25 ต.ค. 2025 เวลา 11:45 • ข่าวรอบโลก

EP 63 Royal Trendsetters: Thailand's Queen Mother Sirikit

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นสถาปนิกผู้บุกเบิกในการวางรากฐานทางเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยทรงใช้ "แฟชั่น" เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการทูตและพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นต้นแบบที่ชัดเจนของกลไก Soft Power ของชาติ
การทูตเชิงแฟชั่น:
ในช่วงการเสด็จฯ เยือน 14 ประเทศในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปี 2503 (1960) พระองค์ทรงตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้าง "อัตลักษณ์" เครื่องแต่งกายประจำชาติที่สง่างามและเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก จึงทรงริเริ่มโครงการวิจัยและสร้างสรรค์ "ชุดไทยพระราชนิยม" 8 รูปแบบ
ยุทธศาสตร์สำคัญคือการสร้างความร่วมมือกับ ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงชาวฝรั่งเศส ให้รังสรรค์ฉลองพระองค์หลวง การผสาน ผ้าไหมมัดหมี่ และ ผ้าไหมยก ที่ทอด้วยเทคนิคพื้นบ้านของไทย เข้ากับการตัดเย็บแบบ โอต์กูตูร์ (Haute Couture) ของบัลแมงนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ชุดไทยเป็นที่ชื่นชมระดับสากล (Global Presence) แต่ยังเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นให้มี "สถานะเป็นสินค้าหรูหรา" ในทันที (The Halo Effect)
พันธกิจคู่ขนาน: ยกระดับชุมชนด้วยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ (ศ.ศ.ป.)
เพื่อให้ความสำเร็จระดับโลกส่งผลกลับคืนสู่ประชาชนชนบทอย่างยั่งยืน พระองค์ทรงก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี 2519 องค์กรนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความยากจน
โดยการจัดหาอาชีพเสริมและตลาดที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในช่วงนอกฤดูเพาะปลูก ทั้งนี้มูลนิธิฯ ได้ฟื้นฟูและธำรงรักษางานหัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย เช่น ผ้าไหมแพรวา, เครื่องถม, และ งานคร่ำ
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ (ศ.ศ.ป.) ต่อเศรษฐกิจไทย
  • มูลค่าทางเศรษฐกิจในปี 2566 จากการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมภายใต้โครงการศิลปาชีพมีมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
  • ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคต่อมูลค่าการส่งออกงานหัตถกรรมและสิ่งทอไทยในปี 2566 รวมทั้งสิ้น 340,820 ล้านบาท (9.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย เครื่องทองคำ และ เครื่องเงิน ซึ่งเป็นงานฝีมือที่มูลนิธิฯ เน้นการฟื้นฟู แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการเลือกงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง
การค้ำจุนมรดกทางวัฒนธรรม: พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ (QSMT)
พระองค์ทรงสถาปนา พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (QSMT) ในปี 2555 ทำหน้าที่เป็น "เสาหลักที่สาม" ในระบบนิเวศด้านความยั่งยืนทางวัฒนธรรม
  • 1.
    อนุรักษ์: จัดเก็บรักษาผ้าและฉลองพระองค์ตาม มาตรฐานสากล
  • 2.
    วิจัย: บันทึกประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกาย
  • 3.
    การศึกษา: สร้างความตระหนักรู้และแรงบันดาลใจ
เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย ทั้งผ้าโบราณและผ้าที่ผลิตโดยศิลปาชีพ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงพระราชกรณียกิจและแฟชั่นที่ทรงสวมใส่ พิพิธภัณฑ์นี้จึงเป็นศูนย์กลางในการศึกษาและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยที่สำคัญในปัจจุบัน
บทสรุป
บทบาทของพระองค์ในการส่งเสริมแฟชั่นและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ พระองค์ทรงสร้างสรรค์และสนับสนุนให้แฟชั่นไทยมีความโดดเด่นในระดับโลก และยังทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง
โฆษณา