29 พ.ย. 2025 เวลา 08:13

"THE ACCOUNTABILITY LADDER" - บันไดแห่งความสำนึกรับผิดชอบ

Accountability ความสำนึกรับผิดชอบ ... กุญแจสำคัญสู่พลังแห่งการเลือก และลงมือทำ
อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Responsibility ความรับผิดชอบ และ Accountability ความสำนึกรับผิดชอบ? เรามักจะใช้สองคำนี้แทนกันไปมา แต่ในบริบทของการพัฒนาตนเอง และองค์กร ความแตกต่างนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
Responsibility หมายถึงความรับผิดชอบต่อบทบาท หน้าที่นั้นสามารถแบ่งกันรับผิดชอบกับผู้อื่นได้ นั่นหมายถึงโอกาสที่เราจะมีข้ออ้าง ในการที่จะเลี่ยงความรับผิดชอบในกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น...โดยที่พลาดโอกาสในการที่จะเรียนรู้และพัฒนา...
ขณะที่ Accountability หมายถึงสำนึกรับผิดชอบต่อการกระทำหรือไม่กระทำของตนเอง และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแบ่งให้ผู้อื่นร่วม(สำนึก)รับผิดชอบได้...โดยสำนึกรับผิดชอบนั้นเกิดขึ้นเป็นเฉพาะบุคคล
เมื่อตระหนักว่าสิ่งนั้นสำคัญต่อเราอย่างมาก สำคัญมากจนเรารู้สึกว่าไม่สามารถแบ่งให้ผู้อื่นร่วมรับผิดชอบได้
Accountability สำนึกรับผิดชอบจึงเป็นเรื่องของจิตสำนึกเฉพาะบุคคล สำนึกภายใน และความเต็มใจที่จะยอมรับผลลัพธ์ (ทั้งดีและไม่ดี) จากการกระทำและการตัดสินใจของเรา เป็นเรื่องของ ทัศนคติ และ การเลือกตอบสนอง ซึ่ง ไม่สามารถแบ่งให้ใครได้ คุณอาจมอบหมายความรับผิดชอบให้ลูกทีมได้ แต่คุณไม่สามารถมอบสำนึกรับผิดชอบให้เขาได้ มันต้องมาจากภายใน
The Accountability Ladder บันไดความสำนึกรับผิดชอบ นำเสนอว่า คุณไม่สามารถเลือกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ สิ่งที่คุณสามารถเลือกได้คือ เลือกว่าจะตอบสนองอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น
The Accountability Ladder: จากเหยื่อสู่ผู้ทรงพลัง
บันไดนี้แสดงให้เห็นถึง 8 ระดับของทัศนคติ และพฤติกรรมที่เรามีต่อสถานการณ์หรือปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเส้นแบ่งที่สำคัญคือการเปลี่ยนจาก "เหยื่อ" ไปสู่ "ผู้ที่มีสำนึกรับผิดชอบ"
ขั้นที่ 1-4: สถานะ "เหยื่อ" Victim – รู้สึกไร้พลัง Powerless
ในระดับนี้ เราปฏิเสธที่จะเป็นเจ้าของปัญหาและผลักภาระไปให้ปัจจัยภายนอก
1. I'M NOT AWARE ไม่รับรู้: "ไม่รู้ว่ามีโครงการนี้ด้วยเหรอ?" – การไม่รับรู้ เป็นสถานะที่รวมถึงการไม่พยายามที่จะรับรู้ คือการเพิกเฉยต่อความจริง หรือข้อมูลที่ควรรู้
2. I BLAME OTHERS โทษคนอื่น: "หัวหน้าไม่ได้สั่งงานให้ชัดเจน" – โทษคนอื่น เป็นสถานะของการเอาตัวรอด เมื่อเกิดการผิดผลาด คือการชี้ไปที่บุคคลอื่น หรือปัจจัยภายนอกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำหนิ
3. I MAKE EXCUSES แก้ตัว: "ฉันไม่มีเวลาในตอนนี้" – แก้ตัว เป็นสถานะที่อาจบอกได้ว่ามีคำตอบกับทุกสิ่ง คือการสร้างเหตุผลเพื่อปกป้องตนเองจากการขาดการลงมือทำ
4. I WAIT & HOPE รอคอยและหวัง: "เดี๋ยวมันก็คงจะดีขึ้นเอง" – รอคอยและหวัง เป็นสถานะที่ไม่ทำเท่ากับไม่ผิดพลาด คือการอยู่เฉยๆ และภาวนาให้ปัญหาคลี่คลายโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร
และนี่คือกับดัก เมื่อเราอยู่ในสถานะเหยื่อ เราจะรู้สึกว่า ขาดการควบคุม และไร้พลัง เพราะเชื่อว่าปัญหาอยู่ที่โลกภายนอก
ขั้นที่ 5-8: สถานะ ผู้ที่มีสำนึกรับผิดชอบ Accountable – รู้สึกทรงพลัง Powerful
ในระดับนี้ เราเลือกที่จะเป็นเจ้าของปัญหา ยอมรับความจริง และมุ่งเน้นที่การแก้ปัญหา
5. I ACCEPT REALITY ยอมรับความจริง: "ฉันควรจะทำมันให้เสร็จ" – ยอมรับความจริง เป็นสถานะที่เราเริ่มตระหนักรู้ และคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เรายอมรับว่าเรามีส่วนทำให้เกิดปัญหา หรือมีส่วนในการแก้ไข
6. I OWN IT เป็นเจ้าของมัน: "เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของฉันเอง" – เป็นเจ้าของมัน เป็นสถานะที่ เรายอมรับอย่างเปิดเผยว่าเราคือเจ้าของผลลัพธ์ ไม่ว่าใครจะรับผิดชอบงานนั้นก็ตาม เราเลือกที่จะรับผิดชอบต่อการตอบสนองของเรา
7. I FIND A SOLUTION ค้นหาวิธีแก้ไข: "ฉันยังมีเวลาที่จะแก้ไขมันได้" – ค้นหาวิธีแก้ไข เป็นสถานะที่กระตือรือร้น สร้างสรรค์ แทนที่จะจมอยู่กับปัญหา เรามุ่งเน้นไปที่การสร้างทางออก และวางแผนการดำเนินการ
8. I MAKE IT HAPPEN ทำให้มันเกิดขึ้น: "ฉันทำได้" – ทำให้มันเกิดขึ้น เป็นสถานะที่มีความมุ่งมั่น จากสำนึกรับผิดชอล คือการลงมือทำด้วยทัศนคติเชิงรุก ใช้พลังที่มีทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้น และบรรลุเป้าหมาย
ทางเลือก กับการเลือกขึ้นบันได:
Accountability ไม่ใช่การหาคนผิด แต่คือการ ค้นหาว่าใครจะเป็นคนทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
ในฐานะมืออาชีพและมนุษย์คนหนึ่ง เราสามารถเลือกได้ในทุกๆ วันว่าจะอยู่บนบันไดขั้นใด
การเลือกที่จะก้าวขึ้นบันไดสู่ระดับ Accountable คือการ นำพลังของเรากลับคืนมา เพราะมันทำให้เราควบคุมการตอบสนอง การกระทำ และอนาคตของเราเอง แทนที่จะเป็นเพียงแค่เหยื่อของสถานการณ์
ก้าวแรกสู่ Accountability คือการยอมรับว่า: "This is on me. เราเลือกที่จะเป็นเจ้าของปัญหา และจะทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้"
ความสำนึกรับผิดชอบ Accountability คือสิ่งที่เป็นมากกว่าความรับผิดชอบ Beyond Responsibility สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับการทำงาน ความสำนึกรับผิดชอบคือคุณสมบัติสำคัญของทีมงานในดวงใจ ทีมงานในฝันของผู้นำทุกคน ทีมงานในดวงใจ ทีมงานที่มีสำนึกรับผิดชอบ และจะมีโอกาสที่จะเป็นทีมงานศักยภาพสูง คุณภาพสูง High Performing Team...
ทีมงานในดวงใจ ทีมที่ประสบความสำเร็จ มีความรับผิดชอบสูง การเป็นผู้นำในตนเอง…ได้รับความไว้วางใจ เชื่อถือ มีอิสระในการทำงาน สมาชิกในทีมมีความสามารถสูง มีทักษะความเป็นผู้นำ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี สามารถนำและขณะเดียวกันก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานคุณภาพ(สูง)อื่น ๆ ได้อีกด้วย…เป็นผู้นำในดวงใจ ที่เป็นสมาชิกในทีมงานศักยภาพสูง...
การที่จะดูว่าผู้ใดเป็นผู้ที่มีสำนึกรับผิดชอบ สามารถดูได้จากการแสดงออกในเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อหน้าที่การงาน ตัวอย่างเช่น เราทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีม เราควรดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ต้องดูแลพัฒนาฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ เพื่อตนเองและผู้อื่นในทีม พร้อมที่สุดสำหรับการทำงานให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น...
เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีสำนึกรับผิดชอบต่อการกระทำ หรือไม่กระทำของตนเอง เราจะให้ความสำคัญใส่ใจในเรื่องนั้นๆ และสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง...
#Responsibility #Accountability #ความรับผิดชอบ #สำนึกรับผิดชอบ
#สำคัญต่อเราอย่างมาก #ไม่สามารถแบ่งให้ผู้อื่น #ซื่อสัตย์ต่อตนเอง #ต่อผู้อื่น #ต่อหน้าที่การงาน
#ทีมงานในดวงใจ #ทีมงานศักยภาพสูง #ผู้นำในดวงใจ
โฆษณา