19 พ.ย. 2025 เวลา 11:32 • การตลาด

สรุป 10 อินไซต์ พฤติกรรมคนไทย บนโลกออนไลน์ อัปเดตปี 2026 จาก We Are Social

ข้อมูลสำคัญ สำหรับคนทำธุรกิจ ทำการตลาด
1. ประชากรไทยลดลง แต่ยอดผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียกลับเติบโตแบบก้าวกระโดด
เมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ประชากรคนไทยลดลงไปเป็นจำนวน 51,000 คน หรือ -0.07% แต่ยอดผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย เพิ่มขึ้น 7.5 ล้านบัญชี หรือ +15.2%
แม้จำนวนบัญชีจะไม่ได้สะท้อนจำนวนประชากรที่แท้จริง แต่การเพิ่มขึ้นถึง 15.2% ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยกำลังเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ
2. คนไทยโดยเฉลี่ย ใช้เวลาครึ่งวันต่อสัปดาห์ ดูวิดีโอออนไลน์ (ไม่รวม TV Streaming)
วิดีโอออนไลน์ คือประเภทสื่อที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้เวลาด้วยมากที่สุด เฉลี่ยสูงถึง 12 ชั่วโมง 6 นาที ต่อสัปดาห์
แต่ที่น่าสนใจคือ เกม กลายเป็นสื่ออันดับ 2 ที่คนไทยใช้เวลาด้วยมากที่สุด (8 ชม. 53 นาที) มากกว่าการเล่นโซเชียลมีเดียและดูทีวี โดยส่วนใหญ่คนไทยจะเล่นเกมบนมือถือ
นอกจากนี้ คนไทยยังใช้เวลาดูคลิปสั้น เช่น TikTok ถึง 7 ชั่วโมง 22 นาที
แปลว่า ถ้าแบรนด์อยากสื่อสารกับลูกค้า ช่องทางอย่างวิดีโอออนไลน์และเกม ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่สำคัญอีกทาง เพราะมันคือที่ที่คนไทยใช้เวลามากที่สุดตอนนี้
3. ผู้บริโภคคนไทย อยู่ในยุค “Mobile First” เต็มรูปแบบ
1
คนไทย 67.8 ล้านคน (94.7%) เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แล้ว
ซึ่ง 97% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่านมือถือ ขณะที่ 42.1% ใช้ผ่านแล็ปท็อปหรือเดสก์ท็อป
สรุปว่า คนไทยเกือบทุกคนอยู่บนโลกออนไลน์แล้ว และเกือบทั้งหมดเข้าถึงโลกออนไลน์ด้วยมือถือ
ซึ่งถ้ามองในมุมการตลาด แบรนด์ที่ทำคอนเทนต์ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันที่ไม่รองรับมือถือ อาจจะกำลังเสียลูกค้าส่วนใหญ่ไป
4. ChatGPT ติดท็อป 10 เว็บไซต์ที่คนไทยใช้งานมากที่สุด
ข้อมูลจาก SimilarWeb เผยว่า ChatGPT เป็นเว็บไซต์ที่มีคนไทยเข้าใช้งานมาก 40.7 ล้านครั้ง/เดือน หรือมากเป็นอันดับที่ 10 ของการใช้งานเว็บไซต์ในไทย สะท้อนว่า AI เข้าสู่เฟส Mass Adoption ของคนไทยแล้ว
อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือ Pantip ยังคงเป็นแหล่งที่คนไทยเข้าไปหาข้อมูล แม้จะมีโซเชียลมีเดีย
โดย Pantip.com อยู่ในอันดับ 5 ของเว็บไซต์ที่มีการเข้าใช้งาน เป็นรองแค่ Google, YouTube, Facebook และ Shopee เท่านั้น
1
5. ChatGPT แทบจะผูกขาด ลิงก์เว็บไซต์จากการเสิร์ชด้วย AI
1
ChatGPT กวาดส่วนแบ่ง Referral Traffic ไปถึง 84.30% ทิ้งห่างอันดับ 2 เกิน 10 เท่า
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหาข้อมูลในยุคนี้ เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่มี AI เข้ามา ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่คนทำเว็บไซต์บางคนเริ่มกังวล นั่นคือปรากฏการณ์ Zero-click search หรือการที่ AI สรุปคำตอบให้ user โดยที่พวกเขาไม่ต้องคลิกลิงก์ต้นฉบับ
ซึ่งอาจส่งผลต่อ traffic ของเว็บไซต์ จนกระทบรายได้โฆษณา
ดังนั้น โจทย์ของนักการตลาดปี 2026 ต้องเปลี่ยนจากการอัด Keyword มาเป็นการสร้าง Context ให้ชัดเจน เพื่อให้ AI เชื่อถือ และใช้ในการอ้างอิงคำตอบ เพื่อส่ง traffic กลับมาหาเรา
6. คนซื้อของผ่าน E-commerce เยอะขึ้น และจ่ายมากขึ้น
จำนวนคนไทยที่ช้อปผ่าน E-commerce เพิ่มขึ้นเป็น 25.8 ล้านคน (+7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) และมูลค่าการใช้จ่ายรวม ก็พุ่งสูงกว่าขึ้นราว 6.4 หมื่นล้านบาท (+12.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า)
โดยลูกค้า 1 คน มีมูลค่าการซื้อของบน E-commerce เฉลี่ย 692 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 22,400 บาท/ปี
และยอดการซื้อ 68.9% ทั้งหมดมาจาก "มือถือ" สอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยที่เน้นใช้มือถือเป็นหลัก
7. “ลดราคา + ส่งฟรี" คาถาเรียกลูกค้า ที่ธุรกิจต้องมี
ปัจจัยสำคัญ อันดับ 1 และ 2 ที่มีผลต่อการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อของจากแพลตฟอร์มออนไลน์คือก็คือคูปองส่วนลด และการส่งฟรี
1
ถ้าลองสังเกตุจากภาพ คนไทยยอมรอได้ของให้มาส่งวันต่อไปได้ (Next-day delivery มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ 24.2%) แต่ให้ส่งฟรี มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ มากถึง 54.3%
1
นอกจากนี้ คนที่ซื้อของออนไลน์ยังให้ความสำคัญกับ Cash on Delivery หรือตัวเลือกในการจ่ายเงินปลายทาง อาจเพื่อดูว่าจะได้รับของจริงไหม หรืออาจยังสะดวกชำระด้วยเงินสด
สรุปสั้น ๆ ของรูปนี้คือ ถ้าจะปิดการขายคนไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในปี 2026 แบรนด์อาจพิจารณาแจกโคด ส่งฟรี มีออปชันเก็บเงินปลายทาง
8. YouTube และ Facebook ครองแชมป์แพลตฟอร์มที่คนใช้เวลาต่อวันมากที่สุด
2
คนไทย YouTube วันละ 58 นาที และ Facebook วันละ 57 นาที
อีก 2 แพลตฟอร์มที่ตีตื้นขึ้นมาคือ Instagram (48 นาที) และ TikTok (47 นาที)
อย่างไรก็ตาม Threads เป็นแพลตฟอร์มรั้งท้าย ด้วยเวลาใช้งานต่อวันเพียง 3 นาที
9. งบโฆษณาก้อนใหม่ ไหลไปช่องทาง Digital เกือบ 100%
ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาปี 2025 คาดว่าจะโตขึ้น 6,500 ล้านบาท (+4.1%)
โดยเม็ดเงินโฆษณาเฉพาะช่องทางดิจิทัล คิดว่าจะโตขึ้น 6,000 ล้านบาท (+9.1%)
ปัจจุบันสัดส่วน Digital Ad Spend กินสัดส่วนไป 44% ของงบทั้งหมด ซึ่งเรากำลังอยู่ในจุดที่อีกไม่นาน เม็ดเงินโฆษณาในช่องทาง Digital อาจจะพลิกแซงหน้า Traditional Media ได้
10. เซิร์ชเอนจินคือช่องทางที่คนไทย ใช้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์มากที่สุด
เว็บไซต์ยังจำเป็น เพราะเมื่อคนสนใจแบรนด์ของเรา พวกเขาจะกลับมาเช็กความน่าเชื่อถือที่ Google
อันดับ 2 คือเครือข่ายโซเชียล
อันดับ 3 คือแอปพลิเคชันมือถือ
อันดับ 4 คือรีวิวจากลูกค้า
อันดับ 5 คือเว็บไซต์ตรงของแบรนด์นั้น ๆ
ดูรายงานฉบับเต็มของ We Are Social ได้ที่ลิงก์นี้
โฆษณา