15 พ.ย. 2025 เวลา 11:58 • สุขภาพ

วิกฤต มะเร็ง ในประเทศไทย

ในปัจจุบันมีคนไทยที่เป็นมะเร็งและอยู่ระหว่างการรักษาประมาณ 500,000 คน ซึ่งหมายความว่าประชากรจำนวนมากกำลังต่อสู้กับโรคร้ายที่ต้องอาศัยทั้งการรักษาทางการแพทย์และการดูแลตนเองในชีวิตประจำวันอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่อง อาหารการกิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา
สารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) คืออะไร
อะฟลาทอกซินเป็น สารพิษจากเชื้อรา กลุ่ม Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus ที่มักปนเปื้อนอยู่ในอาหารแห้ง ที่สำคัญเช่น พริกแห้ง, พริกป่น, ถั่วลิสง, ธัญพืช ฯลฯ
ในบริบทของอาหารไทย “พริกแห้งและพริกป่น” เป็นส่วนประกอบแทบทุกเมนู ตั้งแต่ต้ม ผัด แกง ยันน้ำจิ้ม ซึ่งการตรวจสอบในตลาดประเทศไทยพบว่า พริกแห้งและพริกป่นที่จำหน่ายจากตลาด มีการปนเปื้อนอะฟลาทอกซินเกือบ 100% — การรับเป็นเวลานานจะสะสมในร่างกาย
ผลกระทบของอะฟลาทอกซินต่อผู้ป่วยมะเร็ง
อะฟลาทอกซินเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen) ระดับสูง โดยเฉพาะมะเร็งตับ ซึ่งได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม สารก่อมะเร็งชนิดที่ 1 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO)
ในผู้ที่กำลังรักษามะเร็งอยู่ —
ร่างกายจะอยู่ในภาวะอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันลดลง
ตับและไตต้องทำงานหนักจากการรับยาเคมีบำบัด
การได้รับอะฟลาทอกซินเพิ่มเข้าไปจะยิ่งเพิ่มภาระให้ตับ ทำให้ การขับสารพิษและการเผาผลาญยาได้ผลลดลง
ส่งผลให้ ประสิทธิภาพของการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร และเร่งให้เกิดการกลับเป็นซ้ำของเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น
คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงสารอะฟลาทอกซิน
1. เลือกซื้อพริกแห้งและพริกป่นจากแหล่งที่เชื่อถือได้
2. ตรวจสอบแหล่งผลิตพริกปลอดสารอะฟลาทอกซิน
สรุป:
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนอะฟลาทอกซินโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะพริกแห้งและพริกป่น เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารก่อมะเร็งเพิ่มอีก และเพื่อช่วยให้การรักษาได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ติดต่อสอบถามขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์
โทรศัพท์ 085-444-9009, 061-969-9145
LINE ID : 0854441100
โฆษณา