5 พ.ย. 2025 เวลา 07:38 • ปรัชญา
..อารมณ์ที่ไหบทออกมาจาก ธาตุทั้งสี่ ที่ปั้นขึ้นมา เป็นรูปกายให้จิตอยู่ในเรือนกายได้รับรู้ จะปล่อยวางหรือ ยึดถือ ...
เรื่องราว ของน้ำตา .. ดีใจ ก็ร้องไห้ เสียใจก็ร้องให้ .ไม่รู้ว่า มีอะไรกลไก อะไรให้มันไหล มีระยะหนึ่ง ไปวัด ไปนั่งสวดมนต์ สวดมนต์อยู่ดี โอ้ว .มันจะร้องไห้ สะอึกสะอื้น .เราต้องพยายาม ฝืนๆ ไว้ ..ก็ไปเล่าให้พระ ท่านฟัง ท่านก็บอกว่า จิตข้างใน เค้าก็เหมือนดีใจ ที่ได้พระ รอยของพระ ท่านก็ว่า อย่าไปฝืน มันจะร้องไห้ ก็ให้มันร้องออกไป เราบอกว่า .ปล่อยไปตามความรู้สึกตอนนั้น มันคงดังลั่นไปเลย ท่านก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ที่นี่เค้ารู้จัก เรื่องราวเหล่านี้
1
คราวนี้ เรื่องราวของน้ำตา มันก็เรื่องราว ที่ไหบออกมาจากธาตุทั้งสี่ ที่เป็นอารมณ์ ดีใจ ก็ร้องไห้ เสียใจก็ร้องไห้
มีอยู่คราวหนึ่ง นั่งสวดมนต์ คราวนี้ ก็มีอาการร้องไห้ออกมา เราก็ไม่หยุด จะร้องสะอึกสะอื้น เราก็บังคับกาย ให้สวดมนต์ ก็มีอาการ เหมือนเด็กๆร้องไห้ สะอึกสะอื้น .ก็ได้เรียนรู้ เรื่องราว ของอารมณ์ปิติ อีกแบบหนึ่ง ที่ไม่ได้ มีเรื่องราวสีดำๆ อารมณ์เศร้าหมอง . แต่เป็นเรื่องของอารมณ์อีกแบบหนึ่ง
1
เมื่อจิตเรา กระทบแสงรัตนะ ..เค้าให้เรานำกราบพระ ..พอเริ่มต้น จะกล่าวคำ ..อรหัง ร่างกายก็..เสียง .มาเลย .เสียงสั่นเครือสะอึกสะอื้น มาเลย เราก็ถามพระ .ท่านบอกว่า โยมฝืนไม่ได้หรอก .จิตเค้ากระทบแสง ..พอตอนหลังๆ ก็ไม่ค่อยมีอาการ แต่เวลาที่กระทบแสงของพระที่สูง .
เวลาที่ท่านให้พร .ข้างในมันก็ ..กราบพระ มีเสียงสะอึกสะอื้นออกมา พูดก็สั่นเครือเหมือนคนร้องไห้ นั่นเป็นอารมณ์ปิติที่ ที่ถูกสะกิดจากแสงรัตนะ ..ขันธ์ห้า ก็สะเทือนสั่นไหว ธาตุทั้งสี่ก็ปิติสั่นไหว
1
โฆษณา