30 พ.ย. 2025 เวลา 15:49 • หนังสือ

กลั่นอรรถ กรองอักษร (5)

ความทุรนทุรายเพราะยึดติดและขาดแคลนใน ‘วิมานหนาม’ ของ ลาดิด
ได้หนังสือเล่มนี้จากงานหนังสือเดือนตุลาที่ผ่านมา แต่น้องเกือบเข้าไปอยู่ในกองดอง เนื่องจากเราเห็นว่าเป็นนิยายที่ดัดแปลงจากหนัง แถมหนังเรื่องนี้เรายังดูไปสองรอบแล้ว เลยไม่ได้กระตือรือร้นจะอ่านนิยายเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรแปลกใหม่
วันนี้เป็นเส้นตายของ challenge ทลายกองดองที่เราตั้งให้ตัวเอง ว่าภายในเดือนพฤศจิกาจะอ่านหนังสือและเขียนรีวิวให้ได้ห้าเรื่อง (เฉลี่ยอาทิตย์ละเรื่อง) เราไม่อยากตั้งเป้าหมายแล้วเฟล เลยกวาดตามองหาหนังสือที่น่าจะอ่านจบภายในไม่กี่ชั่วโมง มองไปมองมาก็สะดุดตากับวิมานหนามที่ไม่หนาเกินไปนัก
หนังสือหนา 272 หน้า ราคา 320 บาท (มีส่วนลดในงานหนังสือ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่) หน้าปกสีแดงสะดุดตา ตีพิมพ์มีลูกเล่นทั้งปั๊มนูนและยิงสปอตลายน้ำ กระดาษปกไม่ใช่อาร์ตการ์ดที่ใช้ทำปกกันทั่วไป อาบด้าน ลูบแล้วให้สัมผัสพรีเมียมมากๆ มีใบรองปกหน้าหลังเป็นลวดลายผลและดอกทุเรียนสวยงาม แถมเนื้อในยังตีพิมพ์ 2 สี (ดำ/แดง) ใช้บุลเล็ตรูปผล/ดอกทุเรียนคั่นตอน มีภาพอาร์ตเกี่ยวกับทุเรียนในหน้าขึ้นตอนใหม่ สำหรับเรา เฉพาะตัวเล่มก็คุ้มค่าเกินราคามากแล้ว ปลื้ม
อาร์ตเวิร์ครูปเล่มสวยงามน่าประทับใจมากจริงๆ
คำโปรยปกหลัง
‘ทองคำ’ และ ‘เสก’ คู่รักหนุ่มชาวสวนที่ร่วมกันสร้างบ้านและสวนทุเรียนที่แม่ฮ่องสอน ด้วยความฝันว่าอยากใช้ชีวิตคู่ในสวนทุเรียนบนที่ดินผืนเล็กๆ แห่งนี้ แต่โชคชะตาก็พรากภาพฝันนั้นไป เมื่อเสกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน ทิ้งทองคำไว้เพียงลำพังในสวนทุเรียนที่ต่อมาจะกลายเป็นสมบัติของ ‘แม่แสง’ แม่ของเสกผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย แม่แสงไม่ได้มาเพียงลำพัง หากยังพา ‘โหม๋’ ลูกเลี้ยงสาวเชื้อสายไทใหญ่ และ ‘จิ่งนะ’ น้องชายของโหม๋มาด้วย พวกเขาเข้ามาอ้างสิทธิ์ในทุกตารางนิ้วของสวนทุเรียนแห่งนี้
ทองคำถูกบังคับให้ต้องลุกขึ้นสู้ด้วยทุกหนทางที่มี เพื่อทวงบ้านและสวนทุเรียนกลับคืน ขณะเดียวกัน โหม๋ที่ไม่เคยได้รับโอกาสที่ดีในชีวิต เธอก็พร้อมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องแม่แสงและสวนทุเรียนตามกรรมสิทธิ์ที่ครอบครัวของเธอควรได้รับ สุดท้ายแล้วใครคือผู้ที่จะได้ครอบครองวิมานหนามแห่งนี้
(หักคะแนนคำโปรย รู้สึกสำนวนแข็งๆ ทื่อๆ ไปนิด)
ใจลุ้นอยากให้ฉบับนิยายมีตอนจบแตกต่างไปจากหนัง แต่แน่นอนว่าจบเหมือนกัน เส้นเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนในหนังทั้งหมด แต่ผู้เขียนนำมาเรียบเรียงใหม่ และเล่าผ่านมุมมองของทองคำกับโหม๋สลับกัน ทำให้เรามองเห็นความคิดตัวของตัวละครชัดเจนขึ้น แม้ว่าตอนดูหนังจะตีความได้อยู่แล้ว แต่ฉบับนิยายพาเราดำดิ่งลงไปถึงในหัวใจตัวละครสองตัวนี้ เราเลยเข้าใจหัวอกโหม๋ยิ่งกว่าเดิม และได้รู้ว่าที่แท้มีหลายครั้งเลยที่ทองคำเกิดความคิดชั่วแว่บว่าอยากปล่อยมือจากทุกอย่างแล้วหันหลังเดินออกไปซะ
ตอนแรกนึกกลัวว่าดัดแปลงมาจากหนัง เรารู้เนื้อเรื่องอยู่แล้วจะน่าเบื่อหรือเปล่า เอาเข้าจริงไม่เลย เราเพิ่งเคยอ่านงานคุณลาดิดเรื่องนี้เรื่องแรก ทึ่งกับความสามารถในการเล่าเรื่อง ทั้งการสื่อสะท้อนความคิดตัวละคร การผูกประโยค การใช้คำ ไปจนถึงจังหวะคำ ทุกอย่างมันดึงเราให้อินไปกับมุมมองตัวละครตลอดเวลา ทั้งที่รู้เรื่องอยู่แล้วก็ยังลุ้นและเอาใจช่วย บางครั้งก็สมเพชเวทนา บางครั้งก็โกรธแค้นแทน โดยเฉพาะทองคำที่พอได้อ่านฉบับนิยายก็ยิ่งสงสารจับใจ
ผู้เขียนเล่าเรื่องโดยให้ทองคำและโหม๋คุยกับเสกสลับกันคนละบท จึงเป็นการเล่าเรื่องผ่านสรรพนามบุรุษที่ 1 กู-มึง สำหรับทองคำ (คงด้วยแรงแค้น เพราะตอนคุยกันปกติใช้ ผม-พี่) และ ฉัน-พี่ สำหรับโหม๋ เราเลยได้รู้ว่าทองคำกับเสกรู้จักและมาอยู่กินกันได้ยังไง และก่อนมาเป็นลูกบุญธรรมแม่แสง โหม๋เคยผ่านอะไรมาบ้าง ตลอดจนความผูกพันระหว่างโหม๋กับจิ่งนะ จวบจนใกล้จบเรื่องนั่นแหละ ที่ทองคำและโหม๋ไม่ได้คุยกับเสก เปลี่ยนไปคุยกับอีกคนแทน แต่ก็เป็นตอนที่ได้ตระหนักเมื่อสายว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริงคืออะไรกันแน่
การใช้คำถึงพริกถึงขิง ในฉากที่แสดงความฉุนเฉียวเดือดดาลมีการใช้คำหยาบ จังหวะประโยคสั้นๆ บางทีเป็นวลีหรือคำคำเดียว บางทีตัดฉับกลางประโยค สื่อความรู้สึกพลุ่งพล่านกระชากกระชั้น ดึงอารมณ์คนอ่านได้ดี แม้ว่าการใช้คำหยาบหลายๆ จุดยังเพลย์เซฟ รู้สึกว่าด้วยพื้นเพของตัวละครน่าจะใช้คำแรงกว่านี้ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าเมื่อเป็นหนังสือจะสุดโต่งไม่ได้นัก
แม้ใจจะเข้าข้างและเอาใจช่วยทองคำแค่ไหน แต่สำหรับเราตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องคือโหม๋
โหวเป็นตัวแทนของคนชายขอบต้นทุนชีวิตต่ำและผู้หญิงที่ถูกกระทำ (คิดว่าคนส่วนใหญ่รู้เรื่องอยู่แล้ว จึงขอเล่าโดยไม่แจ้งเตือนสปอยล์) นอกจากจะถูกอิพี่เสกรวบหัวรวบหางจนไปไหนไม่รอด พอต้องมาฟาดฟันกับทองคำซึ่งหน้า แต้มต่อที่เธอสะสมมายังถูก set zero เมื่อทองคำบอกว่าจะบวชให้แม่แสง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเธอทำไม่ได้ ฉากจบยังเกือบถูกทองคำเอาคืนด้วยวิธีนั้น แต่โชคดีที่สุดท้ายทองคำไม่ได้ทำ และเนื่องจากไม่มีความรู้ ไม่มีต้นทุนทางครอบครัว ทางเลือกในชีวิตโหม๋จึงน้อยกว่าทองคำมากนัก
เราอยากให้มีตอนพิเศษมากๆๆๆ อยากรู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตโหม๋กับทองคำจะเป็นยังไง เดาๆ ว่าทองคำคงไปเป็นลูกจ้างทำงานในสวนทุเรียนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมูฟออนได้ แต่โหม๋ทำสวนทุเรียนไม่เป็น ต่อให้เรียนจนเป็นก็ต้องจ้างคนมาช่วย แต่ก็ไม่มีความรู้เรื่องค้าขายอยู่ดี ก็อาจต้องขายสวนทิ้งแล้วเอาเงินไปตั้งต้นใหม่
ได้แต่ตั้งคำถามและนึกเสียดายที่แม้แต่หนังสือก็จบแค่นี้ ขอสรุปสั้นๆ ว่าต่อให้เคยดูหนังมาแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ยังน่าเก็บสะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะไม่ว่าจะรูปเล่มหรือการเล่าเรื่องก็ดีงามไปหมด เป็นหนังสือที่เขียนสนุกมาก แต่เราคงอ่านครั้งเดียวแล้วเก็บขึ้นหิ้ง เพราะอ่านฉบับนิยายแล้วรู้สึกปวดตับกว่าตอนดูหนังอีก ขนาดรู้เรื่องอยู่แล้วยังน้ำตาไหลกับตอนจบ ^^’
อยากซึมซับเก็บเกี่ยวสำนวนการเขียนของคุณลาดิดอีก แต่ไม่กล้าอ่านเรื่องนี้ซ้ำ เห็นทีต้องไปหาซื้อเรื่องอื่นของคุณเขามาอ่านซะแล้ว
เอาเป็นว่า challenge ภารกิจพิชิตกองดอง 1 เสร็จสมบูรณ์ ปรบมือให้ตัวเอง เย้ 👏🏼👏🏼👏🏼
โฆษณา