20 พ.ย. 2025 เวลา 06:37 • ความคิดเห็น

เราคือพวก Telephobia

นิตยสาร fortune อ้างถึงงานวิจัยของฝรั่งที่พบว่าน้องๆเจน Z ส่วนใหญ่ไม่ชอบรับหรือคุยสายทางโทรศัพท์ ประมาณหนึ่งในสี่คือไม่รับสายเลยด้วยซ้ำ
มีศัพท์เรียกพวกที่ลังเลในการรับโทรศัพท์ว่าเป็นพวก Telephobia ซึ่งจะมีอาการกระวนกระวาย หัวใจเต้นรัวขึ้น ไม่สบายตัว และไม่มีสมาธิในการสนทนา
ในบทความ เขาวิเคราะห์ว่าเพราะเจน Z นั้นโตมากับการส่งข้อความและรับมือกับการถูกโทรมาไม่ค่อยดีนักเพราะน้องๆ จะรู้สึกว่าไม่มีเวลาคิดให้รอบคอบก่อนตอบ การโทรไปหาเจน Z นั้นเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องด่วนๆ หรือซีเรียส และยิ่งไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรก็จะยิ่งกังวล
เจน Z ก็เลยจะค่อนข้างรู้สึกกบฏกับไอ้การบุกทะลวงด้วยเสียงโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้เตรียมรับมือ
ฝรั่งถึงกับมีคลาสสอนน้องๆให้รับมือกับการคุยโทรศัพท์เพราะยังไงในหน้าที่การงานก็ยังจะต้องคุยสายกับหัวหน้าหรือคู่ค้าอยู่ดี ….
1
ส่วนผมเองผู้ที่เกิดก่อนเจน Z หลายสิบปี เกิดตั้งแต่ยุคที่มีแต่โทรศัพท์ ก็รู้ตัวเลยว่าเป็นผู้ที่ไม่ชอบรับโทรศัพท์มาแต่ไหนแต่ไร ตอนแรกผมอธิบายความไม่ชอบนี้ด้วยตัวตนที่เป็น introvert แต่ก็เห็น introvert หลายคนก็รับโทรศัพท์ได้ตามปกติ
ผมไม่ชอบขนาดที่ตั้งโปรไฟล์ในไลน์ว่า “ไลน์มานะครับ ไม่ชอบรับโทรศัพท์” แต่ก็เหมือนไม่ค่อยมีใครเห็นเท่าใดนัก
พอได้อ่านและเห็นคำนี้ก็เข้าใจได้ว่า เออเรานี่เป็น telephobia มาก่อนกาล และกลายเป็นทันยุคทันสมัยขึ้นมาในตอนนี้ ความรู้สึกที่เขาอธิบายนั้นคือใช่เลย เพราะเวลาโทรศัพท์มา เราไม่ได้อยู่ในสถานที่พร้อมคุย และไม่รู้เลยว่าสายที่โทรมานั้นคือเรื่องอะไร ถ้ารับบางทีก็เป็นเรื่องที่เราไม่ได้พร้อมที่จะตอบ หรือคุยยาวในเวลาที่เราไม่สะดวก แล้วก็เป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็น
พอทั้งไม่รู้เรื่องอะไรและไม่รู้จะใช้เวลานานแค่ไหน ก็เลยมีนิสัยไม่ดีที่ไม่ค่อยรับโทรศัพท์ผู้คนยกเว้นเป็นเบอร์ครอบครัวหรือคนคุ้นเคย ส่วนใหญ่จะขอตั้งหลักก่อนแล้วโทรกลับเอาด้วยซ้ำ
เคยมีเพื่อนที่โทรมาแล้วไม่รับซักสองครั้งก็โกรธ ฝั่งที่โทรมาก็คงคิดว่าทำไมแค่รับโทรศัพท์ง่ายๆถึงไม่รับ และพอรู้ว่าโกรธผมก็ยิ่งไม่กล้ารับเข้าไปอีก เลยกลายเป็นผิดใจกันก็มี พอมีไลน์ มีการส่งข้อความสั้นทำให้ปัญหาของผมช่วงหลังก็เบาบางลงไปเยอะเหมือนกัน เพราะถ้าไม่รับสาย ด่วนๆ จริงๆ เขาก็จะไลน์มา
ผมก็จะมีเวลาตั้งหลักอ่านก่อนว่าเรื่องอะไร
ไลน์นี่ช่วยพวก telephobia อย่างผมมากเพราะมันทำให้ผู้ที่กระทำหรือโทร กับผู้ที่ถูกกระทำหรือตอบนั้นเท่ากันขึ้นมา เพราะผู้โทรนั้นเอาตัวเองสะดวก แต่ผู้รับไม่ได้มีโอกาสเลือกเวลาได้ ไลน์นี่ทำให้ผู้รับสารมีทางเลือกทั้งอ่านก่อนว่าเรื่องอะไร ตั้งสติได้ว่าจะตอบอะไร คุมเวลาตัวเองก็ได้ คุมสติตัวเองก็ดีขึ้นเช่นกัน
แต่ก็ใช่ว่าความโฟเบียของผมจะแก้ได้หมดด้วยไลน์ ล่าสุดมีรุ่นน้องที่ไม่ได้คุยกันนานทักมาแบบเรียกชื่อในไลน์ ผมก็รอเขาเขียนว่าเรื่องอะไร เพราะบางทีตอบซี้ซั้วแล้วปฏิเสธคนไม่เป็นก็จะต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำอีก เขาก็ไม่เขียนซักที แต่ทักซ้ำๆ ผมก็ไม่กล้าตอบเพราะกลัวเป็นเรื่องที่ไม่อยากทำ
จนเขาโทรมา ผมก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ไม่กล้ารับ แน่นอนว่ามันก็มีเทคนิคที่หลายคนใช้เพื่อบังคับให้รับ คือเอาเบอร์แปลกโทร ผมนึกว่าแกรบก็เลยรับ (เอาจริงๆก็ไม่ชอบรับสายแกรบเช่นกัน)
ประโยคแรกก็คือ พี่โกรธอะไรผมเหรอ ….. เดจาวูเหมือนเพื่อนสมัยเด็กอีก พยายามบอกว่าผมไม่ชอบรับสาย เขาก็บอกว่าเขียนข้อความหาผมทุกช่องทาง แล้วก็เขียนมาซ้ำๆว่าโกรธอะไรผม นึกว่าพี่โกรธผม ก็ยิ่งไม่กล้าตอบเข้าไปใหญ่ ไลน์ก็พาลไม่กล้าอ่านไปอีก
โชคดีที่แก่เป็นเจน X แล้ว ไม่เหมือนเด็กเจน Z ที่ยังต้องฝืนรับโทรศัพท์เพราะเป็นหน้าที่การงาน ผมสามารถเลือกได้ระหว่างเสียมรรยาทยังไม่รับสาย กับความอึดอัดทรมานส่วนตัว บางทีก็เลือกอึดอัด บางทีก็เลือกเสียมรรยาท
ที่เขียนมาก็เผื่อใครพยายามโทรหาผมแล้วผมไม่รับ จะได้เข้าใจหรืออย่างน้อยก็ไม่ได้โกรธกัน ลองเขียนผ่านไลน์มาให้คนที่เป็น telephobia ได้อ่าน ได้ตั้งสติก่อน การสื่อสารก็น่าจะราบรื่นทั้งสองฝั่งมากขึ้นนะครับ….
โฆษณา