23 ธ.ค. 2025 เวลา 03:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Durable Competitive Adventage แนวทางการเลือกหุ้นสไตล์พี่เชาว์

แนวคิดเรื่อง Durable Competitive Advantage (DCA) หรือ “ความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน” คือหัวใจของการลงทุนแบบเน้นคุณค่าอย่างแท้จริง โดยคุณเชาว์ เฉลิมเดช อดีตนายกสมาคม Thai VI ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า Durable Competitive Adventage คือสิ่งที่ใช้เพื่อแยกการลงทุน ออกจากการเก็งกำไร
นักลงทุนทั่วไปมักพยายามคาดการณ์อนาคตของบริษัท แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทส่วนใหญ่มักไม่มี DCA เราจึงทำได้เพียงแค่การเดา หรือพูดง่ายๆก็คือการพนัน มีเพียงบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นที่เราสามารถคาดการณ์ได้ จริงและบริษัทเหล่านั้นมักเป็นบริษัทที่มี DCA แข็งแกร่งนักลงทุน VI จึงต้องทุ่มเทค้นหาบริษัทที่มีคุณสมบัตินี้ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่สร้างความมั่งคงได้ในระยะยาวได้
วิธีดูว่าบริษัทใดมี DCA ไม่ได้อยู่ในงบการเงินเพียงอย่างเดียว เพราะงบเป็นเพียง “ความเห็น” ของผู้สอบบัญชี ไม่ใช่ “ความจริง” บริษัทที่มี DCA ต้องมีลักษณะบางอย่างที่ทำให้คู่แข่งเข้ามาแย่งตลาดได้ยาก หรือถึงเข้ามาก็สู้ไม่ได้ในต้นทุนหรือการรับรู้ของผู้บริโภค ตัวอย่างของ DCA ที่พบได้ในตลาดหุ้นไทยมีอยู่สามลักษณะใหญ่ๆ
หนึ่งคือเป็นลักษณะ Monopoly หรือธุรกิจมีการผูกขาดด้วยพลังบางอย่าง เช่น โครงสร้างตลาด ใบอนุญาต หรือความได้เปรียบทางต้นทุน
สองคือ Brand หรือที่พี่เชาว์เรียกว่า Share of Consumer Mind คือเมื่อผู้บริโภคคิดถึงสินค้าประเภทหนึ่ง จะนึกถึงแบรนด์นั้นก่อนเสมอ เช่น แบรนด์ที่ครองพื้นที่บนเชลฟ์ 7-11 ซึ่งสะท้อนอำนาจในการเข้าถึงผู้บริโภคที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก
 
และสามคือ Economy of Scale หรือขนาดธุรกิจที่ใหญ่จนต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าใคร ยิ่งขยายสาขา ยิ่งประหยัดมากขึ้น ยิ่งได้เปรียบคู่แข่ง
DCA จึงไม่ใช่คำหรูหราที่ใช้ในการวิเคราะห์เชิงทฤษฎี แต่มันคือความจริงที่สังเกตได้รอบตัว นักลงทุนที่ใช้แนวทางแบบพี่เชาว์จึงต้อง “scuttlebutt” หรือสำรวจด้วยตาตัวเอง เช่น คุยกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือแม้แต่คู่แข่ง เพื่อหาว่าบริษัทนั้นมีพลังอะไรที่คนอื่นไม่มี เพราะ DCA ไม่ได้อยู่ในเอกสาร แต่อยู่ในพฤติกรรมของตลาดจริงๆ การค้นหาความจริงแบบนี้อาจทำให้จาก 800 บริษัท เหลือแค่ไม่กี่สิบบริษัทที่มีคุณสมบัติยั่งยืนจริง
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเจอบริษัทที่มี DCA แล้ว นักลงทุนต้องรู้ว่า ราคาไม่ใช่ทุกอย่าง ในตลาดที่นักลงทุนเก่งขึ้นมาก หุ้นดีส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ fair value แล้ว แต่ความได้เปรียบของเราคือ การมองเห็นสิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น ซึ่งการจะเห็นได้นั้นต้องมาจากการลงแรงศึกษามากกว่าคนทั่วไป พี่เชาว์จึงมักพูดเสมอว่า “เราไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แค่เข้าใจกว่าคนส่วนใหญ่ เราก็ชนะแล้ว”
Durable Competitive Advantage จึงไม่ใช่แค่กรอบคิดในการเลือกหุ้น แต่มันคือแนวทางการมองโลกของนักลงทุนแบบ VI การมองหาความได้เปรียบที่ยั่งยืน คือการมองหาธุรกิจที่สามารถอยู่รอด เติบโต และสร้างผลตอบแทนได้ต่อเนื่องในระยะยาว ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและข่าวลวง DCA คือสิ่งเดียวที่ทำให้เราคาดการณ์อนาคตได้อย่างมีเหตุผล และคือเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง “นักลงทุนที่มั่งคั่ง” กับ “นักเก็งกำไรที่เสี่ยงโชค”ไปเรื่อยๆ
โฆษณา