8 ธ.ค. 2025 เวลา 00:30 • หนังสือ

ขณะอ่านพระธรรมสดุดี บทที่ 139

ผมได้รับการหนุนใจอย่างมาก
เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของพระเจ้า
โดยเฉพาะเรื่องการทรงสถิตของพระองค์
.
กษัตริย์ดาวิด ผู้เขียนพระธรรมสดุดีตอนนี้
บรรยายความรู้สึกออกมาอย่างหลากหลาย
ทั้งตั้งคำถาม ยอมจำนนและอัศจรรย์ใจด้วย
.
ดาวิดเขียนว่า .. ข้าพระองค์จะไปไหน
ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้ ?
หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหน
ให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ ?
(สดุดี 139 : 7 | THSV11)
.
เราไม่อาจรู้ได้ว่า .. ดาวิดกำลังรู้สึกอะไร ?
และทำไมเขาต้องคิดจากซ่อนตัวจากพระเจ้า
.
แต่ดาวิดใคร่ครวญถึงความน่าจะเป็น
ในทุกทางและถ่ายทอดออกมาในข้อ 8 – 9
ว่าแม้ตัวเขาจะอยู่ในสวรรค์ , แดนคนตาย
หรือสุดขอบโลกฝั่งตะวันออกและตะวันตก
ก็ไม่สามารถจะหนีให้พ้นการทรงสถิต
ของพระเจ้าผู้ทรงอยู่ทุกหนทุกแห่งได้
.
ทำให้ผมได้กลับมาถามตัวเองอีกครั้ง
ว่าเชื่อมั่นในการทรงสถิตของพระเจ้า
มากแค่ไหน ? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในช่วงที่ยากลำบากของชีวิต
.
“สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็ไม่มืด
กลางคืนก็สว่างอย่างกลางวัน
ความมืดเป็นอย่างความสว่าง”
(สดุดี 139 : 12)
.
แม้ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด
ก็สามารถกลับกลายเป็นสว่างได้
ถ้าเราเชื่อและมั่นใจว่าพระเจ้าอยู่กับเรา
.
มีบทเพลงหนึ่ง ที่โบสถ์มักร้องกันประจำว่า
‘เพราะพระองค์ทรงอยู่ ข้าเผชิญพรุ่งนี้ได้
เพราะพระองค์ทรงอยู่ ความกลัวหายไป’
.
พระเจ้าทรงเป็นทั้งผู้นำทางและผู้ปกป้อง
ไม่มีอะไรที่ทำให้เรามั่นใจได้มากไปกว่านี้
.
” พระหัตถ์ของพระองค์จะจูงข้าพระองค์
และพระหัตถ์ขวาของพระองค์
จะฉวยข้าพระองค์ไว้ ” (สดุดี 139:10)
.
ถ้าเราหลงทาง พระเจ้าจะทรงจูงมือเรา
ถ้าเราพลั้งพลาด พระเจ้าจะทรงฉวยเราไว้
ให้เราอธิษฐานกับพระเจ้าในวันนี้
และบอกกับพระองค์ว่า ..
เราขอเชื่อและไว้วางใจ
ในการทรงสถิตของพระองค์
เรารู้ว่า .. สามารถเผชิญทุกสิ่งได้
โดยพระองค์ ผู้ทรงนำทางเราเสมอ
เพราะพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ทุกหนทุกแห่ง
.
#ด้วยรักในพระคริสต์
โฆษณา