47 นาทีที่แล้ว • ธุรกิจ

30 ข้อคิดที่ได้จากคุณเฟิร์น เจ้าของสุกี้ตี๋น้อย ในรายการ Podcast with CK Ep.42

1. ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เราต้องทุ่มเท และทำงานหนัก เพราะไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ
2. การเลือกออกจากพนักงานประจำมาทำธุรกิจ ต้องคิดให้ดีว่าธุรกิจสามารถตอบโจทย์ชีวิตเราได้ไหม เพราะมีความเสี่ยง ถ้าธุรกิจไปไม่รอด การกลับไปทำงานประจำ เราอาจจะด้อยกว่าคนที่ยังอยู่ในเส้นทางการทำงานประจำอยู่แล้ว และสะสมผลงาน สร้าง Resume ตัวเองมาตลอด
3. จุดเริ่มต้นของการตั้งราคาสุกี้ตี๋น้อยหัวละ 199 บาท เพราะคุณเฟิร์นเห็นว่า ถ้าร้านอื่นทั่วไปขาย 199 ได้ เราก็ต้องทำได้ รวมถึงเป็นราคาที่ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า สามารถเข้าถึงได้
4. การไม่คิดอะไรเยอะ มีข้อดีคือ ทำให้เรากล้าที่จะลงมือทำ แล้วค่อยไปเรียนรู้ระหว่างทางเอาก็ได้
5. ของที่มีขายอยู่ในร้าน ต้องเป็นของที่มีคนชอบ มีคนกินจริง ไม่ได้มีเยอะ เพราะแค่ความหลากหลาย ไม่งั้นจะเป็นต้นทุนที่เสียไป
6. การรู้จักและเข้าใจลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ต่อการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ เช่น การเลือกเปิดร้านถึงตีห้า เพราะเข้าใจคนที่เลิกงานดึก เขาไม่มีตัวเลือกให้กินมากนักในช่วงเวลานั้น และถ้าอยากกินบุฟเฟต์สุกี้ ร้านอื่นก็ปิดกันหมดแล้ว
7. ความแตกต่างทำให้คนจำเราได้ เช่น สุกี้ตี๋น้อยสาขา 2 เป็นการเอาผับเก่าที่สถานที่มีดีไซน์สวยอยู่แล้วมารีโนเวท จนมีคนมากินและรีวิว ทำให้ดังมากและเป็นกระแสในชั่วข้ามคืน
8. ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ ให้ถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะสู้ไหม
9. ความสำเร็จของการทำร้านอาหารมีอยู่ไม่กี่ปัจจัย อันดับแรกคือต้องอร่อย แต่อร่อยไม่ได้แปลว่าจะยั่งยืน สิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันคือ การทำให้ลูกค้าเลือกกลับมาทานซ้ำ ซึ่งเกิดได้จากหลายองค์ประกอบ ทั้งการสร้างแบรนด์คาแรคเตอร์ การบริการ และมาตรฐานที่ดี เพื่อให้คนประทับใจ และจดจำเราได้ เมื่อนึกอยากกินสุกี้ หรือนึกอะไรไม่ออก ต้องนึกถึงสุกี้ตี๋น้อย
10. กลยุทธ์การเลือกโลเคชั่นในการตั้งร้าน ช่วงแรกจะเลือกเยอะหน่อย ทั้งการมองเห็น การเข้าถึง และเป็นพื้นที่ที่โดดเด่น เช่น การเลือกที่หัวมุม การสร้างสองชั้นเพื่อให้สูงจนคนเห็น มีที่จอดรถ และติดถนนใหญ่ โดยคุณเฟิร์นพยายามมองว่า ถ้าตัวเองเป็นลูกค้า เราจะอยากไปจุดนี้ไหม สะดวกสบายขนาดไหน แต่พอมีชื่อเสียงแล้ว ก็ไม่ได้เลือกเยอะมากเท่าเดิม เพราะไปอยู่ไหนคนก็รู้จัก
11. การเปิดสาขาที่ 5 เป็นการเลือกนำโชว์รูมรถเก่ามาทำเป็นร้าน ซึ่งอยู่ข้างแบรนด์ต่างชาติดัง ๆ หลายแบรนด์ เช่น สตาร์บัค เคเอฟซี โดยวันแรกที่สาขานี้เปิด คนมารอคิวเยอะมาก ถึงรู้ว่าแบรนด์ติดตลาดแล้ว และสะท้อนว่าสุกี้ตี๋น้อยก็เจ๋งไม่แพ้แบรนด์ต่างชาติ
12. เมื่อก่อนสุกี้บุฟเฟต์ราคา 199 บาท ไม่มีเนื้อวัว อาหารทะเล ลูกค้าก็คิดว่าคุ้มค่าแล้ว แต่ปัจจุบัน ความคุ้มค่ามันขยายไปมากกว่านั้น สุกี้ตี้น้อยเป็นเจ้าแรกที่นำเนื้อวัว และอาหารทะเล มาใส่ในราคา 199/219 บาท จนกลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับลูกค้า ดังนั้น ถ้าทุกวันนี้ทำแบบเดิมเหมือนวันแรกที่เปิด ก็คงจะอยู่ยาก และถ้าใครจะทำสุกี้บุฟเฟต์ราคานี้ ลูกค้าก็คาดหวังว่าจะต้องมีของทั้งหลายเหล่านี้เช่นกัน ธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับตัวอยู่ตลอด
13. การทำให้สุกี้ตี๋น้อยสามารถสร้าง Traffic ด้วยตัวเองได้ ทำให้การเลือกโลเคชั่นที่มี Traffic สูงที่สุดไม่ใช่ Top Priority และส่งผลต่อการได้ค่าเช่าที่ที่เหมาะสม
14. สุกี้ตี๋น้อย ใช้เงินยิง Ads น้อยมาก เพราะลูกค้ามักจะทำคอนเทนต์ให้เราเองมากกว่า โดยทุกครั้งที่เปิดสาขาใหม่จะมีโปรโมชั่น 100 ท่านแรกทานฟรี ต่อจากนั้นจะลด 50% ใน 3 วันแรก คุณเฟิร์นบอกว่า การทำแบบนี้ ดีกว่าการจ้างอินฟลู เพราะสามารถเห็น Outcome ได้จริง ๆ คนแท็กเพื่อน บอกต่อ กันเยอะมาก หรือแม้กระทั่ง บางคนเลือกมารอตั้งแต่เช้าก่อนร้านเปิด เพราะอยากจะกินฟรีคนแรก ดังนั้น เลยเอา Budget ค่าโฆษณามาเป็นส่วนลดให้ลูกค้าเลยดีกว่า เพราะลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด
15. อีกหนึ่งแคมเปญคือ ก่อนที่ร้านจะเปิด สุกี้ตี๋น้อยมีการทำ Marketing ว่าใครไปหาและถ่ายรูปร้านเราได้ จะได้รางวัลกินฟรีตอนที่ร้านเปิด ซึ่งมีประโยชน์คือ ลูกค้าจะได้ไปสำรวจจนรู้ว่าร้านอยู่ตรงไหน
16. การเป็นเจ้าของร้าน เราต้องเป็นผู้ให้ ไม่คิดเล็กคิดน้อย เช่น คุณเฟิร์นเคยโดนแซวที่ร้านว่า โต๊ะนี้กิน 100 ถาด รู้สึกอะไรไหม คุณเฟิร์นบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ดีใจมากกว่าที่ลูกค้ารู้สึกคุ้ม เพราะถ้าเจ้าของกังวลเรื่องต้นทุนมาก ๆ จนอาจแอบลดต้นทุน ลดคุณภาพวัตถุดิบ หรือทำให้อาหารออกช้า สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อชื่อเสียงของแบรนด์ที่ไม่ดีได้
17. การเป็นเจ้าของร้านที่มีสาขาเยอะมาก ผู้ก่อตั้งต้องยกระดับตัวเองจากเจ้าของร้านไปเป็นผู้บริหาร และจำเป็นต้องสร้างบุคลากร สร้างทีมงานที่เป็นหูเป็นตา เป็นทีมที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน รวมถึงกำหนดมาตรฐานเพื่อควบคุมและกำกับดูแลให้องค์กรสามารถเติบโตต่อไปได้
18. คุณเฟิร์นมีการทำ Mystery Shopper โดยให้พนักงานออฟฟิศปลอมตัวเป็นลูกค้า เพื่อตรวจสอบว่าอาหารออกไวภายใน 5 - 10 นาที และการจัดวางดูดีหรือไม่ เพื่อเป็นการควบคุมมาตรฐานการให้บริการของร้าน
19. ความคุ้มค่า ไม่ได้หมายถึงการขายราคาถูกที่สุดเสมอไป การขยับมาทำตี๋น้อย โกลด์ และขายอาหารที่พรีเมียมมากขึ้นในราคา 499 บาท ก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าได้ ถ้าลูกค้าได้มากกว่าที่เขาคาดหวัง
20. การแข่งขันเป็นเรื่องดีที่ทำให้ตลาดเติบโต และคนได้ประโยชน์คือผู้บริโภค
21. ถ้าอยากเป็นผู้ประกอบการต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า อยากเป็นไปเพื่ออะไร เพราะอะไร เป้าหมายต้องชัดเจน เพราะระหว่างทางจะมีอุปสรรคมากมายเข้ามา การมีเป้าหมายที่อยากได้มาก ๆ จะเป็นแรงผลักดันให้เรามีแรงไปต่อ
22. การเป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องปล่อยวางเป็น หลับตาข้างนึงบ้าง อย่าเป๊ะไปหมด เพราะเดี๋ยวจะนอนไม่หลับ คุณเฟิร์นเล่าให้ฟังว่า เคยซื้อวัตถุดิบ แล้วของเข้ามาไม่ครบ เลยไปไล่จี้พนักงาน จนพ่อบอกว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ จะไม่มีใครอยากทำงานกับเราเลยสักคน ซึ่งการหยวนบ้างไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่เราจะใจเย็นมากขึ้น ทั้งนี้ เราต้องทำระบบให้ดี จะได้ไม่เสียคนดี ๆ ไป
23. การเป็นผู้ประกอบการ ต้องดีลกับคนเยอะมาก หลายระดับ จึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการสวมหมวกหลายใบ เพื่อคุยกับคนเหล่านั้นได้รู้เรื่อง เข้าใจกันมากขึ้น
24. ผู้นำที่ดีคือเป็ดที่เก่ง ไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด แต่เข้าใจหลายเรื่อง และบริหารคนเป็น
25. การทำร้านอาหารมีจุดเสี่ยงหลายอย่างมากที่ทำให้แต่ละสาขามีคุณภาพแตกต่างกัน เช่น เวลาในการละลายของสด น้ำหนักมือคนปรุง สิ่งสำคัญของการขยายสาขาจึงจำเป็นต้องมีครัวกลาง เพื่อควบคุมคุณภาพทุกสาขาให้เหมือนกัน
26. ครัวกลางเป็น Cost center คือจุดที่เป็นต้นทุน ไม่สร้างรายได้ ทำให้ถ้ามีสาขาไม่มากพอ การมีครัวกลางอาจจะไม่คุ้มค่า
27. การควบคุมคุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ Supplier ที่ต้องมีกระบวนการที่ดีด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพจะคงที่ อย่างคุณเฟิร์นก็ลงไปดูกระบวนการถึงที่ฟาร์มผัก ฟาร์มวัวเลย
28. ถ้ารอวันพร้อม จะไม่มีวันพร้อม ให้กล้าลงมือทำ เพราะเดี๋ยวหน้างานจริง เราก็จะปรับตัวและหาวิธีไปต่อได้เอง
29. บางทีปัญหาที่มีอยู่ก็ทำให้ชีวิตมีความหมาย เพราะเราได้แก้ไข ได้พัฒนา ได้เติบโต
30. การเป็นผู้บริหาร ต้องปฏิบัติดีกับทุกคน ไม่ควรเลือกปฏิบัติกับแค่คนระดับเดียวกันหรือสูงกว่าเท่านั้น โดยต้องทำให้ คนกล้าที่จะเดินมาคุย ทั้งมีสาระและไม่มีสาระ เพราะจะทำให้เราได้ยินเสียงขององค์กรว่ากำลังมีปัญหา ต้องการให้แก้ไข หรือพัฒนาอะไรเพิ่มเติมได้มากขึ้น
โฆษณา