Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ดร.น้ำใจคุยกับพ่อ
•
ติดตาม
13 พ.ย. 2025 เวลา 03:41 • สิ่งแวดล้อม
วัดคงษา
ความเงียบเล็ก ๆ ระหว่างการถกเถียง : พื้นที่ปลอดภัยของความเข้าใจ
ตอนที่ 6/12 Blockdit Series: บันทึกที่คุยกับเพื่อนบนเฟซบุ๊ก วันที่น้ำเต็มทุ่ง
ในเช้าวันที่หกของการอ่าน–ตอบคอมเมนต์เกี่ยวกับเรื่องน้ำ พี่ป้อมพบสิ่งหนึ่งที่เริ่ม “ปรากฏชัด” ขึ้นมา…
ไม่ใช่ข้อมูล ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ไม่ใช่โมเดลการบริหารน้ำ
แต่คือ ความเงียบในใจหลังอ่านแต่ละข้อความ
บางคอมเมนต์อ่านแล้วรู้สึกอุ่นใจ
บางคอมเมนต์อ่านแล้วต้องวางโทรศัพท์ลง หายใจลึก ๆ
บางคอมเมนต์ทำให้เห็นว่า ผู้เขียนไม่ได้โต้แย้งเรื่องน้ำ แต่กำลัง “พูดแทนประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง”
และนั่นทำให้พี่ป้อมต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า—
“เราไม่ได้คุยกับข้อมูล เรากำลังคุยกับคน”
(1) คนจำนวนมาก เข้ามาพร้อมประสบการณ์น้ำท่วมของตัวเอง
เมื่ออ่านคอมเมนต์ของคุณผู้หญิงท่านหนึ่งที่เล่าว่า “ฉันเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง บ้านติดคลอง อยู่ใต้น้ำตั้งแต่ปล่อยน้ำครั้งแรก”
พี่ป้อมรู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่คำถามทางเทคนิค
แต่เป็นเสียงของคนที่ต้องการให้ “ใครสักคน” อธิบายด้วยความเคารพ ว่าทำไมสถานการณ์จึงเป็นแบบนั้น
พี่ป้อมจึงตอบด้วยวิธีที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น:
ไม่เอ่ยชื่อหน่วยงานที่อาจถูกเข้าใจผิด
ไม่กล่าวโทษ
ไม่แก้ตัวแทนใคร
อธิบายหลักการบริหารน้ำแบบ Upstream–Midstream–Downstream อย่างเป็นกลาง และตรงไปตรงมา
บอกข้อจำกัดเชิงระบบ โดยไม่ทำให้ดูเหมือน “ปัดความรับผิดชอบ”
เพราะในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่คนต้องการไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็น “คำอธิบายที่เชื่อถือได้”
(2) การตอบช้า…ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะต้องใช้ใจพิจารณา
หลายครั้งพี่ป้อมอ่านคอมเมนต์แล้ว “ยังไม่ตอบทันที”
เพราะต้องไตร่ตรองก่อนว่า คำตอบจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นจริงหรือไม่
จะไปกระทบใครโดยไม่จำเป็นไหม
ผู้ถามกำลังร้อนใจ หรือกำลังมองหาความรู้
หรือกำลังมองหาคนรับฟังเฉย ๆ
สิ่งที่พี่ป้อมได้เรียนรู้คือ—
การตอบคอมเมนต์ที่ดี ต้องเคารพทั้งข้อมูล และหัวใจของคนอ่าน
(3) พี่ป้อมพยายามรักษาบรรยากาศให้ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย
การจัดการน้ำเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานหลายแห่ง
มีกฎหมายเกี่ยวข้องหลายฉบับ
และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับนโยบาย
ถ้าตอบโดยเอ่ยชื่อหน่วยงานตรง ๆ
หรือตอบด้วยอารมณ์
บรรยากาศทั้งหมดอาจ “แตก” ทันที
พี่ป้อมจึงเลือกวิธีแบบนี้:
ใช้หลักวิชาการอธิบาย
ใช้ภาษาง่าย
ไม่ตัดสินใคร
ไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกถูกตำหนิ
ไม่ทำให้หน่วยงานใดรู้สึกว่าโดนกล่าวหาในที่สาธารณะ
และที่สำคัญที่สุด— ให้เกียรติคนที่ตั้งคำถามเสมอ
(4) ความรู้ทางเทคนิคสำคัญ แต่ความไว้ใจสำคัญกว่า
พี่ป้อมพบว่า หลายคนไม่ต้องการ “คำตอบที่ถูกต้องที่สุด”
แต่ต้องการคำตอบที่ “ไม่ทำให้เขารู้สึกถูกทิ้ง”
พี่ป้อมจึงใช้สไตล์การเขียนที่ให้ทั้งสามอย่างพร้อมกัน:
ความรู้
ความจริง
ความเป็นมนุษย์
เพราะถ้าขาดข้อหนึ่งข้อใด การสื่อสารเรื่องน้ำจะกลายเป็นการโต้เถียง ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
(5) ทุกคนบนเฟซบุ๊กคือเพื่อนใหม่ที่อาจกลายเป็นเพื่อนระยะยาวได้
ในบางคอมเมนต์ พี่ป้อมเขียนไว้ว่า
“เมื่อสถานการณ์นี้ผ่านไปแล้ว เรามาคุยกันอีกนะครับ เราจะเป็นเพื่อนกันได้แน่นอนครับ”
พี่ป้อมหมายความตามนั้นจริง ๆ
เพราะความรู้เรื่องน้ำคือสิ่งที่ต้องสื่อสารระยะยาว
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคน คือสิ่งที่ช่วยให้ข้อมูลเหล่านั้น “เดินทางไปถึงใจคน” ได้จริง
สรุปของตอนที่ 6
ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องข้อมูลน้ำ แต่เป็นเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน”
เป็นวันที่พี่ป้อมได้รู้ว่า
การบริหารน้ำในโลกจริงไม่ได้มีแค่เขื่อน ฝาย หรือค่าระบาย
แต่ยังมี “ความรู้สึกของผู้คน” ที่ต้องบริหารไปพร้อมกัน
และในพื้นที่ความเงียบระหว่างการโต้แย้งนั้นเอง
พี่ป้อมเห็นความงดงามของมนุษย์ทุกคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยน…
เราทุกคนล้วนพยายามเข้าใจโลกใบเดียวกัน เพียงแต่มองจากคนละมุมเท่านั้นเอง
สังคม
ปรัชญา
วิทยาศาสตร์
บันทึก
1
4
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บันทึกคุยกับเพื่อนใหม่–เพื่อนเก่าในวันที่น้ำเต็มทุ่ง 10–12 พ.ย. 2568
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย