15 พ.ย. 2025 เวลา 04:35 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

ควอริตช์ จะต่อสู้กับตัวตนนาวีและความเป็นมนุษย์ในตัวเอง ในสองภาพใหม่จาก “Avatar: Fire and Ash”

ขณะที่เรื่องราวฉากหลังของแฟรนไชส์ “Avatar” จะว่าด้วยการรุกรานของมนุษย์ และต่อสู้ของชนพื้นเมืองบนดาวเคราะห์ต่างดาวที่ไกลโพ้นจากโลก ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเอกที่ตัดสินใจ “เข้าร่วม” วัฒนธรรมพื้นเมืองที่เรียนรู้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ แต่สิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นใน “Avatar: The Way of Water” เมื่อตัวร้ายที่น่าจะสิ้นชีพไปแล้ว กลับมาอวตารใหม่ในรูปลักษณ์ของอดีตศัตรู ซึ่งภาคใหม่ อาจทำหน้าที่สำรวจมิติตัวละครนี้ให้ลึกขึ้นไปอีก
โดยจากคอลัมน์ The Path to Pandora ของนิตยสาร Empire ของเดือนธันวาคม ซึ่งทำการเผยความคืบหน้าของ “Avatar: Fire and Ash” ก็ได้เผยสองภาพใหม่ ซึ่งเผยให้เห็นตัวละครหลักอย่าง เจค ซัลลี ซึ่งรับบทโดย แซม เวิร์ธทิงตัน และ ควอริตช์ ซึ่งรับบทโดย สตีเฟน แลง ในอิริยาบถที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้านนึงคืออดีตมนุษย์ชาวนาวีที่สะบักสะบอม อีกฝ่ายคือมนุษย์ที่อวตารมาใหม่ในฐานะรีคอมบิแนนท์ ที่ถือมีดเตรียมพร้อมสู้
ซึ่งถึงแม้สองตัวละครดังกล่าว จะห้ำหั่นล้างบางตามล่ากันมาตลอดสองเรื่อง แต่สำหรับใน “Avatar: Fire and Ash” อาจกลายเป็นจุดพลิกผันที่น่าสนใจสำหรับตัวละครอย่าง ควอริตช์ ที่การมีอยู่ของลูกชายแท้ ๆ ในร่างมนุษย์อย่าง สไปเดอร์ อาจเป็นแรงขับดันสำคัญบางอย่าง รวมถึงเป็นการค้นหามิติตัวตนของตัวเองจากการมีจิตวิญญาณอยู่ในร่างของชาวนาวี
“ควอริตช์กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตตัวตน เพราะความสนใจในตัวลูกชายแท้ ๆ ที่อยู่รูปลักษณ์ดั้งเดิมของเขา กลายเป็นสิ่งที่ผลักให้เขาพยายามค้นหาว่า ‘ชั้นได้กลายเป็นคนใหม่อย่างสิ้นเชิงหรือเปล่า? หรือชั้นถูกผูกมัดโดยกฎเกณฑ์และพฤติกรรมของตัวบุคคล ที่ชั้นถูกปลูกถ่ายซึ่งบุคลิกภาพและความทรงจำหรือไม่?’ มันกลายเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในเชิงปรัชญาสำหรับเขาโดยแท้”
“และในจุดไหน ที่เขาจะได้ข้ามเส้นนั้น จนตระหนักได้ว่า หรือเขาอาจมีความเป็นนาวีมากกว่าความเป็นมนุษย์?” เจมส์ คาเมรอน กล่าว
ทั้งนี้ แม้รูปการณ์อาจดูเป็นไปตามแนวทางอันคลาสสิคของ คาเมรอน ที่อาจดึงขนบจากแฟรนไชส์ “Terminator” อันลือลั่นมาใช้ ที่ตัวร้ายสุดโหดโคตรทรหด จะผันตัวกลายเป็นฝ่ายดีที่ช่วยเหลือตัวเอกในท้ายที่สุด
ซึ่งถึงแม้ คาเมรอน จะปิดปากเงียบไว้ก็ตาม แต่ก็เปรยว่า การค้นหาเชิงจิตวิญญาณของควอริตช์ จะมีบทบาทสำคัญใน“Avatar: Fire and Ash” และถึงขั้นที่ เจค อาจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่การพลิกผันทางตัวละครที่เรียบง่าย เพราะมันอาจแลกด้วยเลือดและความบอบช้ำทางกายภาพ จากที่ต่างฝ่ายพยายามเอาชีวิตมาจากหนังสองภาคก่อนหน้านี้
“เขาอาจเชื่อมโยง เชื่อมต่อกับเอวา เพราะเจคอยากให้เขาทำ ผมไม่อยากบอกว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง แต่เราจะรอดูว่ามันจะลงเอยอย่างไร เพราะเจคคงอยากมีหมอนี้อยู่ข้างกาย ซึ่งมันคงน่าเบื่อมาก ที่จะมีแค่สองตัวละครนี้ พยายามฆ่ากันมาตลอดหนังทั้งสามเรื่อง เรื่องราวมันเลยอาจจะซับซ้อนขึ้นไปอีก”
“เพราะจิตวิญญาณของควอริตช์ จะมีบทบาทอย่างมากในหนังภาคนี้” คาเมรอน กล่าวทิ้งท้าย
“Avatar: Fire and Ash” กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน ด้วยบทที่เขียนร่วมกับ จอช ฟรีดแมน, ริค แจฟฟา, อแมนดา ซิลเวอร์ และ เชน ซาเลอร์โน นำแสดงโดย แซม เวิร์ธทิงตัน, โซอี้ ซัลดาญ่า, ซีเกอร์นีย์ วีเวอร์, สตีเฟ่น แลง, จิโอวานนี ริบิซิ, เคท วินสเลต, คลิฟฟ์ เคอร์ติส, โจเอล เดวิด มัวร์, ซีซีเอช พาวเดอร์, อีดี้ ฟาลโก้, แบรนเดน โคเวลล์, เจอเมน คลีเมนต์, บริเตน ดาลตัน, แจ็ค แชมเปี้ยน, ทรินิตี้ โจ-ลี บลิส, เบลีย์ บาส, ดิลีป ราโอ และ แมตต์ เจรัลด์ สมทบด้วยนักแสดงชุดใหม่อย่าง เดวิด ธิวลิส และ โอนา แชปลิน
“Avatar: Fire and Ash” มีกำหนดฉาย 17 ธันวาคม 2025
โฆษณา