20 พ.ย. 2025 เวลา 18:10 • การเมือง

ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา กำลังกัดกินอนาคตของไทย

กัมพูชาตกอยู่ในภาวะสงครามมาอย่างยาวนานหลายสิบปี ทำให้บ้านเมืองไม่เกิดการพัฒนา เพราะทรัพยากรทั้งหมดถูกดึงไปใช้เพื่อ “ความอยู่รอด” มากกว่า “การสร้างอนาคต”
งบประมาณรัฐถูกใช้ไปกับการทหาร, โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย, ระบบเศรษฐกิจหยุดเดิน, คนไม่สามารถใช้ชีวิตปกติ, และบุคลากรที่มีความสามารถจำนวนมากอพยพออกไป รวมถึงการไม่มีไม่มีรากทางวัฒนธรรม เพราะราชสำนักถูกล้ม, งานศิลปะ ดนตรี หนังสือ สถาปัตยกรรมถูกทำลาย, ศิลปินและปัญญาชนจำนวนมากถูกสังหาร ส่งผลให้รากทางวัฒนธรรมขาดช่วง
ผู้นำกัมพูชาเอง ก็ไม่ได้ตระหนักถึงบทเรียนจากอดีต แม้ตนเองจะเคยผ่านช่วงเขมรแดง ที่ประชาชนถูกสังหารและวัฒนธรรมถูกทำลาย ประเทศล้าหลังไม่พัฒนา และในตอนนี้ก็ยังคงมีแนวโน้มจะแสวงหาสงครามไม่จบสิ้น เช่นเรื่องของการขัดแย้งกันระหว่างชายแดนของไทยและกัมพูชา ซึ่งประชาชนในประเทศก็มักเห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของชาติ ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการใช้เรื่องชายแดนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ได้ช่วยเพิ่มความนิยมให้ผู้นำกัมพูชานั่นเอง
กลับมาที่ปัจจุบัน ผู้นำของกัมพูชาได้จุดไฟที่ชายแดนขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ก็กินเวลายาวนานหลายเดือน และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงโดยง่าย
หากคิดดูให้ดี กัมพูชากำลังฉุดรั้งไทยให้หยุดพัฒนาและกำลังจะล้าหลังไปพร้อมๆกันกับเขาหรือไม่?
หากลองคิดให้ดี เรากำลังสูญเสียอะไรไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้?
สงครามที่อยู่เขตชายแดนแม้จะไม่กระทบทั้งประเทศโดยตรง แต่ก็ยังสร้างผลเสียสำคัญ เช่น การสูญเสียรายได้จากการค้าชายแดนที่หยุดชะงัก ชาวบ้านต้องอพยพหรือใช้ชีวิตอย่างไม่ปลอดภัย กองทัพและรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลความมั่นคง ส่งผลให้ทรัพยากรที่ควรใช้พัฒนาพื้นที่อื่นลดลง เพราะทรัพยากรถูกทุ่มไปกับ"การรบ"แทน"การพัฒนา"
อีกทั้งยังสร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม แม้ความเสียหายจะไม่รุนแรงเท่าสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังสามารถฉุดการพัฒนาของประเทศได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและแบ่งแยกกันในสังคม
ดังนั้น รัฐควรดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อยุติปัญหาไม่ให้ลุกลามยืดเยื้อ
เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศหยุดพัฒนาและล้าหลังตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ฉันเอง ไม่สนับสนุนสงครามหรือความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะหากมีการรบกันอีก ไม่ว่าจะฝ่ายเขาหรือเรา ก็ต้องเกิดความสูญเสียขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากไม่เห็นแก่ศัตรู ก็อย่าลืมเห็นแก่ทหารของเราที่ต้องเสี่ยงชีวิตอยู่แนวหน้า ครอบครัว-พ่อแม่-พี่น้องของเหล่าหทาร หรือประชาชนคนไทยทุกคน คงไม่อยากเห็นการสูญเสียซ้ำรอยอีกครั้ง
ชนาภา
21/11/2568
โฆษณา