Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Pasin Suttikittipong, Ph.D.
•
ติดตาม
20 ต.ค. 2025 เวลา 15:34 • สุขภาพ
🇹🇭 ISO 14971:2019 มาตรฐานการจัดการความเสี่ยง คืออะไร?
🌱
ในยุคที่อุปกรณ์ทางการแพทย์กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิต เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดน้ำตาล หรือแม้แต่แอปสุขภาพในโทรศัพท์
สิ่งที่ผู้ผลิตต้องตระหนักมากที่สุดไม่ใช่เพียง “คุณภาพ” แต่คือ “ความปลอดภัย”
มาตรฐาน ISO 14971:2019 ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถ
✅ วิเคราะห์คสามเสี่ยง (Analyze)
✅ ประเมินความเสี่ยง (Evaluate)
✅ ควบคุมความเสี่ยง (Control)
ได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ผลิต ไปจนถึงหลังการขาย
มาตรฐานนี้คือ ฉบับที่ 3 (Third Edition) ของ ISO 14971 และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
โดย อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ใช้อ้างอิงในการพิจารณาขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย
⸻
🧭 ทำไมต้องปรับปรุงเป็นเวอร์ชัน 2019
การอัปเดตครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและกฎหมาย เช่น
• 🔍 เดิมเอกสารมีเนื้อหาซับซ้อน ค้นหาข้อมูลยาก
• 🧾 คำจำกัดความหลายคำไม่สอดคล้องกับแนวคิดใหม่
• ⚖️ ไม่เข้ากับกฎหมายยุโรป (EU MDR / IVDR)
• 📉 ขาดแนวทางการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่นำไปใช้จริง
ดังนั้นฉบับใหม่จึงปรับโครงสร้างให้เข้าใจง่ายกว่าเดิม และเพิ่มเอกสารคู่มือเสริมคือ ISO/TR 24971:2020 เพื่อให้ผู้นำไปใช้เห็นภาพจริงมากขึ้น เช่น การประเมินความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cybersecurity) และอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บ (IVD)
⸻
🧩 โครงสร้างหลักของ ISO 14971:2019
เอกสารนี้ประกอบด้วย 10 ข้อกำหนด (Clauses) ซึ่งครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เริ่มออกแบบจนถึงหลังวางจำหน่าย
1️⃣ Scope – ขอบเขตการใช้งาน
อธิบายว่า ISO 14971 ใช้กับอุปกรณ์การแพทย์ทุกประเภท รวมถึงซอฟต์แวร์และระบบที่เกี่ยวข้อง
2️⃣ Normative References – เอกสารอ้างอิง
บอกว่ามาตรฐานนี้เชื่อมโยงกับ ISO อื่น ๆ เช่น ISO 13485 (ระบบคุณภาพ) และ IEC 60601-1 (ความปลอดภัยทางไฟฟ้า)
3️⃣ Terms and Definitions – คำนิยามสำคัญ
มีการปรับนิยามใหม่หลายคำ เช่น Benefit, Harm, State-of-the-art, และ Reasonably Foreseeable Misuse
4️⃣ General Requirements for Risk Management System
องค์กรต้องสร้างระบบบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบ มีแผน และมีเอกสาร (Risk Management File) ครบถ้วน
5️⃣ Risk Analysis – การวิเคราะห์ความเสี่ยง
ระบุอันตราย (Hazard) ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟฟ้ารั่ว, ความร้อนสูง, ซอฟต์แวร์ขัดข้อง หรือปัญหาด้าน usability
6️⃣ Risk Evaluation – การประเมินความเสี่ยง
เปรียบเทียบระดับความเสี่ยงกับเกณฑ์ที่องค์กรกำหนด เพื่อพิจารณาว่าต้องควบคุมหรือไม่
7️⃣ Risk Control – การควบคุมความเสี่ยง
หามาตรการลดความเสี่ยง เช่น ออกแบบให้ปลอดภัย, เพิ่มอุปกรณ์เตือนภัย, หรือให้ข้อมูลคำเตือนแก่ผู้ใช้
8️⃣ Evaluation of Overall Residual Risk Acceptability
ข้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นในปี 2019 เพื่อให้ประเมิน “ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ทั้งหมด” ว่ายังยอมรับได้หรือไม่
9️⃣ Risk Management Report – รายงานการจัดการความเสี่ยง
รวมข้อมูลทั้งหมดของการประเมิน ความเสี่ยงที่เหลือ และผลการควบคุมไว้ในเอกสารเดียว
🔟 Production and Post-production Activities – การติดตามหลังการผลิต
เน้นให้ผู้ผลิตมีระบบ “ติดตามเชิงรุก” เก็บข้อมูลจากตลาด ไม่ใช่รอให้มีการร้องเรียน
⸻
💡 เข้าใจคำศัพท์สำคัญในเวอร์ชัน 2019
✨ Benefit (ประโยชน์)
หมายถึงผลดีต่อสุขภาพ เช่น การฟื้นตัวเร็วขึ้น หรือการลดความเจ็บปวด
ตัวอย่าง: เครื่องพ่นยาแบบพกพาช่วยให้ผู้ป่วยโรคหืดควบคุมอาการได้ทุกที่
✨ Harm (อันตราย)
หมายถึงการบาดเจ็บหรือผลกระทบต่อสุขภาพ ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่าง: เครื่องวัดความดันที่รั่วซึมอาจทำให้ผู้ใช้ได้รับไฟฟ้าช็อต
✨ Reasonably Foreseeable Misuse (การใช้ผิดที่คาดการณ์ได้)
คือการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง แต่สามารถคาดเดาได้ เช่น
ผู้ใช้ถือปลายสายไฟไม่ถูกตำแหน่ง หรือใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมเปียกน้ำ
✨ State-of-the-art (ระดับเทคโนโลยีปัจจุบัน)
หมายถึงเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
เช่น การใช้ระบบตัดไฟอัตโนมัติในอุปกรณ์ผ่าตัด
⸻
⚙️ การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk = Probability × Consequence)
“ความเสี่ยง” คือการรวมกันระหว่าง
➡️ ความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุ
และ
➡️ ความรุนแรงของผลลัพธ์
ตัวอย่าง:
เครื่องช่วยหายใจใน ICU
• หากซอฟต์แวร์หยุดทำงาน (โอกาสน้อยแต่ผลรุนแรงมาก) → High Risk
• หากหน้าจอเครื่องวัดอุณหภูมิค้างชั่วคราว (โอกาสสูงแต่ผลเบา) → Low Risk
ดังนั้นผู้ผลิตต้องจัดลำดับความสำคัญและกำหนดแนวทางควบคุมให้เหมาะสม
⸻
🛠️ ขั้นตอนจัดการความเสี่ยงแบบเห็นภาพ
1️⃣ วางแผน (Risk Management Plan)
กำหนดวิธีดำเนินงาน ขอบเขต และเกณฑ์ความเสี่ยง
👉 เช่น ในโรงงานผลิตอุปกรณ์ฉีดยา ต้องกำหนดว่า “เข็มหักในระหว่างใช้งาน” เป็นระดับความเสี่ยงสูง ต้องมีมาตรการออกแบบเพิ่ม
2️⃣ วิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis)
ระบุอันตราย เช่น
• ปัญหาไฟฟ้า
• การปนเปื้อนทางชีวภาพ
• ระบบกลไกชำรุด
3️⃣ ประเมิน (Risk Evaluation)
ใช้เกณฑ์ที่กำหนดเพื่อจัดระดับ เช่น “สูง กลาง ต่ำ”
ตัวอย่าง: การหลุดของเข็มฉีดยา = สูง, สีถังบรรจุไม่ชัด = ต่ำ
4️⃣ ควบคุมความเสี่ยง (Risk Control)
หาวิธีลดความเสี่ยง เช่น
• ออกแบบให้เข็มล็อกแน่น
• เพิ่มเซ็นเซอร์จับการรั่ว
• เพิ่มคำเตือนในคู่มือ
5️⃣ ตรวจสอบความเสี่ยงตกค้าง (Residual Risk)
แม้ควบคุมแล้ว ยังต้องถามว่า “ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ยอมรับได้หรือไม่?”
ถ้าไม่ → ต้องทำการ ประเมินความเสี่ยง-ประโยชน์ (Benefit-Risk Analysis)
6️⃣ ติดตามหลังการขาย (Post-production Activities)
รวบรวมข้อมูลจากตลาด เช่น การร้องเรียน เหตุการณ์ผิดพลาด หรือผลจากโรงพยาบาล
👉 เพื่อนำมาทบทวนปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
🧠 การประยุกต์ใช้ ECRI Risk Matrix ร่วมกับ ISO 14971
ECRI Risk Matrix คือ “ตารางประเมินความเสี่ยง” ที่พัฒนาโดยสถาบัน ECRI (Emergency Care Research Institute) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐอเมริกา มีบทบาทสำคัญด้าน การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และ ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) เครื่องมือนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลและงานประเมินความเสี่ยงของอุปกรณ์การแพทย์ (สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 14971:2019 และ ISO 31000)
🔍 1. แนวคิดพื้นฐาน
ECRI Risk Matrix หรือ “ตารางลำดับความสำคัญของความเสี่ยง” ใช้เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงตาม
สองปัจจัยหลัก คือ
1. ความรุนแรงของผลกระทบ (Severity / Impact)
2. โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood / Probability)
ผลลัพธ์จากสองปัจจัยนี้จะถูกวางลงในตาราง 5×5 ซึ่งแต่ละช่องจะแสดงระดับความเสี่ยง เช่น “ต่ำ (Low)”, “ปานกลาง (Medium)”, “สูง (High)” หรือ “รุนแรงมาก (Extreme)”
⚙️ ระดับของความรุนแรงของผลกระทบ (Severity Levels)
🔹 ระดับ 1 – เล็กน้อย (Minor)
เหตุการณ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยหรือระบบ เช่น อุปกรณ์ทำงานผิดพลาดเล็กน้อยแต่ไม่มีอันตราย
🔹 ระดับ 2 – ปานกลาง (Moderate)
อาจเกิดการบาดเจ็บเล็กน้อย หรือทำให้กระบวนการรักษาชะลอ เช่น เครื่องให้น้ำเกลือหยุดทำงานชั่วคราว
🔹 ระดับ 3 – ร้ายแรง (Major)
มีการบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม เช่น ผู้ป่วยได้รับแผลไหม้จากอุปกรณ์ให้ความร้อน
🔹 ระดับ 4 – วิกฤต (Critical)
เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือทำให้เกิดความพิการถาวร เช่น การต่อท่อออกซิเจนผิดพลาดจนเกิดภาวะขาดออกซิเจน
🔹 ระดับ 5 – หายนะ (Catastrophic)
เหตุการณ์ร้ายแรงสูงสุด เช่น การเสียชีวิตของผู้ป่วยหรือมีผู้ได้รับผลกระทบหลายรายจากความล้มเหลวของระบบ
📈 ระดับของโอกาสเกิดเหตุ (Likelihood Levels)
🔸 ระดับ 1 – แทบไม่เกิด (Rare)
เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในช่วง 10 ปีขึ้นไป เช่น ความล้มเหลวของระบบที่แทบไม่เคยพบ
🔸 ระดับ 2 – ไม่ค่อยเกิด (Unlikely)
อาจเกิดขึ้นราว 1 ครั้งใน 5–10 ปี มักเกิดจากเงื่อนไขเฉพาะหรือความผิดพลาดที่ไม่ซ้ำ
🔸 ระดับ 3 – อาจเกิดได้ (Possible)
มีโอกาสเกิดขึ้นปีละหนึ่งครั้งหรือมากกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดในอดีตเป็นครั้งคราว
🔸 ระดับ 4 – เกิดบ่อย (Likely)
เกิดซ้ำหลายครั้งต่อปี เช่น บุคลากรละเลยสัญญาณเตือนของอุปกรณ์ทางการแพทย์
🔸 ระดับ 5 – เกือบแน่นอน (Almost Certain)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นเกือบทุกครั้งที่มีการปฏิบัติงาน
⸻
🎯 การตีความ “ระดับความเสี่ยง”
เมื่อรวมระดับของ ความรุนแรง และ โอกาสเกิดเหตุ เข้าด้วยกัน จะสามารถประเมินได้ว่า “ระดับความเสี่ยงโดยรวม” อยู่ในช่วงใด
🎯 หลักการรวมระดับ (Risk Scoring Principle)
ในระบบของ ECRI หรือ ISO 14971:2019
เราจะประเมินค่าความเสี่ยงโดยใช้สูตรง่าย ๆ ว่า
🧮 Risk Score = Severity × Likelihood
โดยแต่ละปัจจัยมีค่าระดับตั้งแต่ 1 ถึง 5
เช่น
• ความรุนแรงระดับ 4 (Critical)
• โอกาสเกิดระดับ 3 (Possible)
→ คำนวณได้ 4 × 3 = 12
จากนั้นนำค่า 12 ไปเทียบกับเกณฑ์ “ระดับความเสี่ยงโดยรวม (Risk Level)” เช่น 👇
• 🟢 ความเสี่ยงต่ำ (Low Risk) → ยอมรับได้ เพียงเฝ้าระวัง
• 🟡 ความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk) → ควบคุมด้วยมาตรการปกติ
• 🟠 ความเสี่ยงสูง (High Risk) → ต้องแก้ไขเชิงรุก วางแผนลดโอกาสเกิดซ้ำ
• 🔴 ความเสี่ยงรุนแรงมาก (Extreme Risk) → ต้องดำเนินการเร่งด่วนทันที เช่น แจ้งผู้บริหาร / ปิดการใช้งานระบบ / ทบทวนขั้นตอน
ระดับนี้ช่วยให้หน่วยงานสามารถจัดลำดับความสำคัญของการแก้ไข (Prioritization) ได้อย่างชัดเจน
🏥(กรณีศึกษา: เครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาล)
🩺 กรณีที่ 1 — เครื่อง Infusion Pump หยุดทำงานระหว่างให้น้ำเกลือ
• เหตุการณ์: เครื่อง Infusion Pump หยุดทำงานกะทันหันเพราะแบตเตอรี่เสื่อม
• ผลกระทบ: ผู้ป่วยได้รับยาช้ากว่ากำหนด ต้องให้เจ้าหน้าที่ติดตามอาการ
การประเมิน:
• ความรุนแรง (Severity) = 2 → ปานกลาง (Moderate)
• โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood) = 3 → อาจเกิดได้ (Possible)
• รวมระดับ: 2 × 3 = 6 → ความเสี่ยงระดับ ปานกลาง (Medium Risk) 🟡
💡 กรณีที่ 2 — เครื่อง Defibrillator ไม่ชาร์จไฟขณะฉุกเฉิน
• เหตุการณ์: เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrillator) ไม่สามารถใช้งานได้ในภาวะหัวใจหยุดเต้น
• ผลกระทบ: ผู้ป่วยมีความเสี่ยงเสียชีวิตเนื่องจากไม่สามารถช็อกไฟฟ้าได้ทันเวลา
การประเมิน:
• ความรุนแรง (Severity) = 5 → หายนะ (Catastrophic)
• โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood) = 2 → ไม่ค่อยเกิด (Unlikely)
• รวมระดับ: 5 × 2 = 10 → ความเสี่ยงระดับ สูง (High Risk) 🟠
🔥 กรณีที่ 3 — เครื่องอุ่นเลือด (Blood Warmer) ร้อนเกินค่ากำหนด
• เหตุการณ์: เซนเซอร์อุณหภูมิเสีย ทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 42°C
• ผลกระทบ: ผู้ป่วยได้รับเลือดที่ร้อนเกิน อาจเกิด Hemolysis หรือภาวะอันตราย
การประเมิน:
• ความรุนแรง (Severity) = 4 → วิกฤต (Critical)
• โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood) = 4 → เกิดบ่อย (Likely)
• รวมระดับ: 4 × 4 = 16 → ความเสี่ยงระดับ สูงมาก (High–Extreme) 🔴
🚨 กรณีที่ 4 — ตู้แช่ “ตัวอย่างเลือดผู้ป่วยเพื่อการวินิจฉัย” อุณหภูมิคลาดเคลื่อน 2–3 °C
• เหตุการณ์: ตู้แช่ตัวอย่างเลือด (specimens) อุ่นเกินช่วงที่กำหนดชั่วคราว ทำให้ซีรั่ม/พลาสมา/เลือดที่รอส่งตรวจเสี่ยงเสื่อมคุณภาพ
• ผลกระทบ: คุณภาพตัวอย่างลดลง → ค่าผลตรวจคลาดเคลื่อน/ผลบวกลวง–ลบลวง ส่งผลต่อการวินิจฉัยและการรักษา (อาจสั่งยา/หัตถการผิด)
การประเมิน:
• ความรุนแรง (Severity) = 4 → วิกฤต (Critical)
• โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood) = 3 → อาจเกิดได้ (Possible)
• รวมระดับ: 4 × 3 = 12 → ความเสี่ยงระดับ สูง (High Risk) 🟠
🚧 กรณีที่ 5 — ตู้แช่ “สารเคมี/รีเอเจนต์ในห้องปฏิบัติการนักเทคนิคการแพทย์” อุณหภูมิคลาดเคลื่อน 2–3 °C
• เหตุการณ์: ตู้แช่รีเอเจนต์วิเคราะห์ (เช่น เอนไซม์/คิทตรวจ) อุ่นเกินช่วงที่ผู้ผลิตกำหนดช่วงเวลาหนึ่ง
• ผลกระทบ: ความคงตัวของรีเอเจนต์ลดลง → ค่า QC เพี้ยน, ค่า Calibrator/Control หลุดเกณฑ์, ทำให้ผลตรวจผู้ป่วยคลาดเคลื่อนและต้องทดสอบซ้ำ/ชะลอรายงานผล
การประเมิน:
• ความรุนแรง (Severity) = 3 → ร้ายแรง (Major) (ผลกระทบต่อผู้ป่วยโดยอ้อมผ่านผลตรวจผิด/ล่าช้า)
• โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood) = 3 → อาจเกิดได้ (Possible)
• รวมระดับ: 3 × 3 = 9 → ความเสี่ยงระดับ ปานกลางค่อนไปสูง (Medium–High) 🟡🟠
🏥 การประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาล
ECRI Risk Matrix ถูกนำไปใช้ในหลายบริบท เช่น
• 🧾 ทะเบียนความเสี่ยงของโรงพยาบาล (Risk Register) ทั้งด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ อาคารสถานที่ และการควบคุมการติดเชื้อ
• ⚙️ การบริหารความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ (Medical Device Risk Management) ภายใต้ ISO 14971
• 📋 การสอบสวนเหตุการณ์ (Incident / Sentinel Event Investigation) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนป้องกัน
• 🔍 การวิเคราะห์โหมดความล้มเหลว (FMEA – Failure Mode and Effects Analysis) ในงานซ่อมบำรุงหรือระบบไฟฟ้าโรงพยาบาล
ผลที่ได้คือองค์กรมีระบบประเมินความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน สื่อสารได้ร่วมกันระหว่างแพทย์ พยาบาล วิศวกร และผู้บริหาร และสามารถตอบสนองตามเกณฑ์ของ JCI และ HA (Hospital Accreditation) ของประเทศไทยได้ครบถ้วน
⸻
🚦 ขั้นตอนการนำ ECRI Risk Matrix เข้ากับมาตรฐาน ISO 14971:2019
🩺 ขั้นตอนที่ 1: ระบุอันตราย (Hazard Identification)
👉 เป้าหมาย: รวบรวมรายการ “สิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” ทั้งทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ หรือระบบการใช้งาน
ตัวอย่าง:
• ไฟฟ้ารั่วจากเครื่อง Infusion Pump
• เซนเซอร์วัดอุณหภูมิในตู้แช่วัคซีนเสีย
• โปรแกรมควบคุมในเครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) ทำงานผิดพลาด
สิ่งที่ต้องทำ:
• ระบุ Hazard, Hazardous Situation และ Harm ตามโครงสร้างของ ISO 14971
• เก็บข้อมูลอ้างอิงจาก ECRI Alerts, MAUDE Database, หรือเหตุการณ์จริงในโรงพยาบาล
📋 ผลลัพธ์ที่ได้: Hazard List หรือ Risk Inventory ที่พร้อมเข้าสู่การวิเคราะห์
⸻
⚙️ ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis)
👉 เป้าหมาย: ประเมิน “โอกาสเกิดเหตุ (Likelihood)” และ “ความรุนแรงของผลกระทบ (Severity)”
ECRI Matrix จะถูกนำมาใช้ในขั้นตอนนี้โดยตรง เพื่อช่วยกำหนด “ระดับ” ดังนี้
• Severity → จาก 1 (เล็กน้อย) ถึง 5 (หายนะ)
• Likelihood → จาก 1 (แทบไม่เกิด) ถึง 5 (เกือบแน่นอน)
จากนั้นคำนวณค่า
🧮 Risk Score = Severity × Likelihood
ตัวอย่าง:
• ความรุนแรง = 4 (Critical)
• โอกาสเกิด = 3 (Possible)
→ Risk Score = 12 → ระดับความเสี่ยง “สูง (High Risk)” 🟠
📊 ผลลัพธ์ที่ได้: Risk Level สำหรับแต่ละ Hazard
⸻
🧩 ขั้นตอนที่ 3: ประเมินความยอมรับได้ของความเสี่ยง (Risk Evaluation)
👉 เป้าหมาย: ตัดสินว่า “ความเสี่ยงนี้ยอมรับได้หรือไม่?”
อ้างอิงจาก เกณฑ์ความยอมรับ (Acceptability Criteria) ที่องค์กรกำหนดไว้ เช่น
• 🟢 1–4 → ยอมรับได้ (Acceptable Risk)
• 🟡 5–9 → ต้องติดตาม (ALARP – As Low As Reasonably Practicable)
• 🔴 ≥10 → ไม่ยอมรับ ต้องควบคุม (Unacceptable Risk)
การใช้ ECRI Matrix ช่วยให้ทีมงานสื่อสารได้ตรงกันและเห็นภาพระดับความรุนแรงชัดเจน
📋 ผลลัพธ์ที่ได้: Risk Evaluation Table พร้อมสถานะ “Acceptable / Unacceptable”
⸻
🧠 ขั้นตอนที่ 4: ควบคุมความเสี่ยง (Risk Control)
👉 เป้าหมาย: ลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้
วิธีควบคุมหลัก (ตาม ISO 14971 Clause 7):
1️⃣ Inherent Safety by Design — ออกแบบให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้น (เช่น เพิ่มเซนเซอร์ตัดไฟอัตโนมัติ)
2️⃣ Protective Measures in the Device or Process — เพิ่มระบบป้องกัน เช่น alarm หรือ interlock
3️⃣ Information for Safety — เพิ่มคำเตือน ป้ายกำกับ หรือคู่มือการใช้งาน
หลังจากดำเนินการแล้ว ต้อง ประเมินใหม่ด้วย ECRI Matrix อีกครั้ง เพื่อดูว่า Risk Score ลดลงหรือไม่
ตัวอย่าง:
ก่อนควบคุม → 4×4 = 16 (High Risk)
หลังเพิ่ม cutoff sensor → 2×3 = 6 (Medium Risk) ✅
📊 ผลลัพธ์ที่ได้: Evidence ว่าการควบคุมความเสี่ยงได้ผล (Risk Reduction Verified)
⸻
📘 ขั้นตอนที่ 5: ทบทวนความเสี่ยงคงเหลือ (Residual Risk Review)
👉 เป้าหมาย: ตรวจสอบว่าความเสี่ยงที่เหลืออยู่หลังควบคุม (Residual Risk) ยัง “ยอมรับได้” หรือไม่
การใช้ ECRI Matrix ในขั้นตอนนี้ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงก่อน–หลัง (Before vs After Control) อย่างเป็นภาพรวม
• หาก Residual Risk ยังเกินเกณฑ์ → ต้องเพิ่มมาตรการใหม่
• หากอยู่ในระดับ Low–Medium → บันทึกผลใน Risk Management Report และเข้าสู่ Post-Market Surveillance
📋 ผลลัพธ์ที่ได้: Risk File ที่สมบูรณ์พร้อมตรวจสอบตาม ISO 14971 Clause 10
⸻
🧭 สรุปภาพรวม
🚦 ECRI Risk Matrix ทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือวิเคราะห์เชิงตัวเลขและเชิงภาพ” ที่ช่วยเสริมให้กระบวนการบริหารความเสี่ยงตาม ISO 14971 มีความแม่นยำและโปร่งใสมากขึ้น
โดยเฉพาะในบริบทของโรงพยาบาลและฝ่ายวิศวกรรมชีวการแพทย์ (BME)
เพราะทำให้สามารถ “ประเมิน – จัดลำดับ – ติดตาม – และตรวจสอบย้อนกลับ” ความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ได้อย่างครบวงจร
การแพทย์
เครื่องมือแพทย์
เทคโนโลยี
บันทึก
7
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย