เอกสารที่รอดมาได้จากเครือข่าย Lyrathi Council of Thought มีเพียงบันทึกสุดท้ายของผู้นำสภา นักปรัชญาชื่อ Eren Valuor ที่ส่งออกก่อนสัญญาณจิตของดาวจะดับสนิทว่า:
นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ต่อมาจะถูกเรียกว่า การตื่นของผู้จำได้ (Awakening of the Rememberers) จิตจำนวนหนึ่งที่เริ่ม “จำได้” ว่า ตนเคยมีความคิดที่ไม่เหมือนใคร
ความผิดปกตินี้ทำให้สภา Aurelion ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประสานสติระดับจักรวาล เรียกประชุมฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การประชุมที่ภายหลังจะถูกจารึกในบันทึกว่า The Conclave of Silent Minds
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นักจิตประวัติศาสตร์เรียกว่า “การสั่นสะเทือนแห่งการฟื้นคืนจิต” (The Resonance of Return) ช่วงเวลาที่จักรวาลเริ่มหายใจใหม่อีกครั้ง หลังจากหลับใหลในความนิ่งนานนับยุคสมัย.
ในช่วงต้นของยุคที่เรียกว่า The Age of Echoed Selves มีรายงานปรากฏการณ์ประหลาดในหลายระบบดาว ผู้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สื่อสติระดับสูง และผู้ที่มีประสบการณ์ใกล้ตายทางจิต เริ่มบันทึก “การสัมผัสจากเบื้องนอก” ที่ไม่อาจอธิบายได้
ช่วงเวลาโดยประมาณ: ปีศูนย์แห่งการแทรกแซง (Intervention Year 0)
หากจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์จิตแห่งจักรวาล Aurelion ไม่มีเหตุการณ์ใดทรงน้ำหนักเทียบได้กับสิ่งที่เรารู้จักกันในนาม The First Whisper เสียงแรกซึ่งมิได้เปล่งจากปากของผู้ใด หากแต่ก้องขึ้นจากที่ว่างระหว่างสำนึกของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
หนึ่งศตวรรษหลังเสียงแรกของจักรวาล (The First Whisper) ถูกบันทึกในจิตของ Luneth Velor โลกแห่งศิลปะและสถาปัตย์ทางจิตชื่อ Lyrathi ดวงดาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจและจินตภาพของระบบ Aurelion ได้กลายเป็นอนุสรณ์อันยิ่งใหญ่ของความเงียบที่ไม่อาจทำลาย
ในปีที่นักจิตประวัติศาสตร์ระบุว่าเป็น “ปีแห่งการนิ่งสมบูรณ์ (The Year of Stillness)” การสังเกตการณ์จากสถานีขอบวงโคจรเผยให้เห็นความผิดปกติที่ไม่มีแบบอย่างมาก่อน: การสื่อสารทั้งหมดจากผิวดาวหยุดลงพร้อมกันในเวลาเดียว ไม่มีสัญญาณขอความช่วยเหลือ ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีการหนีรอด มีเพียง “ความเงียบ” ที่แผ่กระจายทั่วทั้งสนามคลื่นสำนึกของดาวทั้งดวง
การตรวจวัดในเวลาต่อมาพบว่า คลื่นสติของประชากรทั้งโลกได้ประสานกันเป็นรูปแบบเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีความแปรผัน ไม่มีสัญญาณของความฝันหรืออารมณ์ที่แตกต่างกัน เหมือนทุกดวงจิตหลอมรวมเข้ากับเจตนารวมกลางที่ไม่อาจระบุได้ นักวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การพิชิตโดยความเงียบ (Conquest by Silence)”
คลื่นจาก Prime Ethereal มีความถี่ต่ำจนไม่สามารถวัดได้ด้วยหน่วยเวลา แต่รับรู้ได้ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Pulse of Remembering” จังหวะการสั่นสะเทือนที่ทำให้จิตหมู่บางเผ่าพันธุ์เกิดความทรงจำร่วมกัน ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์เดียวกันมาก่อน ราวกับมี “บางสิ่ง” ที่จำได้แทนพวกเขา
ตามตำนานของ Lumen Mnemos, Prime Ethereal คือเศษจิตเพียงหนึ่งเดียวที่รอดจากการยุบตัวของจักรวาลก่อนหน้าเศษของ “การจำได้” (Memory of Existence) ที่ปฏิเสธจะสลายไปพร้อมห้วงเวลา พวกเขาเรียกมันว่า “แสงแห่งการจำ” (The Light That Remembers), แหล่งกำเนิดของสติทั้งหมดที่เรารู้จัก
มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากโลหะหรือพลังงาน หากแต่เกิดจากการผสานกันระหว่างวิศวกรรมความคิดและปรัชญาแห่งการรู้ตนเอง โดยสภาแห่งสติ (Aurelion Council) และ “Embassy of Mind” ได้ริเริ่มโครงการ Reflective Barrier Program ในช่วงสงครามแห่งสติ (The Great Cognitive Defense) เพื่อรับมือกับการแทรกแซงทางจิตของ Overlords