3 ต.ค. 2025 เวลา 09:23

การคิดเชิงระบบ: พลังแห่งการมองภาพรวม เห็นความเชื่อมโยง และการฝึกฝน ฝึกปฏิบัติ

“อาจารย์ครับ/คะ พวกเราชอบกิจกรรม Check-in มาก และนำมาใช้ในทีม แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ผลแบบที่อาจารย์ทำเลย แต่จะพยายามต่อไปครับ/ค่ะ”
ในยุคที่ทุกสรรพสิ่งเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ปัญหาต่างๆ จึงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการมองแบบแยกส่วน การคิดเชิงระบบ Systems Thinking คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราก้าวข้ามการมองปัญหาแบบเส้นตรง Linear Thinking ไปสู่การเห็น โครงสร้าง และ ความสัมพันธ์ อันเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนผลลัพธ์ของระบบทั้งหมด การมีความรู้เรื่องนี้จึงเปรียบเสมือนการได้แผนที่ ที่นำทางไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน และตรงจุด
หัวใจของการคิดเชิงระบบ: ทำความเข้าใจ Archetype
หนึ่งในเครื่องมือทรงพลังของการคิดเชิงระบบคือ Systems Archetypes หรือแบบแผนเชิงระบบ ซึ่งเป็นโครงสร้างพฤติกรรมของระบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจ Archetype เหล่านี้ ช่วยให้เราวินิจฉัยปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วขึ้น
Tragedy of the Commons: โศกนาฏกรรมแห่งทรัพยากรร่วม สาธารณสมบัติ
ในบรรดา Archetype ทั้งหมด "Tragedy of the Commons" โศกนาฏกรรมแห่งทรัพยากรร่วม เป็นแบบแผนที่สะท้อนความจริงทางสังคมได้ชัดเจนที่สุด อธิบายสถานการณ์ที่ทรัพยากรส่วนรวม Commons ถูกใช้ประโยชน์โดยแต่ละปัจเจกบุคคลเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตนเองในระยะสั้น แต่เมื่อทุกคนทำพร้อมกัน ผลรวมของการกระทำจะนำไปสู่การ ร่อยหรอ Deplete และเสื่อมโทรมของทรัพยากรนั้นในระยะยาว ทำให้ทุกคนได้รับผลเสียร่วมกัน
การวิเคราะห์แบบแผนนี้ช่วยให้เราเห็นองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน:
Commons: คือทรัพยากรร่วมที่ทุกคนใช้ และได้รับประโยชน์ ไม่เพียงแค่สาธารณสมบัติ สิ่งที่จับต้องได้ หากแต่รวมถึงสิ่งที่สำคัญ และจับต้องไม่ได้ เช่น ความไว้วางใจ เชื่อใจ คุณภาพความสัมพันธ์ เป็นต้น
Deplete: คือการกระทำที่ลดหรือทำลายทรัพยากรร่วมนั้น
Regenerate: คือการกระทำที่ช่วยฟื้นฟูหรือเพิ่มพูนทรัพยากรร่วม
กรณีศึกษา: พันธกิจร่วม ความมุ่งมั่นร่วม Shared Commitment ในองค์กร หรือในทีมงาน
Archetype นี้ไม่ได้ใช้ได้แค่กับสิ่งแวดล้อม สิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับสิ่งที่ไม่ใช่ตัววัตถุ สิ่งที่สำคัญและจับต้องไม่ได้ เช่น พันธกิจร่วม Shared Commitment ความเชื่อใจ หรือความมุ่งมั่นร่วมในองค์กร
องค์ประกอบ & ตัวอย่างในบริบทองค์กร ในทีมงาน
ทรัพยากรร่วม Commons – ความมุ่งมั่นร่วม ความเชื่อใจ ความโปร่งใส วัฒนธรรมความร่วมมือ เวลาในการทำงานร่วมกัน
ลดหรือทำลาย Deplete -- การเน้นผลประโยชน์ส่วนตัวเหนือทีม การละเลยความรับผิดชอบต่อเป้าหมายร่วม การสื่อสารที่คลุมเครือ การตำหนิผู้อื่น
ฟื้นฟูหรือเพิ่มพูน Regenerate -- การรักษาคำมั่นสัญญา การสื่อสารอย่างเปิดอก การให้ Feedback ที่สร้างสรรค์ การแบ่งปันข้อมูล การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงการขอความช่วยเหลือ
เมื่อบุคลากรในทีมเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น การสนใจเฉพาะทำให้ผ่านไป สนใจเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง หน้างานของตนเอง ความสะดวกของตน จนลืมไปว่าคุณภาพของงานตนส่งผลกระทบต่อผู้อื่นในทีม รวมถึงเป้าหมายร่วมของทีม หลีกเลี่ยงงานที่ยาก พวกเขากำลังลดหรือทำลายทรัพยากรร่วม ความเชื่อใจและความร่วมมือ
ในระยะสั้นพวกเขาแต่ละคนอาจจะได้ประโยชน์ แต่ในระยะยาว ทีมจะไร้ประสิทธิภาพ และทุกคนต้องทนทุกข์จากระบบที่ขาดความน่าเชื่อถือ จากผลงานที่ไม่มีคุณภาพ
ด้วยการวิเคราะห์ผ่าน Archetype นี้ เราจึงไม่ได้แค่สรุปว่า ทีมไม่สามัคคี แต่สามารถระบุ จุดเปลี่ยน จุดคานงัด Leverage Points ที่ต้องเข้าไปจัดการอย่างเป็นระบบ นั่นคือการเพิ่มกิจกรรมที่นำไปสู่ ฟื้นฟูหรือเพิ่มพูน Regenerate และสร้างกติกาเพื่อยับยั้งการลดหรือทำลาย Deplete ทรัพยากรร่วม Commons
ความรู้ คือเครื่องมือ สิ่งสำคัญกว่าความรู้ คือ วิธีการนำความรู้ไปใช้ ความเชี่ยวชาญ
ดังคำกล่าวที่ว่า: "การมีความรู้เรื่องการคิดเชิงระบบนั้นเปรียบเสมือนการมีเครื่องมือที่ดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะผลิตชิ้นงานจากเครื่องมือนั้นได้ดี ทั้งหมดขึ้นอยู่กับวิธีการและความเชี่ยวชาญที่เราใช้ความรู้นั้น"
การเรียนรู้ Archetype คือการรู้ว่ามี "ค้อน" หรือ "ไขควง" อยู่ในกล่องเครื่องมือ แต่ความงดงามของชิ้นงาน ขึ้นอยู่ความเชี่ยวชาญที่แท้จริง คือ การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้เครื่องมือชิ้นไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร
ความเชี่ยวชาญในการใช้การคิดเชิงระบบประกอบด้วย:
การเห็นความเชื่อมโยง: เข้าใจว่าการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหลาย ๆ ส่วนรวมกัน จะกระตุ้นให้เกิด วงจรป้อนกลับแบบเสริมกำลัง Reinforcing Loop ที่นำไปสู่การเสื่อมถอยของระบบได้อย่างไร
การหาจุดเปลี่ยน: ระบุให้ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ณ จุดใดในระบบ เช่น การเปลี่ยนกฎกติกา หรือแรงจูงใจ จะสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในระยะยาวได้
การท้าทายกรอบความคิด: ตระหนักว่าปัญหาเกิดจากสมมติฐานที่เรายึดถือ Mental Models และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองเหล่านั้น เพื่อที่เราจะปรับเปลี่ยนท่าที ท่าทาง เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม มากกว่าเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตน
การคิดเชิงระบบจึงเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราสามารถใช้ความรู้เรื่อง Archetype ต่างๆ ได้อย่างเฉียบคม นำมาซึ่งความเข้าใจระบบที่ลึกซึ้ง และทำให้เราสามารถสร้าง ทางออกที่ยั่งยืน แทนที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
บนเส้นทางแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เส้นทางแห่งการฝึกปฏิบัติ
Lifelong Learning Journey of Practice, Practice & Practice
#CompassionateSystemsChange
#การสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
#ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์
#TragedyOfTheCommons
#โศกนาฏกรรมแห่งทรัพยากรร่วม
#สาธารณสมบัติ
โฆษณา