14 ต.ค. 2025 เวลา 07:42 • สุขภาพ

👺ยา PPIs กับความเสี่ยงไมเกรน

บทวิจารณ์เชิงวิพากษ์ และผลการวิจัยล่าสุดจากสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ ระหว่างการใช้ยา Proton Pump Inhibitors (PPIs) ซึ่งเป็นยาที่ใช้อย่างแพร่หลายในการลดกรดในกระเพาะอาหาร (เช่น Omeprazole, Esomeprazole) กับการเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนที่รุนแรง
♉ข้อค้นพบหลักด้านระบาดวิทยาและความเสี่ยง
การศึกษาขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ยืนยันว่าผู้ที่ใช้ PPIs มีความเสี่ยงต่ออาการปวดศีรษะไมเกรนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:
🇰🇷การศึกษาในเกาหลีใต้พบว่า ผู้ที่ใช้ PPIs มีความเสี่ยงในการเป็นไมเกรน สูงขึ้น 2.56 ถึง 4.66 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้
🇺🇸การศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ที่ใช้ PPIs มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงสูงขึ้น 70% และยาลดกรดชนิดอื่นก็มีความเชื่อมโยงเช่นกัน
♊รายละเอียดงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา (June 2024)
1️⃣นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกว่า 11,800 คน ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาลดกรด รวมถึงการเป็นไมเกรนหรือปวดศีรษะรุนแรงในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
2️⃣เมื่อปรับปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อไมเกรน เช่น อายุ เพศ การดื่มกาแฟ และแอลกอฮอล์แล้ว พบว่าผู้ที่ใช้ยาในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) มีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนสูงกว่า 70% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับยา
25% ของผู้ที่ใช้ PPIs มีอาการไมเกรนหรือปวดศีรษะรุนแรง
25% ของผู้ที่ใช้ยาในกลุ่ม H2 blockers (เช่น Cimetidine) มีอาการปวดศีรษะรุนแรง (ความเสี่ยงสูงกว่า 40%)
22% ของผู้ที่ใช้ยาลดกรดทั่วไป มีอาการปวดศีรษะรุนแรง (ความเสี่ยงสูงกว่า 30%)
3️⃣ความไม่ชัดเจนเชิงสาเหตุ:
▪️แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า PPIs เป็นสาเหตุโดยตรงของไมเกรน หรือเป็นเพียงการเกิดร่วมกัน (co-existential) เนื่องจากทั้งสองภาวะมีความชุกสูง ความเครียดอาจเป็นปัจจัยร่วม​ ที่กระตุ้นให้เกิดทั้งกรดไหลย้อน และไมเกรนพร้อมกัน
▪️อย่างไรก็ตาม บางการศึกษารายงานว่าอาการปวดศีรษะดีขึ้น หรือหายไปหลังหยุดยา PPIs ซึ่งบ่งชี้ความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
♍กลไกทางสรีรวิทยาที่เป็นไปได้ (กลไกที่อธิบายความเชื่อมโยง)
1️⃣การเผาผลาญยาและพันธุกรรม (CYP2C19 Metaboliser Status):
▪️PPIs ถูกเผาผลาญโดยเอนไซม์ CYP2C19 ซึ่งมีความผันแปรทางพันธุกรรมตามเชื้อชาติ
▪️ผู้เผาผลาญยาช้า: (เช่น คนจีน 14% และ คนผิวขาว 2%) จะมีความเข้มข้นของยา PPIs ในร่างกายสูงขึ้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อความเป็นพิษ และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงสูงขึ้นของไมเกรนเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้ชาย
2️⃣Gut-Brain Axis (การเชื่อมต่อสองทางระหว่างสมองและลำไส้ ผ่านระบบประสาทและฮอร์โมนที่ซับซ้อน):
▪️การใช้ PPIs ทำให้กรดในกระเพาะอาหารลดลง นำไปสู่ภาวะจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล (dysbiosis) จนเกิดลำไส้อักเสบ ซึ่งเชื่อมโยงกับการเกิดไมเกรน
▪️การขาดแมกนีเซียม: PPIs อาจทำให้เกิดภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยทางพยาธิสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับไมเกรน
3️⃣สาร CGRP (Calcitonin-Gene Related Peptide):
▪️CGRP มีบทบาทสำคัญในการก่อโรคไมเกรน และเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร (CGRP มีฤทธิ์ปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร)
▪️PPIs อาจมีผลกระทบต่อระดับ CGRP ที่หมุนเวียนในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อการเกิดไมเกรน หรือรบกวนประสิทธิภาพของการรักษาไมเกรนแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่ CGRP
❗ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ยา:
▪️ผู้ที่มีประวัติปวดศีรษะไมเกรน ควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร ก่อนใช้ยา​ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยง
▪️ผู้ที่กำลังใช้ยา PPIs หรือยาลดกรดอื่น ๆ และมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความจำเป็นในการใช้ยาต่อเนื่อง และหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดศีรษะ
🧑‍🔬แม้ว่า PPIs จะเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยาเหล่านี้อาจถูกใช้เกินความจำเป็น และมีความเสี่ยงอื่นในระยะยาว เช่น ภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น​ จึงควรมีความระมัดระวัง​ในการใช้ยา​
😀มีปัญหา​เ​รื่องก​ารใช้ยา​ เชิญ​ปรึกษา​เภสัชกร​ประจำ​ร้านยา​
.
.
💢Effects of proton pump inhibitor (PPI) use on migraine – a critical review, The Journal of Headache and Pain, 30 January 2025
Use of Acid-Suppression Therapy and Odds of Migraine and Severe Headache in the National Health and Nutrition Examination Survey, journal Neurology Clinical Practice, June 2024
Use of acid reflux drugs associated with higher risk of migraine, April 2024
Omeprazole linked to 70 per cent increase in debilitating condition, 12 Oct 2025
.
.
BETTERCM 2025.10.14
OMEPRAZOLE & ANTACID
Long-term side effects of omeprazole
💢ทำไมต้องระวังการใช้ PPIs นานกว่า 3 เดือน
1
โฆษณา