Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ฟุ้งไปเรื่อย
•
ติดตาม
17 พ.ย. 2025 เวลา 13:51 • หนังสือ
กลั่นอรรถ กรองอักษร (3)
ความผิดบาปอันหอมหวานใน ‘กระเรียนพันตัว’ ของ คาวาบาตะ ยาสึนาริ
เห็นคนพูดถึงหนังสือเรื่องนี้ผ่านตาใน X ซื้อมาแล้วถึงเพิ่งทราบจากหน้าปกว่าผู้เขียนเป็นนักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมจากเรื่อง ‘เมืองหิมะ’ (มีแปลไทย) และเป็นนักเขียนญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
กระเรียนพันตัวเป็นเรื่องราวการต่อสู้กับสำนึกผิดชอบชั่วดีของ มิตานิ คิกูจิ ที่พลั้งเผลอไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณนายโอตะ อดีตบ้านเล็กของพ่อตัวเอง แล้วลุ่มหลงอิตถีเพศอ่อนหวานนุ่มนวลของคุณนายจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะหมายปองอินามูระ ยูกิโกะ ลูกสาวคหบดีที่ชิกาโกะ...อดีตผู้หญิงอีกคนของพ่อ...จัดแจงให้ดูตัวกันผ่านพิธีชงชา แต่เขาก็ตัดใจจากคุณนายโอตะไม่ได้เลย
คาวาบาตะ ยาสึนาริ เขียนนิยายเรื่องนี้ในรูปแบบนิยายตอนสั้นลงในนิตยสารระหว่างปี 1949-1953 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดไม่กี่ปี สอดคล้องกับช่วงเวลาในเนื้อเรื่อง บางช่วงบางตอนยังย้อนความไปถึงช่วงก่อนสงครามที่พ่อของคิกูจิมีสัมพันธ์กับชิกาโกะ และช่วงระหว่างสงครามที่พ่อตัดสัมพันธ์กับชิกาโกะ ไปมีสัมพันธ์กับคุณนายโอตะ ภรรยาม่ายของสหายน้ำชาผู้ล่วงลับแทน
ผู้เขียนผูกเรื่องโดยใช้พิธีชงชาเป็นแกนกลาง ตัวละครสำคัญในเรื่องล้วนมาเกี่ยวข้องกันและมีความสัมพันธ์ต้องห้ามอันซับซ้อนเพราะพิธีชงชาทั้งสิ้น พิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ควรชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์กลับกลายเป็นสื่อชักนำตัณหาราคะ แม้กระทั่งอุปกรณ์ชงชาอายุหลายร้อยปีที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นยังกลายเป็นสัญลักษณ์ย้ำเตือนให้นึกถึงกามกิเลสอันดำมืด
บทแรกของนิยายใช้ชื่อว่ากระเรียนพันตัว จากลวดลายห่อผ้าที่ยูกิโกะถือในตอนต้นเรื่อง เป็นภาพที่คิกูจิเฝ้าคิดถึงซ้ำๆ ในเวลาต่อมา ทั้งกระเรียนพันตัวที่สื่อถึงความหวังอันแรงกล้าและตัวยูกิโกะที่บริสุทธิ์สดใสล้วนสื่อถึงความปรารถนาของคิกูจิที่จะดึงตัวเองให้หลุดพ้นจากความสัมพันธ์อันผิดบาป ไปมีชีวิตคู่ในแสงสว่างอย่างที่ถูกที่ควร
รีวิวต่อจากนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วนในนิยาย
.
.
.
.
.
คิกูจิได้รู้ว่าพ่อมีบ้านเล็กตั้งแต่อายุได้ 9-10 ขวบ จากที่วันหนึ่งตามพ่อไปบ้านชิกาโกะ แล้วเห็นหล่อนเปิดหน้าอกใช้กรรไกรเล็มขนจากปานดำขนาดฝ่ามือที่ปกคลุมครึ่งหนึ่งของเต้านมซ้าย รอยปานนี้ติดตาคิกูจิเรื่อยมา และแม้จะรู้สึกรังเกียจชิกาโกะ แต่เขากลับนึกถึงรอยปานของหล่อนขึ้นมาเสมอแม้กระทั่งโตเป็นหนุ่มและพ่อได้จากไปแล้ว
ภายหลังพ่อของคิกูจิไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณนายโอตะที่ได้คุ้นเคยกันเพราะเข้าไปช่วยเป็นธุระจัดการชุดชงชาให้หลังจากโอตะซึ่งเป็นสหายน้ำชาของตัวเองตายไป คุณนายโอตะน่าจะมีคุณสมบัติที่ต้องใจผู้ชายญี่ปุ่นยุคนั้นทุกประการ หัวไหล่กลมกลึง หน้ากลม ปากนิดจมูกหน่อย อุปนิสัยอ่อนแอเป็นช้างเท้าหลัง ทำให้ผู้ชายรู้สึกเหมือนมีทาสสยบอยู่แทบเท้า คุณนายเป็น ‘คนไม่เอาไหน’ ที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ฟูมิโกะ ลูกสาวที่อายุอ่อนกว่าคิกูจิไม่กี่ปีจึงต้องคอยดูแลแม่นับแต่โอตะตาย
ตัวละครหลักเกือบทุกตัวในเรื่องอยู่ในวังวนแห่งตัณหาและการยึดติด ชิกาโกะผู้มีรูปลักษณ์ค่อนไปทางผู้ชายและมีตำหนิบนร่างกายริษยาเคียดแค้นคุณนายโอตะที่ได้ครอบครองหัวใจพ่อของคิกูจิ คุณนายโอตะก็ยึดติดกับพ่อของคิกูจิ เมื่อได้มาเจอคิกูจิอีกครั้งสี่ปีให้หลังนับแต่งานศพพ่อ เห็นเขาเติบโตเป็นหนุ่มเต็มตัวอายุใกล้สามสิบ คุณนายโอตะจึงอดใจเข้าไปพูดคุยไม่ได้ และเพราะเสน่ห์ของคุณนาย การพูดคุยเพียงครู่สั้นๆ หลังพิธีชงชาจึงพาทั้งคู่ไปจบที่โรงแรม
ตัวคิกูจิเอง แม้ในวัยเด็กรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการมีบ้านเล็กของพ่อและรู้สึกเห็นอกเห็นใจแม่ แต่พอโตเป็นหนุ่มก็ตกอยู่ในบ่วงราคะไม่ต่างจากพ่อ เขาลุ่มหลงคุณนายโอตะทั้งที่รู้ว่าไม่ถูกไม่ควร จนภายหลังคุณนายโอตะฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกผิดบาปที่เข้ามาเป็นอุปสรรคในการดูตัวของเขากับยูกิโกะ คิกูจิก็เบนเป้าความลุ่มหลงนั้นไปหาฟูมิโกะ ลูกสาวของคุณนายโอตะแทน ไม่ต่างจากที่คุณนายโอตะเคยใช้เขาเป็นตัวแทนของพ่อ
มาพูดถึงสัญลักษณ์ในเรื่องกันบ้าง พิธีชงชาอันศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องหมายของความผิดศีลธรรม หลังพิธีชงชา การกระทำผิดบาปของตัวละครมักตามมาเสมอ ในขณะที่หลังจากคิกูจิแต่งงานกับยูกิโกะแล้วไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ริมทะเล เรือนพักมีห้องชงชาหลายห้อง แต่เขากลับปฏิเสธไม่ชงชาในระหว่างนั้นแม้แต่ครั้งเดียว เหมือนขยาดกลัวพิธีชงชาไปแล้ว
เช่นเดียวกับอุปกรณ์เครื่องใช้ในพิธีที่ตกทอดมาร้อยปี ควรให้ความรู้สึกสูงส่งขรึมขลัง แต่กลับกลายเป็นเครื่องย้ำเตือนให้หวนระลึกถึงการกระทำผิดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งพ่อและคุณนายโอตะ จนนำไปสู่การทำลายหรือขายอุปกรณ์บางชิ้นไปในที่สุด
ส่วนกระเรียนพันตัวที่เป็นชื่อหนังสือนั้น มาจากชื่อบทแรก เพราะครั้งแรกที่คิกูจิได้เห็นยูกิโกะ เธอกำลังถือห่อผ้าลายกระเรียนพันตัวมุ่งหน้าไปร่วมพิธีชงชาที่ชิกาโกะจัด ทั้งนกกระเรียนพันตัวและยูกิโกะที่เหมือนเปล่งประกายตลอดเวลาเปรียบได้ดังแสงสว่างแห่งความหวังที่คิกูจิคิดว่าจะพาตัวเองออกจากหลุมมืดแห่งบาปได้ แต่ความหอมหวานของตัณหาราคะเป็นอุปสรรคขวางกั้นไม่ให้เขาก้าวออกจากหลุมไปสู่แสงสว่างได้เสียที
แม้กระเรียนพันตัวจะเป็นชื่อหนังสือและพิธีชงชาถูกใช้เป็นแกนกลางเรื่อง แต่ส่วนตัวเราคิดว่าสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของเรื่องคือรอยปานดำบนเต้านมของชิกาโกะ เพราะมันถูกสื่อในเชิงเป็นสิ่งอัปลักษณ์น่ารังเกียจที่ทำให้ชิกาโกะแต่งงานไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันกลับเย้ายวนติดตา ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ผิดบาปที่ชวนเสพติดในเรื่องเลย
คิกูจินึกถึงรอยปานนั้นขึ้นมาบ่อยครั้ง หลายครั้งหลายครายังจินตนาการว่าพ่อได้เคยบีบจับหรือกัดทึ้ง แม้เขาคิดว่าชิกาโกะเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจและพยายามหลุดพ้นจากการครอบงำของหล่อน ถึงขั้นขายบ้านเก่าทิ้ง ขายอุปกรณ์ชงชาที่ชิกาโกะได้มาจากพ่อแล้วเอาเงินไปให้หล่อนเพื่อตัดสัมพันธ์ ให้ตัวเองสามารถก้าวต่อไปและมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาตามพฤตินัยกับยูกิโกะสำเร็จ แต่สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่ชิกาโกะยังก้าวเข้าบ้านใหม่ของคิกูจิกับภรรยาอย่างถือวิสาสะอยู่ดี
หากไม่นับคุณนายโอตะที่ชิงตายไปก่อน ส่วนตัวเราคิดว่าอีกคนที่หลุดพ้นจากความวุ่นวายนี้ได้แล้วคือฟูมิโกะ เพราะหลังจากพลั้งพลาดหลับนอนกับคิกูจิ เธอก็หนีเขาไปและออกเดินทางไกลเพื่อหาคำตอบ/ทางออกให้ชีวิต ซึ่งคนเข้มแข็งเป็นที่พึ่งให้แม่มาตั้งแต่เด็กอย่างเธอก็เหมือนจะเป็นอิสระจากอดีตที่ผูกรั้งได้จริงๆ
เนื้อเรื่องทั้งหมดมี 8 บท หากอ่านแยกกัน แต่ละบทจบแบบปลายเปิด เมื่ออ่านต่อเนื่องกันจะเห็นพัฒนาการของคิกูจิ เริ่มจากได้ลิ้มรสผลไม้ต้องห้าม ถลำลึกและรู้สึกผิดไปพร้อมกัน ไปสู่ความพยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ครรลองที่ถูกต้องโดยใช้ความสว่างสดใสของยูกิโกะช่วยประคับประคองนำทาง
ระหว่างนั้นชิกาโกะมีบทบาทและอิทธิพลเหนือคิกูจิตลอดเวลา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และคิกูจิก็นึกถึงรอยปานของชิกาโกะอยู่เนืองๆ จนเรานึกสงสัยว่าอ่านไปเรื่อยๆ คิกูจิจะไปถึงจุดที่มีความสัมพันธ์ต้องห้ามกับชิกาโกะด้วยหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นคิกูจิจะหลุดพ้นเสียทีหรือจะดำดิ่งยิ่งกว่าเดิม?
.
.
.
.
.
น่าเสียดายที่นิยายไม่มีคำตอบให้ว่าท้ายที่สุดแล้วคิกูจิสามารถปลดปล่อยตัวเองจากความผิดบาป หลุดพ้นจากตัณหาดำมืด และใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขได้หรือไม่ เพราะตอนจบเป็นแบบปลายเปิดที่ผู้อ่านอย่างเราๆ ต้องคิดหาความเป็นไปได้เอง ความจริงแล้วคาวาบาตะเขียนตอนต่ออีกสองบท และมีแผนจะเขียนตอนต่อเพิ่มเติมอีก แต่ทำสมุดบันทึกที่ใช้จดวัตถุดิบในการเขียนหาย ฉบับรวมเล่มจึงมีให้เราอ่านแค่นี้
แต่ถึงอย่างนั้นกระเรียนพันตัวก็ยังทำหน้าที่วรรณกรรมที่ดีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งในด้านให้อรรถและด้านชวนคิด ขอเพียงเราอ่านด้วยใจที่เปิดกว้าง พร้อมจะเข้าใจบริบทสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่และยุคสมัย ไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นจะถูกเขียนมานานเท่าไหร่ ผู้อ่านอย่างเราก็จะต้องได้อะไรกลับมาเสมอ
หนังสือ
นิยาย
บันทึก
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย