Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ผมชื่อกัล “มันอยากพัฒนาตัวเอง“
•
ติดตาม
2 พ.ย. 2025 เวลา 14:22 • ปรัชญา
เทศบาลนครรังสิต
6 วิธีที่ทำให้สมองของคุณรีเซ็ตความขี้เกียจได้ (คุณอ่านจบให้ลงมือทำเลย)
หลายคนคิดว่า “พอเราโตขึ้นเรื่อยๆสมองของเราจะไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงคือ…สมองของเรา “กำลังเปลี่ยนอยู่ทุกวัน” นี่ไม่ใช่บทความแบบ self-help แบบ “จงคิดบวก”
.
แต่นี่คือ Neuroscience Hacks จาก
Dr. Lara Boyd นักประสาทวิทยาแห่ง University of British Columbia
.
ผมเจอบทความนี้ในเพจนึงมาอยากให้คุณลองฝึกตาม 6 วิธีนี้ดูจะรู้ว่าสมองตัวเอง “รีเซ็ตได้จริง”
Dr. Lara Boyd นักประสาทวิทยา
1. คุณต้องเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ = ทำให้สมองของคุณสร้างสายไฟขึ้นมาใหม่
ทุกครั้งที่คุณทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน
สมองจะทำการ “ต่อวงจรใหม่” ระหว่างเซลส์ประสาท (neurons) มันเหมือนการสร้างถนนเส้นทางใหม่ที่มันเคยเป็นป่ารกร้างมาก่อน
ยิ่งคุณใช้ถนนเส้นนั้นบ่อยเท่าไร ทางก็ยิ่งชัด ยิ่งเร็ว ยิ่งแข็งแรง
แต่ถ้าคุณเลิกใช้ มันจะค่อยๆหายไป
💡ให้คุณเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่คุณไม่เคยลอง เช่น การเขียนมืออีกข้าง เดินทางกลับบ้านเส้นทางใหม่ๆ เรียนรู้สกิลใหม่ๆ อ่านหนังสือแนวอื่นๆที่คุณไม่ถนัด
🚫 ห้ามบอกตัวเองว่า “ยังไม่พร้อม” เพราะสมองพร้อมเปลี่ยนเสมอ
2. สมองเปลี่ยนได้ 3 ระดับ (3-Level Reset)
Dr. Lara Boyd อธิบายว่า สมองเราอัปเดตตัวเองได้ 3 ระดับ
•เปรียบเหมือนเฟิร์มแวร์ที่เรียนรู้จากการใช้งานดังนี้
2.1 Chemical Change - การเปลี่ยนระดับสารเคมีในสมอง คือช่วง “อินสแตนต์” ที่เรารู้สึกว่าจำได้ทันทีหลังเรียน (จำได้แบบชั่วคราว)
แต่ถ้าไม่ฝึกซ้ำ มันจะจางลง
2.2 Structural Change - การสร้างโครงสร้างใหม่ของเซลล์ประสาท นี่คือการเปลี่ยนแบบ “ถาวร” ที่ทำให้เรามีความจำระยะยาว
2.3 Functional Change - สมองเริ่มทำงานประสานกันดีขึ้น ส่วนที่ใช้บ่อยจะเปิดติดเร็วขึ้น สมองทำงานลื่นขึ้น
.
💡 ถ้าอยากให้สมองเปลี่ยนจริง ต้อง “ทำซ้ำ” จนถึงระดับโครงสร้าง
เพราะนั่นคือจุดที่สมองสร้างวงจรถาวรให้ตัวเอง
🚫 แค่ เข้าใจ ไม่พอ สมองไม่เปลี่ยนจากคำว่า “อ๋อ”
มันจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อคุณ “ลองทำ > ทำซ้ำ > ทำจนชิน”
เช่น : ถ้าเราอ่านหนังสือ 1 ครั้งแล้ว "เข้าใจ" นี่คือ chemical change (ชั่วคราว)
แต่ถ้าเรากลับมา “อธิบายให้คนอื่นฟัง”, “เขียนสรุป”, หรือ “เอาไปลงมือทำจริง”
🧠 สมองจะเริ่ม สร้างเส้นทางเชื่อมใหม่ ระหว่างเซลส์
= นี่คือ structural change (ถาวรกว่า)
3. ทำไมบางคนเรียนรู้ไวกว่าอีกคน
เพราะ Neuroplasticity ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
สมองแต่ละคนมีโครงสร้างเฉพาะตัว เหมือนลายนิ้วมือ
🏞️บางคนจำด้วยภาพ
✍️บางคนจำด้วยการเขียน
🗣️บางคนจำด้วยการอธิบายออกเสียง
ไม่มีสูตรไหนที่ตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสมอง
สิ่งที่ได้ผลคือ “หาวิธีที่เข้ากับสมองของคุณที่สุด”
💡 ทดลองหลายแบบ ฟัง ดู เขียน พูด แล้วสังเกตว่าวิธีไหนจำได้แม่นสุด
🚫 อย่าเทียบกับใคร เพราะสมองคุณต้องออกแบบ “เฉพาะตัว”
4. สมองเปลี่ยนได้ทั้งทางดีและร้าย
Neuroplasticity คือดาบสองคม ⚔️
มันเปลี่ยนได้ทั้งในทางที่ทำให้คุณดีขึ้น และแย่ลง
ถ้าคุณเสพสิ่งเดิมซ้ำๆ ทุกวัน เช่น ความเครียด ข่าวลบ หรือสภาพแวดล้อมเดิมๆ
สมองจะ “บันทึก” ความคิดแบบนั้นไว้
จนกลายเป็น pattern ของชีวิตเราเอง (เหมือนเราชอบเรื่องแย่ๆ)
แต่ถ้าคุณเปลี่ยนวงจรซ้ำในทางดี
สมองจะสร้างเส้นทางใหม่ที่แข็งแรงกว่า
💡 ตั้งเวลา digital detox หรือเขียน gratitude list ให้สมองได้ “หายใจ”
🚫 อย่าเสพลบซ้ำทุกวัน เพราะนั่นคือการฝึกสมองให้คิดแบบเดิม
5. วิธีฝึกให้สมองเปลี่ยนจริง
Dr. Lara Boyd บอกว่า “Behavior is the engine of change.”
✍️ สิ่งที่คุณทำซ้ำ คือสิ่งที่สมองจะจดจำ
5.1 ฝึกซ้ำอย่างตั้งใจ (Deliberate Practice) -ยิ่งเจอเรื่องยากๆ สมองยิ่งโต
5.2 ออกกำลังกาย - เพิ่มเลือดและออกซิเจนให้สมอง
5.3 ฝึกซ้ำในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม - เพื่อให้ structural changes ความจำถาวรติดทน
5.4 ลดพฤติกรรมซ้ำที่ไม่ดี - หยุดทำสิ่งที่หล่อหลอมวงจรเดิม
5.5 เรียนรู้ต่อเนื่อง - สมองจะคงความยืดหยุ่นไว้ตลอดชีวิต
💡 โฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลึก สมองพร้อมพาคุณเปลี่ยนพฤติกรรมเสมอ
🚫 อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน เพราะ multitasking ทำให้สมองไม่สร้างวงจรลึก
6. สมองของเราปั้นได้เหมือนดินเหนียว (Our brain is shapeable)
🧠 ยิ่งฝึกถูกทาง มันยิ่งแข็งแรง
😭 ยิ่งขี้เกียจคิด มันยิ่งฝ่อ
อย่าให้สมองถูกโปรแกรมด้วยสิ่งที่คุณทำโดยไม่รู้ตัว
เพราะทุกพฤติกรรมคือการ “ออกแบบสมองใหม่ทุกวัน”
.
💡 ใช้พฤติกรรมซ้ำให้เป็น “โปรแกรมดี” เช่น การอ่าน คิดบวก สร้างสรรค์
🚫 หยุดฝึกสิ่งเดิมที่ทำให้คุณวนลูป เพราะสมองจะจำมันเป็นนิสัย
สรุป
•สมองไม่ตายตัว มันเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
•ทุกการเรียนรู้คือการ “เดินสายไฟใหม่” ให้สมอง
•ทำสิ่งนั้นซ้ำๆ = สมองแข็งแรง พัฒนา
•หยุดทำ = สมองก็หายไปตาม (สังเกตุเรื่องที่เรียนมาสมัยก่อนคืนครูหมด)
.
•Neuroplasticity คือกล้ามเนื้อของความคิด
ฝึกถูก = สมองใหม่ 🧠
ฝึกผิด = สมองเดิม 😅
ลองฝึกตามนี้สักสัก 7-14 วัน
.
[1] ฝึกทำสิ่งใหม่วันละอย่าง
อ่านเรื่องที่ไม่เคยสนใจ, เขียนมืออีกข้าง, เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน
[2] ฝึกใช้สมองอย่างมีสติ (Deliberate Practice)
เวลาทำงานหรือเรียน ให้โฟกัสลึกแทนที่จะทำหลายอย่างพร้อมกัน
[3] ฝึกหยุดพฤติกรรมที่ไม่เสริมวงจรสมอง
เช่น เสพข่าวลบๆ, เช็กมือถือก่อนนอน ฯล
Train your brain, before it trains you
(ฝึกสมองของคุณ, ก่อนที่มันจะฝึกคุณ!)
ผมหวังว่าบทความนี้ช่วยเติมอะไรให้คุณได้สร้างวันใหม่ของคุณ (อยากให้คุณเริ่มทำ challenge นี้ไปพร้อมกับผมนะครับ)
Credit : Benz Arnun FBpage
พัฒนาตัวเอง
ความรู้รอบตัว
missiontothemoon
1 บันทึก
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย