เมื่อวาน เวลา 09:59 • ท่องเที่ยว
Mozart's Birthplace

🎻 เยือนบ้านเกิด "โมทซาร์ท" นักดนตรีซิมโฟเน่แห่งซาลซ์บูร์ก

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของนักดนตรีระดับโลกคนหนึ่ง หรืออาจเคยได้ฟังทำนองดนตรีไพเราะที่ทำให้รู้สึกหลงใหลทุกครั้งที่ได้ยิน แต่ไม่รู้ว่าใครคือผู้ประพันธ์บทเพลงเหล่านั้น เขาคือ “ว็อล์ฟกัง อมาเดอุส โมทซาร์ท” (Wolfgang Amadeus Mozart) หรือที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีในชื่อ “โมทซาร์ท” หนึ่งในอัจฉริยะทางดนตรีที่โลกรำลึกถึงจนถึงทุกวันนี้
โมทซาร์ทเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1756 นบ้าน Hagenau ที่ Getreidegasse 9 เมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย เขาเป็นลูกชายของเลโอพ็อลท์ โมทซาร์ท นักประพันธ์เพลงชาวเยอรมัน และอันนา มารีอา แพร์เทิล แม่ผู้คอยสนับสนุนอย่างใกล้ชิด โมทซาร์ทมีพี่สาวชื่อ “มารีอา อันนา โมทซาร์ท” หรือ “แนนเนิร์ล” ที่มักเล่นดนตรีด้วยกันเสมอ
ตั้งแต่ยังเด็ก โมทซาร์ทก็แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ทางดนตรีที่ไม่ธรรมดา เขาหลงใหลเสียงเพลงและเครื่องดนตรีต่างๆ มากจนพ่อของเขาเริ่มสอนให้เล่น “ฮาร์ปซิคอร์ด” ตั้งแต่อายุเพียงห้าขวบ ไม่นานหลังจากนั้น โมทซาร์ทก็เรียนรู้การเล่นไวโอลินและออร์แกนต่อ พร้อมทั้งฝึกแต่งเพลงและแกะโน้ตจากเสียงที่ได้ยินได้อย่างแม่นยำ จนเรียกได้ว่าเป็นเด็กมหัศจรรย์แห่งยุคนั้นเลยทีเดียว
เมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ ระหว่างปี ค.ศ. 1762–1766 พ่อของเขาพาสองพี่น้องออกเดินทางไปแสดงดนตรีตามเมืองต่างๆ เริ่มจากนครมิวนิก ต่อด้วยกรุงเวียนนา และในที่สุดก็ออกทัวร์ทั่วทวีปยุโรป การเดินทางครั้งนั้นทำให้โมทซาร์ทได้พบกับนักดนตรีชื่อดังหลายคน เช่น โยฮัน โชเบิร์ท ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และโยฮัน คริสทีอัน บัค (ลูกชายของโยฮัน เซบัสทีอัน บัค) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่หล่อหลอมเขาให้กลายเป็นศิลปินเต็มตัว
เมื่ออายุเพียง 11 ปี โมทซาร์ทก็ประพันธ์โอเปร่าเรื่องแรกของตัวเองในชื่อ Apollo et Hyacinthus หรือ “อพอลโลกับไฮยาซิน” และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการคอนเสิร์ตโดยอัครมุขนายกแห่งซาลซ์บูร์ก ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีอย่างแท้จริง เขายังได้รับใช้ราชสำนักซาลซ์บูร์กระหว่างปี ค.ศ. 1773–1781 ก่อนจะออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา เมืองหลวงแห่งดนตรี
ในปี ค.ศ. 1781 โมทซาร์ทตัดสินใจตั้งหลักปักฐานอยู่ที่กรุงเวียนนา หลังจากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชนชั้นสูงในวงสังคม และในปีเดียวกันนั้น เขาได้แต่งงานกับ “ค็อนสตันท์เซอ เวเบอร์” นักร้องโซปราโนสาว ซึ่งเป็นน้องสาวของ “อล็อยซีอา เวเบอร์” หญิงสาวที่เขาเคยแอบหลงรักมาก่อน แม้พ่อของเขาจะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ แต่โมทซาร์ทก็เลือกทำตามหัวใจของตัวเอง
ชีวิตในช่วงบั้นปลายของโมทซาร์ทยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิชาการจนถึงปัจจุบัน มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของเขา บ้างว่าเกิดจากโรคไทฟอยด์ บ้างว่าเป็นผลจากสุขภาพที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ แต่ไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด สิ่งที่รู้คือเขาเสียชีวิตในคืนวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1791 เวลาประมาณตีหนึ่ง ณ กรุงปราก ขณะกำลังประพันธ์บทเพลง Requiem อันโด่งดัง
ตำนานเกี่ยวกับการฝังศพของโมทซาร์ทก็มีหลายเวอร์ชั่น บ้างเล่าว่าเขาถูกฝังรวมกับศพไร้ญาติ แต่ตามหลักฐานจริง เขาถูกฝังอย่างเรียบง่ายในสุสานชุมชนตามกฎหมายปี ค.ศ. 1783 แม้หลุมศพดั้งเดิมในสุสานเซนต์มาร์กจะหายไป แต่ก็มีการสร้างอนุสรณ์สถานไว้ให้ผู้คนได้มารำลึกถึงเขาที่สุสานเซนทรัลไฟรด์ฮอฟ
ปัจจุบันบ้านเกิดของโมทซาร์ทได้ถูกนำมาเป็นพิพิธภัณฑ์ชีวประวัติ ภายในจะพบสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์ในชีวิตประจําวันจากศตวรรษที่ 18 และให้ความรู้สึกย้อนเวลากลับไปในสมัยของโมทซาร์ทขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สามารถเข้าชมได้ โดยมูลนิธิ International Mozarteum Foundation ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ในบ้านเกิดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2423
หากมองเทียบกับช่วงเวลาในประเทศไทย ตอนที่โมทซาร์ทยังมีชีวิตอยู่ จะตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา จนถึงต้นรัตนโกสินทร์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เรียกได้ว่า ในขณะที่ดนตรีคลาสสิกกำลังเบ่งบานในยุโรป ฝั่งตะวันออกของโลกเราก็กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคใหม่เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม
โฆษณา