Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กรุงเทพธุรกิจ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
18 ต.ค. 2025 เวลา 06:00 • ธุรกิจ
‘หยกสด’ ขนมไทยรายได้ ‘144 ล้าน’ ได้กินตอนบวช เลยออกมาเปิดร้านของตัวเอง แง้มอยากไปต่างประเทศ
จากอดีตวิศวกรเครื่องกล สู่เจ้าของขนมไทยร้อยล้าน คุยกับ “จ๊าก-มหศักย์” เจ้าของและผู้ก่อตั้งหยกสด ปิ๊งไอเดียเพราะได้กินเปียกปูนกะทิสดตอนบวช ออกมาหาสูตรจากอินเทอร์เน็ต-ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง พา “หยกสด” ทะยานสู่ธุรกิจ 144 ล้าน คาดปีนี้เติบโตกว่าเดิม เล็งเปิดสาขาใหม่ปีละ 5-6 แห่ง ถ้ามีโอกาสเหมาะอยากพาหยกสดไปต่างประเทศด้วย
1
“หยกสด” ขนมไทยที่มาพร้อมคอนเซปต์ชัดเจน ทุกโปรดักต์ในร้านต้องมีส่วนผสมของใบเตยแท้ๆ โด่งดังและเป็นที่พูดถึงในวงกว้างจาก “อินทนิล” ขนมไทยเนื้อหนึบหากินยาก กระทั่งร้านเติบโตจากการบอกต่อปากต่อปากในโลกโซเชียล ปัจจุบัน “หยกสด” ขยายไปแล้ว 28 สาขา พร้อมกับรายได้ที่มีอัตราการเติบโตทุกปี ขยับเข้าสู่หลักไมล์ “ร้อยล้าน” ครั้งแรกเมื่อปี 2566 และในปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าด้วย
แต่รู้หรือไม่ว่า ร้านขนมไทยที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนแห่งนี้ไม่ได้มีรากฐานมาจากเชฟทำขนมไทยมือฉมังที่ไหน ไม่ได้เกิดและเติบโตท่ามกลางครอบครัวธุรกิจร้านอาหาร ทว่า “จ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร” เรียนจบจากคณวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคุณพ่อเป็นหมอ คุณแม่ทำอาชีพหมอฟัน ส่วนน้องชายก็เรียนจบเป็นหมอ
ก่อนหน้านี้ “จ๊าก” เปิดบริษัทสตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ได้ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ทำไปสักพักก็รู้สึกว่า ไม่ใช่งานที่ถนัดเท่าไหร่ ประกอบกับความเครียดเริ่มก่อตัวทีละน้อยจึงตัดสินใจบวชพระอยู่เกือบเดือน ช่วงเวลานั้นเองที่ทำให้ “จ๊าก” ได้มีโอกาสลิ้มรสขนมไทยหลายอย่าง ตอนนั้นญาติโยมนิยมนำขนมไทยมาใส่บาตร แต่ที่ทานแล้วถูกใจมากที่สุด คือ “เปียกปูนกะทิสด”
แม้จะเป็นขนมไทยที่รู้จักกันทั่วไป แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่ “จ๊าก” ได้กินเมนูเปียกปูนกะทิสด หลังจากสึกออกมาแล้วจึงลองเดินหาตามห้างสรรพสินค้า เขาพบข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ว่า ขนมไทยไม่ใช่ของที่หาซื้อได้ทั่วไปตามห้าง แต่มักซุกซ่อนอยู่ตามร้านเล็กในตลาดสดมากกว่า เมื่อหาซื้อไม่ได้จึงนึกสนุกหัดทำเองเสียเลย สูตรขนมไทยก็ได้จากการรีเสิชในอินเทอร์เน็ต ลองผิดลองถูกจนได้รสชาติที่ถูกใจ แม่ลองชิมก็บอกว่าอร่อย ลองให้เพื่อนสนิทใกล้ตัวชิมทุกคนชอบกันหมด
ระหว่างนั้น “จ๊าก” เรียนปริญญาโทไปด้วย จึงลองเปิดพรีออเดอร์ให้เพื่อนๆ สั่งไปกิน ปรากฏว่า ฟีดแบ็กที่ได้รับเป็นไปในทางบวก เมื่อทุกคนบอกว่าอร่อย ก็เริ่มมีใจอยากลองขายจริงจัง “จ๊าก” มองหาลู่ทางเปิดตลาดด้วยการออกบูธระยะสั้นๆ วันแรกขายได้ 4,000 กว่าบาท ถือว่าเยอะสำหรับจังหวะออกสตาร์ท แม้เหลือกำไรไม่เยอะแต่คิดข้ามช็อตไปว่า ถ้าวางแผนดีๆ ก็น่าจะเป็นธุรกิจที่เลี้ยงดูตัวเองได้
“จ๊าก” เริ่มมองถึงทราฟิกคนซื้อแต่ละวัน ถ้าเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ๆ มีคนจับจ่ายเยอะๆ ได้ คงจะทำให้แบรนด์ติดตลาดได้ไม่น้อย “เดอะมอลล์บางแค” และ “เซ็นทรัลปิ่นเกล้า” คือห้างแห่งแรกๆ ที่เข้าไปติดต่อนำเสนอสินค้า ปรากฏว่า ทั้งสองแห่งซื้อไอเดียและให้พื้นที่กับหยกสด ฟังดูเหมือนจะไปได้สวยเพราะไม่นานก็ได้เข้ามาอยู่ในห้างแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานยอดขาย “หยกสด” ค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ จนต้องถอนตัวออกจากพื้นที่ไปพร้อมๆ กันทั้งสองแห่ง
สิ่งที่ “จ๊าก” ได้เรียนรู้ในตอนนั้น คือขนมเปียกปูนกะทิสดไม่ใช่ของใหม่สำหรับผู้บริโภคทั่วๆ ไป จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องมาซื้อจากหยกสดเพียงผู้เดียว เขากลับมาทบทวนเหตุและผลที่ทำให้ยอดขายร่วง จนเจอกับจุดหักเลี้ยว คือการตั้งตัวเป็นร้านขายขนมไทยหากินยาก “จ๊าก” เริ่มจากช่องทางง่ายๆ ใกล้ตัวเหมือนเดิม เสิชหาในอินเทอร์เน็ตก็พบว่า มีขนมไทยหลายชนิดที่คนอยากกินแต่หาซื้อไม่ได้ อาทิ หยกมณี บุหลันดั้นเมฆ เป็นต้น
1
จึงลองหยิบขนมเหล่านี้มาปรับองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ให้เหมาะกับยุคสมัย ใช้ใบเตยเป็นแกนหลักในการนำเสนอ และสินค้าที่ได้ไปต่อนำไปขายหน้าร้านได้ กระทั่งได้ “อินทนิล” ขนมไทยแป้งเหนียวนุ่มกินคู่กับน้ำกะทิอบควันเทียน ที่กลายเป็นสินค้าขายดีตลอดกาลของร้านจนถึงปัจจุบัน
สำหรับ ผลประกอบการ บริษัท หยกสด จำกัด มีรายละเอียด ดังนี้
ปี 2567: รายได้ 144 ล้านบาท กำไรสุทธิ 22 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 121 ล้านบาท กำไรสุทธิ 19 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 86 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 44 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.8 ล้านบาท
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1202776
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness
ธุรกิจ
2 บันทึก
12
6
2
12
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย