18 พ.ย. 2025 เวลา 23:31 • การตลาด

เมื่อ ‘คิมจองอึน’ เอ่ยชื่อ ‘ประเทศไทย’ สะเทือนเวทีโลก

ประเทศไทยสะเทือนเวทีโลก
Prashya Global
ท่ามกลางความตึงเครียดบนเวทีโลก คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจากคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ทำให้หลายคนต้องหันกลับมามองประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อเขาเอ่ยชื่อ “ประเทศไทย” อย่างชัดเจนบนเวทีที่มหาอำนาจทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย กำลังจับตามอง
ทำไมประเทศที่ดูเหมือนห่างไกลและไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันโดยตรงอย่างไทย จึงมีความสำคัญในสายตาของผู้นำประเทศที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก? คำตอบนั้นซับซ้อนและน่าประหลาดใจกว่าที่หลายคนเคยรับรู้ บทความนี้จะเปิดเผย 5 เรื่องจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเกาหลีเหนือ ซึ่งจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อตำแหน่งของประเทศไทยบนกระดานโลกไปตลอดกาล
1. ไม่ใช่เพื่อนใหม่ แต่เป็นความสัมพันธ์ลับๆ เกือบ 50 ปี
หลายคนอาจคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเกาหลีเหนือเป็นเรื่องใหม่ แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองชาติได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันอย่างเงียบๆ มาตั้งแต่ปี 1975 ในช่วงเวลาที่โลกยังคงถูกแบ่งแยกด้วยม่านเหล็กแห่งสงครามเย็น
การตัดสินใจครั้งนั้นสะท้อนถึง DNA ทางการทูตของไทยอย่างแท้จริง: การสร้างสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ที่มองข้ามขั้วอุดมการณ์ เพื่อให้มีช่องทางเปิดไว้เสมอในโลกที่ไม่แน่นอน ในขณะเดียวกันก็เป็นความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะหาทางออกจากความโดดเดี่ยว แม้ความสัมพันธ์นี้จะไม่เคยปรากฏเป็นข่าวใหญ่ แต่ทั้งสองประเทศได้รักษาช่องทางการติดต่อสื่อสารผ่านสถานทูตมาอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยขาดหายไป
ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งในบทบาทที่ซับซ้อนที่สุดและไม่ค่อยมีใครพูดถึง คือการที่ไทยกลายเป็น ‘จุดพัก’ สำคัญของผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือที่หลบหนีออกจากประเทศ ไทยไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดประตูให้พวกเขาเดินทางต่อไปยังเกาหลีใต้หรือประเทศที่สาม บทบาทด้านมนุษยธรรมนี้เองที่ทำให้ไทยต้องเดินบนเส้นลวดทางการทูตที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ พันธมิตรทางเศรษฐกิจอย่างเกาหลีใต้ และภาระผูกพันต่อประชาคมโลก
2. ข้าวไทยไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือ ‘สัญลักษณ์แห่งการอยู่รอด’
ในช่วงทศวรรษ 1990 เกาหลีเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตความอดอยากครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ อันเนื่องมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำลายพื้นที่เพาะปลูกจนพังพินาศ ผู้คนหลายแสนคนต้องเสียชีวิต ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดนั้นเอง “ข้าวไทย” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างเงียบๆ
แม้การช่วยเหลือส่วนใหญ่จะไม่ได้มาจากรัฐบาลไทยโดยตรง แต่ผ่านองค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชน ข้าวไทยได้กลายเป็นอาหารหลักที่ถูกส่งเข้าไปบรรเทาทุกข์และช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก สำหรับชาวเกาหลีเหนือจำนวนไม่น้อย ข้าวไทยจึงไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่เป็นความช่วยเหลือที่จับต้องได้ และเป็นความทรงจำที่เชื่อมโยงกับการรอดชีวิตจากความอดอยาก นี่คือเหตุผลที่คำพูดของคิมจองอึนมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่หลายคนคาดคิด
“ข้าวจากไทยช่วยชีวิตคนเกาหลีเหนือ”
คำกล่าวนี้นับเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง เพื่อบอกให้โลกรู้ว่าประเทศเล็กๆ อย่างไทยก็สามารถสร้างอิทธิพลด้านมนุษยธรรมได้อย่างคาดไม่ถึง
3. กรุงเทพฯ คือ ‘ศูนย์กลางลับ’ ของเศรษฐกิจเงียบ
ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดในโลก หลายคนอาจคิดว่าเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แต่ในความเป็นจริง มี "เศรษฐกิจเงียบ" ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และกรุงเทพมหานครคือหนึ่งในศูนย์กลางที่สำคัญของเครือข่ายนี้
แม้ว่ามูลค่าการค้าอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับเกาหลีเหนือจะไม่สูงเท่าจีนหรือรัสเซีย แต่ความสำคัญของไทยอยู่ที่บทบาทในการเป็น "จุดพัก" หรือ "จุดเปลี่ยนถ่าย" สินค้า เพื่อลำเลียงต่อไปยังเกาหลีเหนืออย่างแนบเนียนผ่านประเทศที่สาม
นอกจากนี้ รายงานจากองค์กรระหว่างประเทศหลายฉบับยังชี้ว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่นักการทูตและนักธุรกิจเกาหลีเหนือใช้เป็นศูนย์กลางในการติดต่อกับโลกภายนอก ทั้งผ่านบริษัทตัวแทนที่จัดตั้งขึ้นบังหน้า หรือใช้เป็นสถานที่เจรจาลับ บทบาทที่ซ่อนอยู่นี้ทำให้ไทยมีความสำคัญในสายตาของเกาหลีเหนือมากกว่าแค่คู่ค้าธรรมดา
แต่เป็น ‘วาล์วนิรภัย’ (safety valve) ทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและหาได้ยากในระบบที่ถูกปิดล้อม และบทบาทในฐานะผู้อำนวยความสะดวกทางเศรษฐกิจที่เงียบเชียบนี้เอง คือสิ่งที่ยกระดับไทยจากแค่จุดยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ให้กลายเป็น ‘ตัวแปร’ ที่มีบทบาทเชิงรุก
4. ไทยคือ ‘ตัวแปรยุทธศาสตร์’ ในเกมคาบสมุทรเกาหลี
แม้จะอยู่ห่างจากคาบสมุทรเกาหลีหลายพันกิโลเมตร แต่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยกลับมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและพลังงานที่สำคัญของโลก หากเกิดความตึงเครียดรุนแรงในภูมิภาค เส้นทางคมนาคมเหล่านี้จะได้รับผลกระทบทันที
ความพิเศษของไทยอยู่ที่ความสามารถในการรักษาสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง:
• ในด้านหนึ่ง ไทยเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าภาพการซ้อมรบร่วมขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอย่าง Cobra Gold ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่แน่นแฟ้น
• ในอีกด้านหนึ่ง ไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งกับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด และเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
สถานะที่เป็นกลางและสามารถพูดคุยได้กับทุกฝ่ายนี้ ทำให้ไทยกลายเป็นตัวแปรที่มหาอำนาจไม่อาจมองข้ามได้ หากเกิดวิกฤตบนคาบสมุทรเกาหลี ไทยจะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สามารถเป็นได้ทั้งฐานสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ หรือแม้แต่เวทีเจรจาที่เป็นกลาง
5. บททดสอบครั้งใหญ่: เมื่อไทยอาจถูกบีบให้ ‘เลือกข้าง’
ยุทธศาสตร์การทูตแบบ ‘ไผ่ลู่ลม’—ซึ่งหมายถึงความสามารถในการปรับตัวและเอนอ่อนตามทิศทางของมหาอำนาจเพื่อความอยู่รอด—กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดในยุคสมัยใหม่ เมื่อการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความเข้มข้นขึ้น พื้นที่สำหรับ "ความเป็นกลาง" ก็เริ่มแคบลงทุกขณะ
หากเกิดวิกฤตการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีขึ้นจริง ประเทศไทยจะถูกกดดันจากทั้งสองขั้วมหาอำนาจทันที สหรัฐฯ อาจเรียกร้องความร่วมมือทางทหารในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ ในขณะที่จีนอาจใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อยับยั้งไม่ให้ไทยเอนเอียงไปอีกฝ่าย
แม้แต่ความปรารถนาดีในอดีตอย่างการส่งข้าวช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ก็อาจกลายเป็นพันธะทางการทูตที่สร้างความลำบากใจ เพราะมันสร้างความคาดหวังถึงความร่วมมือที่อาจขัดแย้งโดยตรงกับข้อเรียกร้องทางทหารจากอีกฝ่าย ทุกย่างก้าวจะถูกจับตามอง และทุกการตัดสินใจจะกำหนดตำแหน่งของไทยบนเวทีโลกในอนาคต
บทสรุปส่งท้าย
จากการทูตลับๆ เกือบครึ่งศตวรรษ สู่บทบาทด้านมนุษยธรรมผ่านข้าวไทย และการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเงียบ สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกนั้นซับซ้อนและสำคัญกว่าที่ปรากฏในหน้าสื่อกระแสหลัก การที่คิมจองอึนเอ่ยชื่อประเทศไทย ไม่ใช่เพียงคำชมเชยธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าไทยได้ถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมการภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกอย่างเต็มตัว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าไทยมีความสำคัญอย่างไร แต่คือเราพร้อมหรือยังที่จะรับมือกับบทบาทใหม่นี้ เมื่อโลกกำลังจับตามอง ไทยพร้อมหรือยังที่จะก้าวจาก ‘ผู้สังเกตการณ์’ มาเป็น ‘ผู้เล่น’ คนสำคัญบนกระดานนี้?
โฆษณา