22 ต.ค. เวลา 03:01 • ข่าวรอบโลก

ภัยความมั่นของทรัมป์

นิติการุณย์
มิ่งรุจิราลัย
 
ทรัมป์เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงเกินไป
แถมยัง blunt and confrontational พูดตรง ไม่กลัวขัดแย้ง
พูดแบบไม่กรองคำ ไม่คิด ใช้คำแรง
สร้างอิทธิพลทางอารมณ์และการเมือง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
ชอบให้สื่อพูดถึงตัวเองไม่ว่าด้านดีหรือด้านร้าย
แกมองว่าสื่อคือพลังของแบรนด์ทรัมป์
เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน และมีการแข่งขันสูง มองว่าทุกอย่างจะต้องชนะ ไม่ใช่แค่เข้าไปบริหาร
คนอเมริกันเบื่อทรัมป์ตรงที่แกตัดสินใจคนเดียว แม้ผิดก็ไม่ยอมรับ
แถมยังโต้กลับทุกการโจมตีในโซเชียลมีเดีย
ใช้สัญชาตญาณมากกว่าเหตุผล
ชอบตะโกนใส่หน้าคนว่า I go with my gut.
ผมเชื่อเพียงสัญชาตญาณของตนเอง
ทรัมป์สนใจแค่เรื่องความเป็นผู้ชนะ
ให้ความสำคัญกับท่าที เสื้อผ้า รถ อาคาร โลโก้ทรัมป์
หยิ่งและดูถูกผู้อื่น ทุกครั้งที่เผชิญคนเห็นต่าง แกจะต้องวิจารณ์คนเห็นต่างในแง่ลบ
คนระดับผู้นำโลกต้องมีทัศนคติแบบ ‘ช่างมัน’ บ้าง แต่ทรัมป์ไม่ใช่
แกเป็นพวก thin-skinned ไม่อดทนต่อคำวิจารณ์ และโต้ตอบหลายคอมเมนต์ที่เข้าไปโจมตีแกในโซเชียลมีเดียที่แกโพสต์
ผู้นำหลายประเทศต้องการความสามัคคี
แต่ทรัมป์ไม่ใช่ นิสัยของทรัมป์เป็น divisive คือชอบแบ่งขั้ว สไตล์การพูดทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม
 
ทรัมป์มองโลกแบบ zero-sum mentality คือมองแบบผู้แพ้-ผู้ชนะ ไม่มีการประนีประนอม
1
ถ้าชนะก็เอาไปได้ทั้งหมด ไม่ต้องแบ่งปัน ไม่ต้องเห็นใจ ถ้าแพ้ก็ต้องสูญเสียทั้งหมด
ความเชื่อในอัตตาและสัญชาตญาณมากกว่าระบบและข้อมูล ทำให้คนอเมริกันจำนวนไม่น้อยต่อต้านแก
1
18 ตุลาคม 2025 มีการชุมนุมใหญ่ทั่วสหรัฐ ภายใต้ชื่อการชุมนุมว่า ‘No Kings’ ที่หมายถึง ไม่เอากษัตริย์ หรือไม่ต้องการให้มีพระราชา
3
หมายถึงการปฏิเสธระบอบที่มีผู้นำสูงสุดที่อยู่เหนือการตรวจสอบ ซึ่งตรงข้ามกับหลักการประชาธิปไตย
1
ที่เชื่อในรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน
1
No Kings ในที่นี้หมายถึง การปฏิเสธแนวทางของทรัมป์ ที่ถูกมองว่าใช้อำนาจเหมือนพระราชาหรือเผด็จการ
คนอเมริกันที่ออกมาชุมนุมต้องการสื่อว่า สหรัฐต้องไม่มีผู้นำที่อยู่เหนือกฎหมาย ประธานาธิบดีต้องไม่ปกครองด้วยอำนาจส่วนตัว
สหรัฐต้องไม่มี King Trump
สหรัฐเกิดขึ้นจากการล้มกษัตริย์อังกฤษในสงครามประกาศอิสรภาพ ค.ศ.1776
ในการชุมนุมใหญ่ประท้วงทรัมป์เมื่อ 18 ตุลาคม 2025 มีการจัดมากกว่า 2,600 จุดทั่วประเทศ มีคนเข้าร่วมมากมายหลายล้านคน
มีการพูดถึงการนำทหารเข้าไปปราบปรามผู้อพยพ การส่งกองกำลังแห่งชาติเข้าสู่เมืองต่างๆ โดยอ้างว่าเพื่อควบคุมอาชญากรรมหรือรักษาความสงบ
คนจำนวนหนึ่งก็ต่อต้านทรัมป์ที่แต่งตั้งคนที่ภักดีแต่ขาดประสบการณ์เข้ารับตำแหน่งใหญ่
คนที่ทรัมป์แต่งตั้งมักกดดันสื่อ บริษัทกฎหมายและสถาบันการศึกษา (เช่น ฮาร์วาร์ด)
เป็นการกัดกร่อนสถาบันประชาธิปไตยพื้นฐานของสหรัฐ
มีการสัมภาษณ์คนที่เข้าไปร่วมชุมนุมมาออกสื่อกันเยอะมาก
 
นายเควิน ไบรซ์ ผู้ประท้วงอายุ 70 ปี บอกว่าแกสนับสนุนพรรครีพับลิกัน
แต่แนวทางของพรรคในปัจจุบันที่ส่อไปในทางเผด็จการทำให้แกสูญเสียความเชื่อมั่น
หลายสื่อวิเคราะห์ว่า ทรัมป์แย่แล้ว คนอเมริกันประท้วงหนักแล้ว
แต่สำหรับผมที่ตามข่าวการประท้วง ขอเรียนว่าทรัมป์ยังไม่แย่ดอกครับ
การชุมนุมแม้ว่าจะมีคนมาก แต่ก็ค่อนข้างไร้พลัง ทำให้ทรัมป์เปลี่ยนการปฏิบัติไม่ได้ดอกครับ
 
สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือมิสเตอร์กับมิสเฉย ที่เคยไม่อยากจะออกมาแสดงออก ก็อาจจะเปลี่ยนความคิด ออกมาสนับสนุนในการประท้วงครั้งต่อๆ ไป ซึ่งคาดกันว่า จะมีคนมาร่วมมากขึ้น
ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่สังกัดรีพับลิกันเช่นเดียวกับทรัมป์บอกว่า...
No Kings protests หรือการประท้วงไม่เอาพระราชาของคนอเมริกันเป็นแค่ hate-America rally
เป็นการชุมนุมเกลียดอเมริกา ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Antifa ที่มาจากคำว่า Anti-Fascist หรือต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์
และ Hamas ที่สหรัฐ อียู และอีกหลายประเทศจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายที่มีเป้าหมายต่อต้านอิสราเอล
พวกรีพับลิกันแทนที่จะช่วยกันตักเตือนทรัมป์
กลับไปโยนข้อหาให้กับประชาชนผู้ประท้วงเป็นล้านคน เป็นการประท้วงที่มีจำนวน
แต่ดูเหมือนพลังไม่มากเท่าที่ควร.
โฆษณา