7 พ.ย. 2025 เวลา 11:36 • ประวัติศาสตร์

“พระปรุหนัง” ของขลังมหาอุตม์ของ “เสือฝ้าย” และจุดจบที่แสนอดสู

เรื่องเล่า "ของขลัง" ขุนโจรฉายา "จอมพลฝ้าย" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 4 เสือสุพรรณ โดยมีของดี เป็น "พระเครื่องปรุหนัง" พระระดับตำนานที่สร้างในสมัยอยุธยา ขึ้นชื่อเรื่อง มหาอุตม์ แต่จุดจบของเสือฝ้ายกลับตายอย่างน่าอดสู....
วา โธ โน อะ มะ มะ วาวา
ใครที่ดูเรื่อง “เสือ” มาแล้ว คงติดหูกับ “คาถา” นี้ ของ พี่เวียร์ หรือ “เสือฝ้าย”
โจรตัวพ่อที่สร้างโดย “โขม ก้องเกียรติ” ที่เคยฝากฝีมือกับหนัง “ขุนพันธ์”
ซึ่งหนังเรื่อง “เสือ” จากจักรวาล “ขุนพันธ์” นี้ มาจาก “เรื่องจริง” บุคคล ที่มีตัวตนจริง ฉะนั้น มนตร์ขลัง หรือ “ของขลัง” ที่ติดตัวในเรื่องนี้ ก็มาจาก “เรื่องจริง” ที่ถูกเล่าต่อๆ กันมา
สำหรับ “ของขลัง” ที่ติดตัวเสือฝ้าย หรือจอมพลฝ้าย ตัวจริงๆ ในประวัติศาสตร์ จากข้อมูลในหนังสือ “ถอดรหัสลับขุนพันธรักษ์ราชเดช” ที่บันทึกไว้ คือ “พระเครื่องปรุหนัง”
ซึ่งนอกจากจะเป็นพระที่ห้อยอยู่บนคอ “เสือฝ้าย” แล้ว ยังเป็นพระที่ “ขุนพันธ์” ห้อยไว้บนคอด้วย เช่นกัน
การเลือกพระมาคล้องคอนั้น ขุนพันธ์ เคยให้ความเห็นว่า “เราต้องดู “พระ” ที่ปลุกเสกว่า มีความเก่งกล้าในเรื่องไสยศาสตร์หรือไม่”
ซึ่งจากคำพูดนี้ แสดงให้เห็นว่า ตัวขุนพันธรักษ์ราชเดช ไม่แยกเครื่องรางของขลัง กับพระพุทธศาสนา ออกจากกัน ในมุมไสยศาสตร์ ก็คือ มนตร์ขลัง ในการป้องกันตัว แต่ในมุมพุทธศาสนา ก็คือ เครื่องยึดเหนียวจิตใจ
“พระปรุหนัง”
ขุนพันธ์ แขวนพระปรุหนัง ติดตัวเป็นองค์พระประธาน ของพระเครื่องอีกหลายองค์ในสร้อยเส้นเดียวกัน แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ขุนพันธ์ก็ยังแขวนพระปรุหนังไว้เสมอ
ในขณะที่ “เสือฝ้าย” แขวน “พระปรุหนัง” จนนาทีสุดท้าย โดย “ตำรวจ” ได้นำ “พระเครื่องปรุหนัง” ออกจากคอเสือฝ้าย ก่อนลงมือสังหาร
“พระเครื่องปรุหนัง” เป็นพระเครื่องสมัยอยุธยาตอนต้น สร้างขึ้นท่ามกลางของกลิ่้นอายแห่งสงคราม มีพุทธศิลป์งดงาม มีสร้างทั้งชนิด เนื้อชินเงิน และเนื้อชินปนตะกั่ว รวมทั้งเนื้อดินเผาด้วย พบครั้งแรกที่กรุวัดพุทไธศวรรย์ เมื่อปี 2450 และค้นพบที่วัดอื่นๆ อีกหลายวัดในพระนครศรีอยุธยา มีชื่อเสียงด้าน แคล้วคลาด คงกระพัน และ “มหาอุตม์” มาช้านาน
ประวัติของ “เสือฝ้าย”
จุดเริ่มต้น “เสือเมืองสุพรรณ” รวมถึง “เสือฝ้ายนั้น เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเสียงเลื่องลือ นั้น มาจากการออกปล้นสะดม รวมไปถึง “วิชาอาคม” และ การสร้างบารมี
เสือฝ้าย คือ ประมุข แห่งเสือเมืองสุพรรณ ชื่อเดิมเสือฝ้าย คือ นายฝ้าย เพชรนะ
ก่อนจะเป็น “เสือ” เขาเคยมีตำแหน่ง เป็นผู้นำชุมชน เป็นผู้ใหญ่บ้านท่าใหญ่ อำเภอเดิมบางนางบวช แต่เขากลับถูก “นายเบี้ย” หลานเขยไปรายงานกับทางการว่าเขาเป็นคนปล้นทรัพย์ กระทั่งถูกสั่งจำคุก 4 ปี
ตอนนั้นนายเบี้ยก็ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้านแทน เมื่อเขาพันโทษออกมา นายเบี้ย ก็ใส่ความเขาอีก จน นายฝ้าย ไม่มีทางเลือก และกลายเป็ นเสือ จริงๆ

เสือฝ้าย ยอมเป็นโจร ด้วยความ “จำใจ” กระทั่ง บารมีเขายิ่งใหญ่ขึ้น รวบรวมสมัครพรรคพวกไว้มากมาย
ขุนพันธ์ เคยเล่าว่า “ฝ้ายเสือ” เป็นเสือที่มีกฎเกณฑ์ โหดร้ายทารุณมาก เป็นผู้นำของ “เสือสุพรรณ”
ความยิ่งใหญ่ของเสือฝ้าย คนที่อยู่ในยุคนั้นจดจำได้ว่า เขาคือ “เจ้าพ่อ” แห่งปากแม่น้ำเมืองสุพรรณ มีบริวารมาก มีกฎเกณฑ์ ควบคุมบริวารอย่างเข้มงวด คำพูดของเสือฝ้ายถือเป็นกฎที่ทุกคนต้องทำตาม ใครฝ่าฝืนตาย ยิ่งมีการปล้นมาก ก็ยิ่งร่ำรวยมาก บริวารเสือก็มาสมทบด้วยมากขึ้น
ซึ่งเสือที่มาสมทบกับเสือฝ้าย ในเวลาต่อมา ก็คือ “เสือใบ” และ “เสือมเหศวร”
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ทางกรมตำรวจเวลานั้น ก็กดดันหนัก ส่งชุดปราบปรามพิเศษ มาล้างบางเสือ นำโดย “ขุนพันธ์” ซึ่งตอนนั้น ถูกแต่งตั้งให้เป็นรองผู้อำนวยการในการปราบปราม
** ติดตามอ่านบทความส่วนที่เหลือ จากบทความฉบับเต็ม ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง **
อ่านสกู๊ปที่น่าสนใจ  :
ความแค้นของแม่ ใช้ศาลเตี้ยล้างอยุติธรรม (2541) (ชมคลิป)
5 ปมสั่งตาย “แคล้ว ธนิกุล” เจ้าพ่อนครบาลกับพระสมเด็จวัดระฆัง ที่หายไป? (ชมคลิป)
เคล็ดลับความสำเร็จกัปตันซึบาสะ ความคิดของคนเลือกอยู่หัวแถว (ชมคลิป)
โฆษณา