorium-play-in-fuel-efficiency/
https://www.osti.gov/etdeweb/servlets/purl/605447
วิทยาศาสตร์
เศรษฐกิจ
สุขภาพ
2 บันทึก
16
8
5
2
16
8
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย