12 พ.ย. 2025 เวลา 12:44 • ดนตรี เพลง

[รีวิวอัลบั้ม] INSTANT NOODLES (SUB BOILING EDITION) - SAWADEEKUBPOMFIRST >>> บะหมี่ซองแรก

-ไม่รู้ว่าคู่หูดูโอ้ UNLITLED หาเวลาที่ไหนทำเพลงมิทราบ ด้วยตารางเวลาการเรียนและการทำงานที่แน่นเอี๊ยดเสียจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ที่แน่ๆ ปี 2025 คงเป็นปีที่พวกเขาใช้ชีวิตได้เต็มที่สุดๆปีนึง พวกเขาเพิ่งปล่อย LET THE KIDS… เมื่อสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไตรมาสสุดท้ายประจำปีนี้ ต่างคนก็ปล่อย solo album เรียกว่า หนำใจสาวกอย่างถึงที่สุด
-โดย SAWADEEKUBPOMFIRST (ปัณณวรรธ เอกวดี) เป็นคนขอเปิดนำร่อง ขอจองเดือนตุลาคม ก่อนที่ PLENG จะตามมาในเดือนนี้ (เดี๋ยวเพจเราจะรีวิวตามมา) แต่ตอนนี้เรามาโฟกัสที่เดบิวท์อัลบั้ม “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” กันเสียก่อน
-ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ทำไมเฟิร์สถึงเลือกเอา “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” มาเป็นตัวแทน คิดแบบง่ายๆคือ ของกินเพื่อนแก้หิวที่อยู่คู่เด็กหอ คิดลึกซึ้งกว่านี้มันก็คือตัวแทนของกินประจำคนรากหญ้าที่ไม่ได้หรูไม่ได้แพงแบบสปาเก็ตตี้หรือราเมน เป็นของกินง่ายๆเน้นประหยัดในช่วงการเงินไม่เป็นใจ ซึ่งมันก็สะท้อนตัวตนอันแสนติดดินและสไตล์แร็พ lyrical ดั้งเดิมของเฟิร์สได้เป็นอย่างดี
-ทั้งนี้เฟิร์สยังระบุถึงระดับความร้อนไว้ที่ “กึ่งสุก” ถือเป็น trivia เล็กๆน้อยๆถึงรสนิยมการกินส่วนตัวที่ชอบกินแบบ “กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม” รวมๆแล้วนี่คือการเปิดตัวแบบเน้น introduce สร้างความสนิทสนมสุดชิวล์กับผู้ฟังมากกว่าเน้นทะเยอทะยานเรียกร้องความสนใจอะไรมากมาย
-SAWADEEKUBPOMFIRST เขาคือไอ้เด็กหนุ่มที่มีชื่อ aka สุด humble ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ แต่ก็พกความแสบและความจริงจังจนเต็มกระเป๋าตามสไตล์คนที่มุ่งจะเป็น rapstar ให้จงได้ เขายังคงเป็นไอ้เด็กหนุ่มติดดินที่ยังคงใช้มือถือแบบเติมเงิน ซึ่งก็มาพร้อมโปรดักชั่นบ้านๆที่ไม่ได้อัพเกรดความแพงอะไรมากมาย แต่ก็พรั่งพรูด้วยอิทธิพลฮิปฮอปทั้งยุคเก่าและปัจจุบันที่เฟิร์สได้ซึมซับ ตั้งแต่ boom bap, chipmunk soul, Jazz บางเวลาก็ trap, hardcore ก็พอประมาณ
-อัลบั้มปูทางด้วยความ basic shit ตั้งแต่ A RIDE ที่มาพร้อมจุดยืนทำเน้นสนุกมากกว่าตีตลาด BOO BACK ที่บ่งบอกความกวนตีนชนิดที่ ถ้าเฟี้ยวแล้วกะหรี่จะอ่อย ก็ช่วยไม่ได้เอง #เอาให้จม ที่ก้มหน้าก้มตาทำเพลงต่อไป ชนิดที่หากใครมาสบประมาทหรือด่าทอก็ไม่มีทางเอาเขาลงได้ KICK FLIP เพลงที่โชว์สกิลการ flip ได้อย่าง badass สัดๆ บรรจุคำไรห์มไว้เต็มแมกกาซีน
-GLITCH เปิดโหมด conscious rap เจือปนด้วยแจ๊สสุดแช่มชื้น thoughtful ที่สุดในอัลบั้มนี้ เกริ่นด้วย quote สุดคม “เค้าว่าคนตายได้ตั้งหลายรอบ / หนึ่งคือร่างกาย สองคืนความหมายมอบ / สามคืออัตตาที่คนทั้งหลายครอบ / สี่คือดวงวิญญาณที่ต่างหายชอบ” ท่อนๆนี้ทำเอาผมวนฟังเพลงนี้อยู่หลายรอบด้วยความงงและพยายามปะติดปะต่อด้วย ซึ่งเฟิร์สก็พาเราไปสำรวจเส้นทางชีวิตทั้งของตัวเขาเองที่ยังคงใช้ชีวิตไปเรื่อยระหว่างโลกเพลงและโลกส่วนตัว เส้นทางของคนอื่นใน IG Story ที่ดูสำมะเลเทเมาตามที่เขาได้เจอมา
รวมไปถึงการปิดท้ายด้วย voice over จากเพื่อนของเขาใน alwaysbloom ที่ชื่อว่า “พี” ที่กล่าวถึงการดรอปเรียนเพื่อไปทำงาน ซึ่งนั่นอาจเป็นความเชื่อที่ผิด หากคุณไม่ได้เป็นคนที่มาจากตระกูลคนรวยที่มีเงินเยอะพอจะทำอย่างอื่นโดยไม่เรียนต่อได้ โดยประโยคสุดท้ายจิกกัดโคตรแสบ “บางคนก็ดรอปเรียนเพื่อทำงานหาเงินจริงๆ แต่บางคนก็ดรอปเรียนเพราะไม่อยากเรียนก็เท่านั้น” เออว่ะจริง 555
รวมๆในเพลง GLITCH ผมคิดว่าเฟิร์สก็รู้อยู่แล้วว่าความตายในที่นี้ไม่ใช่แค่ทางกายภาพ แต่เป็นการตายด้วยการถูกลืม ไร้เป้าประสงค์ และอัตตาที่ทำให้มืดหน้าตามัว การที่เฟิร์สยังทำทั้งเพลงและทำงานก็เพื่อการดำรงอยู่ ถึงมันจะยาก แต่ก็ย่อมดีกว่าการอยู่ไปวันๆโดยไร้เป้าหมายนั่นแหละ
-ทั้งนี้เฟิร์สก็ไม่ใช่คนสาย old school ที่เน้นรับอะไรเก่าๆเสียทีเดียว ยังมีใจเปิดรับเทรนด์ฮิปฮอปปัจจุบันเข้ามา blend พอสมควร เห็นได้จากซิงเกิ้ลแรกอย่าง ON GOD ที่ฮาร์ดคอที่สุดในงานชุดนี้ โคตรตึง โคตร bluff ขนาดพูดช้าๆชัดๆแต่ให้ความรู้สึกหาเรื่องตะโกน “ค*ยไรครับ” แทบไม่ต้องใช้บีท gangsta ให้โฉ่งฉ่างก็สัมผัสได้ถึงความเดือดที่มันคุกกรุ่นพร้อมบวก
-อีกตัวอย่างเพลงที่เหยียบเรือสองแคมระหว่างความ Old School และ New School ชัดๆเลยคือ Shutdown/How We Live ที่เป็นเพลงสองพาร์ท พาร์ทแรกมีการหยอดแบบปั่นๆไว้ว่า อีกสามปีข้างหน้า ถ้าเขาไม่คิดจะแร็พแล้วหันไปเอื้อนแทน คนฟังจะบ่นหรือปัดข้ามมั้ย? ส่วนพาร์ทหลังฟังแล้วระลึกถึง A$AP Rocky อยู่กลายๆ
-Some Love Song ไม่รู้ว่าชื่อเพลงเอามาจากชื่ออัลบั้ม Some Rap Songs ของ Earl Sweatshirt รึเปล่า แต่กลิ่นอิทธิพลการแซมเปิ้ลที่ขมุกขมัวนี่ทำให้นึกถึง Earl เลย เป็นเพลงแรกๆที่นายเฟิร์สเลือกที่จะทดลองความแปลกเยิ้มๆลอยๆในลักษณะนี้
-ไม่ใช่แค่พาร์ทเพื่อชีวิตและการปล่อยของความแสบสันต์ เรายังได้เห็นอีกด้านของไอ้หนุ่มเฟิร์สที่ชอบพร่ำพรรณนาเรื่องความรักแบบ puppy love อย่างเคลิ้บเคลิ้มไม่ต่างจากวัยรุ่นคนอื่นๆ เห็นกันตั้งแต่ต้นม้วนเริ่มจาก LoVE ที่ฟังดูเป็น Dream-Pop/Rap สดใส แต่ท่อนฮุกชวน “เอ๊ะ” ไปกับความรู้สึก เดี๋ยวรัก-เดี๋ยวเกลียด
ตอนที่ผมได้พูดคุยกับเฟิร์สใน inbox น้องบอกว่า เพลงนี้เป็นบันทึกรักส่วนตัวที่สุดของเขา อยากรู้ว่าเขาจะเล่าแบบไหน ไม่อยากสปอยล์เนื้อหามากกว่านี้ ให้ไปลองฟังกันเอง ทั้งนี้หลังจากฟังอัลบั้มนี้จบ ให้ลองไปฟัง “สาวลูกครึ่ง” bonus track ที่เพิ่งปล่อยไปใน YouTube เพิ่มความรู้เรื่องและลองเชื่อมโยงกับเพลง LoVE ดู
-อีกหนึ่งเพลงรักจากไอ้หนุ่มติดดินที่ไม่อยากให้พลาด Butterfly แทร็คลำดับ 8 (***มีแค่ในยูทูปเท่านั้น ส่วนในสตรีมมิ่งยังติดเรื่องลิขสิทธิ์ที่ไม่สามารถเอาลงได้) นี่ถือเป็นเพลงฉายเซนส์ป็อปของเฟิร์สได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากที่สุด มีการสอดแทรก skit Marry Jane บอกคาแรคเตอร์วัยรุ่นสายเขียวที่จู่ๆสาวมาเข้าฝันให้รู้สึกดีชั่วคราว
-เพลงขี้เล่นที่สุดอย่าง Put The Smile On Her Face มีการแซมเปิ้ลซีน “น้าค่อมไปหาหมอ” อันเป็นตำนานความฮาจากภาพยนตร์เรื่อง “น้ำนองสยองขวัญ” ซึ่งก็ดันสอดคล้องกับบริบท “ความรักทำให้คนตาบอด” ได้อย่างเข้าใจคิด นำพาซึ่งการเห็นสาวในฝันที่ดูคมๆเหมือนกรงจักรกลายเป็นดอกบัวซะงั้น
-ปิดท้ายด้วย #สุขสวัสดิภาพ (bon voyage) ที่เป็นดั่งจดหมายปิดผนึก this is for the fam ถึงเพื่อนๆมิตรสหายรอบตัวเขาที่ย่านสุขสวัสดิ์ ชาวแก๊งค์ alwaysbloom ที่คุยปรับทุกข์กันบ่อย มี verse ภาษาอังกฤษเน้นสร้างเสริมกำลังใจ won’t stop ให้ผู้ฟังและตัวเขาเองที่ยังอายุ 19 สร้างตัวอีกยาวไกลมากๆ
-นอกจากจะขยันปล่อยเพลงในฐานะ UNLITLED แล้ว การเดบิวต์เต็มตัวของไอ้หนุ่มเฟิร์สเริ่มต้นได้สวยด้วยวิถี old school (ที่ไม่ทำตัว old head) ได้อย่างเข้าใจง่าย เหมือนๆรสชาติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป(ไวไวรสดั้งเดิม)ที่เอามา represent เป็นปกอัลบั้มเลย รสชาติที่คงความเค็มๆนัวๆในแบบที่ easy to digest ไม่ได้จัดจ้าน เปรี้ยวจี๊ดหรือเผ็ดจนปากชาอะไรมากมาย เสิร์ฟด้วยความพอปะทังตามข้อจำกัดทางด้านโปรดักชั่นและการเน้นให้คนฟังได้ทำความรู้จักทั้งกลิ่นและรสอย่างไม่รีบร้อน
-อีกอย่างการระบุระดับความกึ่งสุกกึ่งเดือดของบะหมี่นั้นก็ทำให้เราได้รู้ถึงเลเวลที่เฟิร์สต้องการอยากจะ represent ได้อย่างไม่หลอกลวงบริโภค เป็นความชิวล์ที่ไม่เน้นพิธีรีตรอง และก็ไม่เน้นการ hype ให้คาดหวังจนเกินไปเช่นกัน เป็นความบ้านๆไม่สมบูรณ์แบบ แต่มี potential มากพอที่จะโบยบินอย่างสร้างสรรค์และน่าคล้อยตามอย่างน่าเชื่อถือด้วยอุดมการณ์ที่อยากรันวงการให้มีคุณภาพ
-คะแนนที่จะให้ต่อไปนี้ในแบบที่ขอกั๊กไว้เพื่อให้เพิ่มพลังงานทางศักยภาพ และความกล้าออกจากเซฟโซน ด้วยความเป็นออเดิร์ฟของงานชุดนี้คงต้องใช้เวลาต้มให้มากกว่านี้เพื่อความเดือดที่คลาสสิคสาแก่ใจจริงๆ
Give 7/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา