31 ต.ค. 2025 เวลา 07:08 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
เรามาดูเรื่องราวของธาตุทั้งสี่ ที่มาประกอบ ที่กายมนุษย์..ในตัวเราก็มี ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในสังขารสัตว์ ก็มีธาตุด้นน้ำลมไฟ ในอวกาศ ก็มีธาตุดินน้ำลมไฟ ..เมื่อจิตจะไปจุติที่ไหน ดินน้ำลมไฟ ก็ไปประกอบให้ มีสิ่งที่เรียกว่รา ในคำว่าดินน้ำลมไฟ เค้าใช้คำว่า ดินฟ้าอากาศ จะนำพาไป
เช่น คนนี้ ..ชอบหงดหวิด โมโห ธาตุไฟ ในลุกขึ้น เอาธาตุดินให้ร้อน ..เค้าชอบทะเยอทะยาน ด้วยไฟของอารมณ์ อยากยิ่งใหญ่ ไม่ได้ดีงใจก็โมโห เกี้ยวกราด ธาตุทั้งสี่ที่ประกอยกายก็มีแต่ธาตุที่เป็นไฟ ชอบใช้นิสัยเช่นนั้น เมื่อจิตออกจากกายก็ไปอยู่ในสถานที่ ที่มีแต่ความร้อน ความเย็นไม่มี
คราวนี้ จิตที่สะสมบุญกุศลมาดี ใช้กายวาจาใจ สร้างบุญกุศล ให้กายมีบุญ ธาตุทั้งสี่มีบุญ ธาตุลมก็พัดเข้ามาช่วยกระจาย ธาตุไฟ ที่ร้อนพัดออกไป ธาตในกาย ธาตุทั้งสี่ สะสมบุญกุศล เรื่องราวดี มีเมตากรุณา เอื้อเฟื้อ มีการกระจายบุญกุศลออกไป สีต่างๆ สีเวรกรรม ที่เป็นของหนัก อยู่กับธาตุทั้งสี่ ก็เบาลงไป จิตออกจากกายมนุษย์ ก็ไปอาศัยกายบุญ กายเทพยดาอินทร์พรหมมีแต่ความเย็น ความร้อนไม่มี
คราวนี้ จิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ ก็มาเรียนรู้จัก เรื่องราวของ ธาตุทั้งสี่ ธาตุทั้งสี่ ที่มาประชุมกัน รวบรวมมาจากกรรมที่เราเคยใช้มา สะสมทั้งบุญทั้งบาป ที่มนุษย์สามารถ เรื่องรู้จักเรื่องทุกข์และสุขได้ สิ่งที่มาประกอยกาย ด้วยธาตุทั้งสี่ มีทุกข์และสุข เป็นเหตุให้ต้องเกิดแก่เจ็บตาย ก็มาทำให้ ธาตุให้กายนั้น บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่มีทุกข์มีสุข ไม่มีร้อนหนาว ไม่มีเรื่องราวที่จะทำให้เกิด จิตก็อาศัยอยู่กับกายที่มีแต่ธาตุที่บริสุทธิ์ เป็นแก้วเจียรไน ความร้อนความเย็นก็ไม่มี
กลับมาที่เรื่องราวที่ว่า ดินฟ้าอากาศ ก็มีเรื่องราว ของมิติ ..ที่ธาตุดินน้ำลมไฟ มีความละเอียด แตกต่างกันไปตามภพภูมิ แม้แต่มิติที่ใกล้ชิดกับเรา ที่ว่าโลกวิญญาณ โออปาติกะต่าง คนธรรพ์คนลับแล ก็มารายละเอียดของผธาตทั้งสี่ แตกต่างกันไป จ้ตที่เป็นนามธรรม เค้าก็อยู่ในมิติของเค้า แล้วเราอาศัยกายมนุษย์ อาศัยสายตาหู ที่ต่างมิติกัน ก็ไม่สามารถจะไปเห็น ได้ยินเสียง ในเรื่องราวท่าต่างมิติกันได้
คราวนี้ ในเรื่องราวของการจะไปเรียนรู้จัก เรื่องราวที่ต่างมิติ เราก็มา
ศึกษา ธรรม ปฏิบัติธรรมขึ้นมา ตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชำระสะสาง กรรมที่ธาตุทั้งสี่ ให้มีกายเป็น บุญ มีจิตที่เข้มแข็งขึ้น มีสติสัมปชัญญะ มิวิญญาณหกเป็นบุญ เราก็มีโอกาสได้เรืยนรู้จัก เรื่องราวของมิตที่แตกต่างกัน ที่มีจิตไปอาศัย ที่ว่า ทุกข์ ก็ร้อนเป็นไฟยาวนาน ที่ว่า สุข ก็มีเย็นยาวนาน ด้วยคำว่าทธาตุทั้งสี่ ปรุงแต่ง ให้จิตไปอาศัยในสร้างกรรม ด้วยสิ่งที่ตนเองสะสมมา
เรื่องจิคที่อาศัยตามดวงดาวต่างนั้น เหมือนเรื่องราวสี่ชมพูทวีป เค้าคล้ายคนธรรพ์ คนลับแล แต่เค้าไปไหนได้ ในอวกายดวงดาว มีเทคโนโลยี ดีกว่าโลกมนุษย์ มีธาตที่ละเอียดกว่า กายมนุษย์ในโลกนี้
เรื่องของคำว่า ทุกข์สุข ..ยาวนานนั้น มันมีใครสามารถ ที่จะเรียนรู้จักได้ จนนำพาจิตนั้น ยุติการเกิดได้ ทีะทำให้จิตนั้น ยุติการเกิดได้ จนมีจิตดวงหนึ่งที่ท่าน สะสมบุญบารมี รู้จักเรื่องราวธาตุทั้งสี่ดี ท่านก็มากระทำ ให้กายนี้ บริสุทธิ์หมดจด
พระอรหันต์หลายพระองค์ ท่านก็ชี้ให้ว่า ห้องพระนิพพานก็อยู่ที่กายนี้ ใครมีสติปัญญา ก็สร้างกายนี้ ให้เป็นห้องพระนิพพาน .ธาตุทั้งสี่บริสุทธิ์ ไม่ต้องไปเอาน้ำเลือด อาหารอะไรใสไปในกายอีกแล้ว . พอบอกอย่างนี้ เค้าว่าเป็นไปไม่ได้ ..แล้วก็ไม่มีใครเห็นพระอรหันต์ มานานแล้ว เพราะมนุษย์นั้น ปฏเสธ ที่จะเดินตามรอยคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีเดินทางลงไปหาความร้อนเผาผลาผลจิต เมื่อไม่มีกายเป็นมนุษย์
ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องปฏิบัติธรรมตามรอยของท่าน ท่านว่า สิ่งนั้นแหละเป็นธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ..ต้องปฏิบัติธรรมขึ้นมา เจ้าชายสิทธัตถะ ท่านทำกายนิ่ง จิตเฉย เราก็ฝึกทำตามท่าน . มันมีอะไรมากมายให้เรียนรู้ ในคำว่า กายนิ่ง จิตนิ่ง ..ที่จะนำพาไปสู่จิต ที่มีปัญญาธรรม ในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำพาให้จิตไปสู่สถานที่เย็นเป็นสุข กายเป็นสุข จิตก็มีสุขไปตามกาย กายมีแต่ทุกข์ จิตก็ต้องรับทุกข์ไปตามกาย
เรื่องกายที่จิตอาศัย มีแต่กายมนุษย์ ในโลกนี้ ที่มั้งทุกข์และสุข ร้อนเย็น เท่านั้น ที่สามารถนำมากายที่ประกอบด้วธาตุทั้งนี้ มากระทำ ให้กายนี้ ชำระสะสาง ความร้อนความเย็น ให้กายนี้ ธาตุที่ประกอบกาย บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่มลทิน ที่ทำให้ร้อนเย็น เกิดขึ้น ..แต่จิตนั้นต้องมีคว่า ขันติเป็นบารมี จึงสามารถที่จะกระทำได้ .
โฆษณา