8 พ.ย. 2025 เวลา 06:08 • การศึกษา

Global Anti-Base Erosion Model Rules (Pillar Two) ที่มาของพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ >>>

เรื่องสำคัญส่วนหนึ่งของโครงการ OECD/G20 แผนปฏิบัติการ BEPS ซึ่งส่วนหนึ่งคือ การแก้ไขปัญหาด้านภาษีที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลของเศรษฐกิจ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 กว่า 135 ประเทศได้ร่วมกันวางแผนปรับปรุงองค์ประกอบสำคัญของระบบภาษีระหว่างประเทศ ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของระบบภาษีโลกและดิจิทัลอีกต่อไป กฎป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีทั่วโลก เป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนปฏิบัติการนี้ และรับรองได้ว่าบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จะจ่ายภาษีขั้นต่ำจากรายได้ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศที่ตนดำเนินงาน
ใครมีหน้าที่จะต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มในประเทศไทย ?
นิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและเป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีรายได้รวมทั้งหมดตามงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ (รายได้รวมไม่น้อยกว่า 750 ล้านยูโร อย่างน้อย 2 ใน 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้ารอบปีบัญชี 2568) เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีส่วนเพิ่มในประเทศไทยหากปรากฎว่าอัตราภาษีที่แท้จริงของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติต่ำกว่า 15%
ในการจัดทำงบการเงินรวม เพื่อวิเคราะห์รายได้รวม และ อัตราภาษีที่แท้จริงของงบการเงินรวม ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม (ในประเทศไทย) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มมาตรฐาน คือ
(1) มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ และ
(2) มาตรฐานการบัญชีของประเทศที่ถูกกำหนดตามกฎหมายลำดับรอง ได้แก่ มาตรฐานการบัญชีในเครือรัฐออสเตรเลีย , สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล, แคนาดา, ประเทศที่เป็นรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป,ประเทศที่เป็นรัฐสมาชิกเขตเศรษฐกิจยุโรป ,เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, สหรัฐเม็กซิโก, นิวซีแลนด์, สาธารณรัฐประชาชนจีน, สาธารณรัฐอินเดีย, สาธารณรัฐเกาหลี, สหพันธรัฐรัสเซีย, สาธารณรัฐสิงคโปร์, สมาพันธรัฐสวิส, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา
สำหรับงบการเงินรวมที่ถูกจัดทำตามมาตรฐานการบัญชีที่ไม่ใช่มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ แต่ได้ปรับปรุงตามมาตรการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศแล้ว เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนในการนำเสนอข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ ถือว่าได้มีการจัดทำงบการเงินรวมที่ได้รับการยอมรับตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม ของประเทศไทย
จะเห็นได้ว่า Point ของเรื่องนี้อยู่ที่ นิติบุคคลแม่ของกลุ่มบริษัทตั้งอยู่ที่ประเทศใด มีนิติบุคคลในเครือตั้งอยู่ประเทศใดบ้าง ประเทศที่ไปจัดตั้งหรือมีสถานประกอบการถาวร เป็นประเทศในกลุ่มสมาชิก OECD (TAX) หรือไม่
งบการเงินรวมถูกจัดทำตามมาตรฐานการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับของประเทศที่มีสิทธิจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มหรือไม่ งบการเงินรวมของบริษัทแม่ถึงตามเกณฑ์หรือไม่ และ การคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริงของกลุ่มบริษัทต่ำกว่า 15% หรือไม่ และถ้าต่ำกว่า 15% ประเทศที่นิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่มีสิทธิจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม และหรือมีวิธีการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มเป็นอย่างไร
เหล่านี้คือ Point ที่จะต้องดำเนินการตามลำดับเพื่อตัด Point หรือ ไปต่อใน Point ถัดไปค่ะ
กฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ภาษีส่วนเพิ่ม (ในประเทศไทย) มีกฎหมายหลักและกฎหมายลำดับรองที่สำคัญดังนี้
1. พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567
2. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปเป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ
3. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดลักษณะภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ที่ไม่เป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่าย
4. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 3) เรื่อง การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีหลายแหล่งที่ตั้งและของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ
กฎหมายมีผลบังคับใช้การเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
สุขสันต์วันลอยกระทงย้อนหลังนะคะ
#VIStylebyMooduang #สำนักงานกฎหมายภาษีสยามลอว์ #สยามลอว์ #OECD(TAX) #ฺBEPS #ภาษีส่วนเพิ่ม #Minimumtaxrate15% #Pillar2
โฆษณา