11 ต.ค. 2025 เวลา 09:35

ความท้าทายมุมมองเรื่อง "ความเร็ว" ในสังคม กับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในเขตชุมชน เขตโรงเรียน...

ในสังคมเมืองที่รถติด ผู้คนเร่งรีบ และทุกวินาทีดูมีค่า เราอาจลืมไปว่า... ความเร็วไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมันอาจแลกมาด้วยชีวิต
สังคมไทยกับ การแข่งกับเวลา ต้องทำเวลา...
ในชีวิตประจำวันของคนเมือง เรามักได้ยินคำว่า “รีบหน่อย เดี๋ยวสาย” หรือ “ขับเร็วอีกนิดจะทัน”
ถนนที่แออัด กลายเป็นสนามของความอดทนและการแข่งขัน ความเร็วจึงไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่ของรถ แต่เป็น สัญลักษณ์ของความสามารถในการเอาชนะเวลา หรือหลายท่านมองว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องแข่งกับเวลา
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความเร็วกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
-- หลายคนอาจไม่รู้ว่า เพียงเพิ่มความเร็วจาก 30 กม./ชม. เป็น 50 กม./ชม.
โอกาสรอดของคนเดินถนนที่ถูกรถชนจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง และในเขตชุมชนหรือหน้าโรงเรียน ตัวเลขเล็กๆ นี้ อาจหมายถึง “ชีวิตของเด็กคนหนึ่ง”
-- หรือหากขับขี่หรือซ้อนจักรยานยนต์อาจหมายถึงการบาดเจ็บสาหัส หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต
“ไม่เป็นไรหรอก ไปแค่นี้เอง” – มุมมองที่อาจทำให้เราไปไม่ถึงจุดหมาย
การศึกษาหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังมองอุบัติเหตุทางถนนว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา เป็นเรื่องเวรกรรม
บางคนเชื่อว่า ถ้าไม่ถึงคราวก็คงไม่เป็นอะไร
เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่สวมหมวกกันน็อก หรือทำไมถึงขับเร็วกว่ากำหนด คำตอบอย่าง “ไปแค่นี้เอง” หรือ “ไม่เป็นไรหรอก” จึงกลายเป็นคำพูดคุ้นหู
แต่ความจริงแล้ว อุบัติเหตุไม่เลือกเวลาและไม่เลือกใคร
มันไม่ขึ้นอยู่กับโชค แต่ขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจ
เพียงวินาทีเดียวที่เราคิดว่าไม่เป็นไร อาจกลายเป็นวินาทีที่เปลี่ยนชีวิตของใครบางคนตลอดไป โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก คนที่รักเรา
เพราะบนถนน ทุกคนไม่ได้ขับอยู่คนเดียว —
เรากำลังขับอยู่ท่ามกลางชีวิตของคนอื่นๆ ที่มีใครบางคนรอให้เขากลับบ้านอย่างปลอดภัย
เขตชุมชน เขตโรงเรียน พื้นที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด
ในเขตชุมชนและบริเวณโรงเรียน เด็กๆ รวมถึงผู้สูงอายุ คือผู้ใช้ถนนที่เปราะบางที่สุด
พวกเขาเดิน ข้าม เล่น หรือขี่จักรยานด้วยความไว้วางใจว่าผู้ใหญ่จะปกป้องพวกเขา
แต่ในความเป็นจริง ความเร็วเพียงเล็กน้อยจากคนขับที่ รีบไปนิด
อาจทำให้จุดที่ควรเป็น พื้นที่ปลอดภัย กลายเป็น จุดเสี่ยงชีวิต
นั่นจึงเป็นที่มาของแนวคิด “ชะลอเพื่อรอยยิ้ม”
ที่ชวนให้ผู้ใช้ถนนทุกคน โดยเฉพาะในเขตชุมชนและโรงเรียน
ลดความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้ทุกชีวิตบนถนนมีโอกาสได้ยิ้มกลับบ้านอีกครั้ง
ความเร็วที่แท้จริง คือการไปถึงอย่างปลอดภัย
เรามักคิดว่า "ขับเร็ว" คือ "ไปถึงไว"
แต่ในความเป็นจริง การเร่งรีบอาจทำให้เราช้ากว่าที่คิด — หรือบางครั้งอาจ “ไปไม่ถึงเลย”
ลองคิดดูอีกมุมหนึ่ง...
บางที การชะลอ ไม่ใช่การเสียเวลา แต่คือการ “ให้เวลา”
ให้ตัวเราได้ปลอดภัย ให้คนที่รอเราอยู่ได้ยิ้ม และให้สังคมได้หายใจร่วมกันอย่างสงบ
เพราะ การกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย คือของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับทุกคน — ทั้งคนขับ และคนที่รออยู่ที่บ้าน
ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ร่วมกัน #เป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน
เริ่มจากการมองเห็น และใส่ใจ
ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหน้าที่ หรือผู้เชี่ยวชาญ แค่ สะกิดเตือนด้วยความรัก ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
บอกเพื่อน บอกคนที่เรารัก ให้ใส่หมวกกันน็อก
ชะลอเมื่อผ่านหน้าโรงเรียน เมื่อผ่านเขตชุมชน
ยิ้มให้กัน เมื่อมีใครหยุดให้คนข้ามถนน
เพราะทุกการกระทำเล็กๆ ของเราในวันนี้ อาจช่วยให้ใครบางคน ได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยในคืนนี้
#ชะลอเพื่อรอยยิ้ม #เป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม #สะกิดเตือนด้วยความรัก
โฆษณา