Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
3 ธ.ค. 2025 เวลา 11:39 • ประวัติศาสตร์
เยอรมนีกลายเป็น “ตัวร้าย” ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ตอนไหน?
หากเรามองย้อนกลับไปใน “สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (WWI)” และ ”สงครามโลกครั้งที่สอง (WWII)” ความขัดแย้งมักถูกกำหนดให้เป็นการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว เป็นการปะทะระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ
แนวคิดที่ว่าสงครามเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่าย "ดี" และฝ่าย "ร้าย" นี้ เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20 ซึ่งก่อนหน้านั้น ความขัดแย้งของมหาอำนาจเป็นเพียงความเป็นจริงของชีวิตผู้คน
สงครามจักรวรรดินิยม ซึ่งจักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิออตโตมัน และจักรวรรดิฝรั่งเศส ต่อสู้ยึดครองอาณานิคมเล็กๆ ก็เป็นเรื่องปกติของหลายฝ่าย แต่กลับไม่มีใครมองว่าฝรั่งเศส "ชั่วร้าย" หรืออังกฤษ "เลว"
1
สำหรับการดำเนินตามเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน แน่นอนว่าบางคนเกลียดชังมหาอำนาจจักรวรรดินิยมเนื่องจากการกระทำของพวกเขา แต่จักรวรรดิเหล่านี้กลับถูกมองว่าเป็นกลางในเวทีโลกซะเป็นส่วนใหญ่
1
การเปลี่ยนแปลงการรับรู้นี้เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 และเริ่มต้นเป็นหลักจากเหตุการณ์ร้ายเหตุการณ์เดียวในยุคแรกๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายเยอรมนีได้ถูกเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามทาสีพวกเขาให้เป็น "คนเลว" แทนที่จะเป็นเพียงจักรวรรดิที่ดำเนินตามเป้าหมายทางการเมือง
ชาวเยอรมันถูกประณามอย่างรวดเร็ว พวกเขาเปลี่ยนจากจักรวรรดิที่เป็นกลางในลักษณะเดียวกับอังกฤษและฝรั่งเศส กลายเป็นปีศาจร้ายที่ต้องการก่อการร้ายต่อประชาคมระหว่างประเทศ
1
ปัญหาของเยอรมนีเริ่มต้นในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ลูแว็ง (Louvain)” ในประเทศเบลเยียม เมื่อกองทัพเยอรมันเข้าสู่เมืองลูแว็งในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) โดยในตอนนั้น เยอรมนีหวังว่าประชาคมระหว่างประเทศจะมองข้ามและเพิกเฉยต่อการละเมิดความเป็นกลางของเบลเยียม แต่เยอรมนีคาดการณ์ผิดถนัด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลูแว็งจะทำให้ภาพลักษณ์ฝ่ายเยอรมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
1
ลูแว็ง (Louvain)
ลูแว็งเป็นเมืองมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่มีศูนย์กลางของเมืองอยู่ที่ห้องสมุดขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุหนังสือและตำรากว่า 200,000 เล่ม เป็นศูนย์กลางของตำราสมัยยุคกลาง และหนังสือหลายร้อยเล่มก็ถือเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้และมีความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์
1
หลังจากที่การสู้รบเพื่อยึดลูแว็งได้สิ้นสุดลงในวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) กองทัพเยอรมันได้เข้าสู่ลูแว็งและไม่มีการต่อต้านจากชาวเมือง
แต่ถึงอย่างนั้น ความรุนแรงก็เกิดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) ทหารเยอรมันได้เริ่มสังหารประชาชนในท้องถิ่น
1
ชาวเบลเยียม 248 คนถูกสังหาร และอีก 1,500 คนถูกจับไปเข้าค่ายกักกัน และในช่วงที่ความรุนแรงเกิดขึ้น ทหารเยอรมันก็ได้ทำการเผาทำลายห้องสมุด
1
นักประวัติศาสตร์บางคนคาดการณ์ว่า ฝ่ายกองทัพเยอรมันอาจจะยิงกันเองท่ามกลางความชุลมุน บางคนก็คิดว่าทหารนั้นแตกวินัย คุ้มคลั่งจนเผาห้องสมุด
แต่ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไร ความเสียหายต่อห้องสมุดนั้นก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดขึ้นจริง และเกิดจากฝ่ายเยอรมัน
1
อาคารทั้งหมดลุกเป็นไฟ หนังสือ 230,000 เล่มถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน รวมถึงต้นฉบับยุคกลางอันล้ำค่ากว่า 750 ฉบับก็ถูกทำลายหมดสิ้น
1
รายงานการเผาทำลายได้ก่อให้เกิดความเดือดดาลไปทั่วโลก ชาติที่เป็นกลางซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมในความขัดแย้งต่างรู้สึกไม่ดีต่อจุดยืนของเยอรมนี ศูนย์กลางความรู้ของโลกในลอนดอน อ็อกซ์ฟอร์ด โรม และนิวยอร์ก ต่างประณามการทำลายห้องสมุด และตราหน้าเยอรมนีว่าเป็นพวกป่าเถื่อน อิตาลีก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเยอรมนีภายหลังจากเหตุการณ์เผาห้องสมุด ซึ่งในท้ายที่สุด อิตาลีก็จะเปลี่ยนข้าง
1
สื่อและหน่วยงานโฆษณาชวนเชื่อรีบนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่ทันที มีการโหมประณามเยอรมนีว่าเป็นพวกป่าเถื่อน เป็นพวกที่ทำลายอารยธรรม ให้ลองดูสิ่งที่พวกเขาทำกับห้องสมุดในลูแว็ง
1
เหตุการณ์เดียวนี้ได้ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ที่จะเติบโตเป็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว ชาวเยอรมันถูกขับไล่ ถูกเรียกว่าเป็นศัตรูของอารยธรรม และในที่สุด ก็ถูกลงโทษอย่างหนักหลังจากการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
1
“เฮอร์เบิร์ต เฮนรี แอสควิธ (Herbert Henry Asquith)” นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้น ได้กล่าวว่า
“การเผาลูแว็งเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่ชาวเยอรมันได้กระทำลงไป“
1
เฮอร์เบิร์ต เฮนรี แอสควิธ (Herbert Henry Asquith)
ฝ่ายเยอรมนีก็ตกใจกับการถูกฝ่ายสัมพันธมิตรวาดภาพให้เป็นตัวร้าย โดยที่ผ่านมา เยอรมนีมองว่าตนเองเป็นศูนย์กลางสำคัญของปรัชญา การเรียนรู้ และอุดมคติแห่งยุคเรืองปัญญา การถูกวาดภาพว่าเป็นคนป่าเถื่อนนั้นสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงต่อความภาคภูมิใจของพวกเขา
1
การกระทำของทหารเพียงไม่กี่ร้อยนายในลูแว็งได้ทำลายชื่อเสียงของเยอรมนีจนย่อยยับ สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาก็ยังคงก่นด่าเยอรมนีว่าเป็นตัวร้าย ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่จะติดตามพวกเขาไปจนถึงช่วงระหว่างสงครามและสงครามโลกครั้งที่ 2
1
การกระทำอื่นๆ ในเบลเยียมจะถูกรวมเข้ากับการปล้นสะดมลูแว็ง ความเป็นกลางของเบลเยียมถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของการรุกรานและความป่าเถื่อนของเยอรมนี การคำนวณผิดของเยอรมนีเกี่ยวกับความเป็นกลางของเบลเยียมได้พิสูจน์แล้วว่าส่งผลกระทบใหญ่หลวง และได้กำหนดประวัติศาสตร์เยอรมนีในสี่ทศวรรษถัดมา
1
เป็นไปได้ว่าเยอรมนีอาจจะกลายเป็นตัวร้ายในสงครามโลกครั้งที่ 1 และเหตุการณ์ที่ลูแว็งก็ได้มอบอาวุธให้กับศัตรูของเยอรมนีในการเปิดตัวสงครามโฆษณาชวนเชื่อที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ชาวเยอรมันอาจจะบุกเข้าทำลายเมืองใดๆ ก็ได้ แต่ความจริงที่ว่าพวกเขาตั้งใจ หรืออาจจะไม่ได้ตั้งใจ เผาห้องสมุดขนาดใหญ่และทรงคุณค่า ทำให้จุดยืนของเยอรมนีถูกตัดสินว่าเป็นความชั่วร้าย
นับจากนั้นเป็นต้นมา เยอรมนีถูกมองว่าเป็น "คนเลว" และเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 พันธมิตรทั้งหมดของเยอรมนี ทั้งออตโตมัน ออสโตร-ฮังการี และอิตาลี ต่างก็ไปหมดแล้ว จักรวรรดิออตโตมันและออสโตร-ฮังการีล่มสลาย อิตาลีก็เปลี่ยนข้าง ทำให้เยอรมนีเป็นชาติที่ยังยืนหยัดอยู่ในทีมคนเลว และส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องราวที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ตลอดไป
1
References:
https://grantpiperwriting.medium.com/the-moment-germany-became-the-villains-in-wwi-92fd36eb4f0c?source=list---------1-------predefined%3Af06bcd4c0010%3AREADING_LIST----------------------------
https://www.history.com/articles/world-war-i-history
https://www.historycrunch.com/germany-in-world-war-i.html#/
https://alphahistory.com/weimarrepublic/world-war-i/
ประวัติศาสตร์
18 บันทึก
22
7
18
22
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย