Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนไว้ให้เธอ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
3 ธ.ค. 2025 เวลา 13:25 • ความคิดเห็น
I am a girl dad
ผมเพิ่งได้ดูโฆษณาของ Samsung ล่าสุด ในสมัยที่มีแต่ short form VDO จะหาใครทำโฆษณาขนาดยาวที่มีเรื่องราวรายละเอียดได้แบบนี้ยากมาก นอกจากจะเป็นโฆษณาที่ทรงคุณค่ามากๆ แล้วผมก็จะอินกับโฆษณามากเป็นพิเศษ
ผมปะลิ้งค์โฆษณาในคอมเม้น อ่านแล้วไปดูต่อกันนะครับ
เพราะเป็นเรื่องของมนุษย์แบบผม มนุษย์ที่ทำจะคิดจะทำอะไร จะยอมเปลี่ยนชีวิตทุกอย่างก็เพื่อลูกสาว
หรือจะเรียกว่าคนแบบนี้ว่ามนุษย์พ่อก็ได้นะครับ…
เอาจริงๆแล้วผมนึกไม่ค่อยออกด้วยซ้ำว่าก่อนมีลูกสาว ผมใช้อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนเรื่องสำคัญๆ ในชีวิต เพราะผมเป็นคนที่ขี้เกียจ เหนื่อยง่าย อารมณ์ร้อน สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรที่เด่นชัดนัก
ตั้งแต่เด็กๆ เวลาคนถามว่าอยากเป็นอะไร ทำงานเพื่ออะไร ไม่เคยจะนึกออกเลย
ชีวิตมาเปลี่ยนจริงๆคือตอนที่ลูกสาวคนโตเกิดและต่อด้วยคนที่สองในเวลาไม่ห่างกัน
มีช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ที่ทำงานผมมีแคมเปญกระตุ้นเรื่องทัศนคติกันโดยมีการตั้งคำถามกันเล่นๆ ว่า เราทำงานเพื่ออะไรแล้วให้ใส่ hashtag กัน
ผมเขียนโดยที่ไม่ต้องคิดและเสร็จคนแรกในห้องที่คุยกันเลยว่า #เพื่อโมเนเมนิ ซึ่งเป็นชื่อลูกสาวผมทั้งสองคน
เวลามีคนมาสัมภาษณ์ ให้เรียงลำดับสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต อันดับหนึ่งที่ผมจะตอบทุกครั้งก็คือลูกสาว เวลาต้องแนะนำตัวก่อนบรรยาย ผมก็จะจบการแนะนำตัวเรื่องการงานอาชีพต่างๆว่า
งานที่สำคัญที่สุดและผมรักที่สุดก็คือ งานที่เป็นพ่อของลูกสาวสองคน
หลายปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยคิดว่าการดูแลลูกสาวคือหน้าที่เลย ผมสนุกกับการได้ดูแลลูก ซึ่งบทบาทของการดูแลก็เปลี่ยนไปตามวัย แต่ก่อนความสุขในการดูแลก็อาจจะเป็นตอนได้สระผม เป่าผมให้ พาไปเล่นเกมส์ พาไปสวนสนุก ส่งไปโรงเรียน
ตอนลูกเป็นวัยรุ่น กิจกรรมหลายอย่างก็เปลี่ยนไปจากเด็กเป็นวัยรุ่น สิ่งที่ทำและเป็นความสุขช่วงนั้นที่ไม่เคยคิดว่าเหนื่อยหรือไม่อยากทำเลยก็คือตื่นตีห้าครึ่งมาค่อยๆปลุกลูกไปโรงเรียน ไปรับส่งลูกเจอเพื่อนบ้าง เรียนพิเศษบ้างวันหยุด นั่งรอลูกได้เป็นชั่วโมงๆโดยไม่เบื่อ นั่งฟังเขาเล่าเรื่องเพื่อนให้ฟัง นั่งฟังเพลงที่เราไม่ชอบแต่เขาชอบ
และก็ยังเป็นอยู่ตั้งแต่เขาเกิดก็คือ ตื่นเต้นที่จะได้รีบกลับบ้านเพื่อไปคุยเล่นเห็นหน้าก่อนนอน
แน่นอนว่า เราเลี้ยงลูกสาวก็อยากจะให้เขาเป็นคนที่ดี มีความสุข โตมาอย่างแข็งแรง แต่ในมุมกลับ ลูกสาวก็ทำให้ผมเปลี่ยนตัวเองในทางที่ดีอย่างมากๆ ในทุกๆเรื่อง
วิธีคิดแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า ikigai หรือความหมายของชีวิต สำหรับผมก็คือลูกสาว ที่ทำให้ชีวิตผมมีความหมายและอยากจะพัฒนาตัวเองเพราะสองสาว ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็คงไม่รู้หรือยังไม่รู้ ไว้โตๆกว่านี้ได้มาอ่านเรื่องราวนี้ผมก็คงจะยินดี
ผมเปลี่ยนตัวเองมาวิ่งแทบทุกวัน ขยันออกกำลังกาย ก็เพราะตอนที่เข้าโรงพยาบาลไปเมื่อลูกสองคนยังเล็ก แล้วออกมาก็รู้เลยว่าเราจะยังเป็นอะไรไม่ได้ เพราะยังต้องดูแลเขาอยู่และเราเองก็อยากจะอยู่กับเขาไปนานๆ
เหตุที่ห่วงลูกทำให้ผมสามารถบังคับตัวเองจากคนที่ขี้เกียจสุดๆ ไม่ชอบออกกำลัง มาวิ่งเป็นประจำ สม่ำเสมอ ยอมเข้ายิมอาทิตย์ละสองวัน เพื่อจะได้แข็งแรง ระวังตัวไม่ให้ป่วยเพราะไม่อยากให้เขาติดหวัดจากผม
และที่สำคัญ ความฝันฮาๆของผมอีกเรื่องก็คืออยากให้คนทักว่าลูกสาวโตเป็นสาวแล้วคุณพ่อยังดูหนุ่มอยู่เลย ก็เป็นแรงบันดาลใจเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมยั้งการกิน คุมน้ำหนักตัวเองได้ในวัยที่ทำได้ยากมาก
ลูกสาวทำให้ผมเริ่มมีเป้าหมายหลายอย่างในชีวิต เริ่มเก็บสตางค์เริ่มออมเป็นเรื่องเป็นราว เริ่มหยุดเล่นหุ้นปั่น เก็บเงินไว้เพราะอยากให้เขาได้เรียนโรงเรียนที่ดี และเผื่อกรณีฉุกเฉินในอนาคต
ลูกสาวทำให้ผมเริ่มอยากก้าวหน้าในอาชีพการงาน อยากให้เขาภูมิใจเวลามีคนมาชมพ่อ และอยากให้เขาได้ยินเรื่องดีๆเกี่ยวกับพ่อ อยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขา ทำให้ผมเห็นแก่ตัวน้อยลงอารมณ์เย็นขึ้น
1
พยายามช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อต่อไปมีอะไรจากการที่ผมช่วยเหลือคนไว้ ลูกสาวผมก็จะได้มีคนอยากช่วยเขาตอนโต
แน่นอนว่า การที่ผมเอาลูกสาวเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง ย่อมมีต้นทุนที่มาด้วยเสมอ ตั้งแต่เขาเด็ก ผมพยายามรีบกลับไปตบก้นเขาก่อนนอนแทบทุกคืน จนถึงตอนนี้ อะไรไม่สำคัญหรือใช้เวลาค่ำๆดึกๆติดกันก็จะเบี้ยว จะไม่ไปส่วนใหญ่
เสาร์อาทิตย์ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญก็ไม่ไปไหน ซึ่งก็ต้องแลกมากับเพื่อนสนิทที่น้อยลง สังคมที่มีไม่มากนัก งานบางอย่างที่ต้องตัดใจไม่ทำเพราะมากินเวลาลูก
แต่ก็คุ้มค่าและไม่เคยเสียดายอะไร
การตัดสินใจยากๆหลายอย่างก็ง่ายขึ้น เพราะเมื่อเอาสมการความห่วงลูกไปใส่แล้ว ก็จะรู้ว่าต้องทำอะไร ผมเคยถูกนักเลงโตอาละวาดใส่ ในใจก็โกรธแค้นแต่ก็ตัดสินใจง่ายว่าต้องยอม ไม่อยากมีเรื่องเพราะถ้ายืดเยื้อก็อาจจะกระทบถึงลูกสาว
ยอมอับอายขายขี้หน้าดีกว่า มีเรื่องหลายเรื่องที่ถ้าเป็นผมคนเดียวคงอดรนทนไม่ได้
แต่พอนับตัวแปรลูกสาวเข้ามา เรื่องที่ทนไม่ได้ก็ทนได้ เรื่องที่อยากรู้ก็ไม่อยากรู้ได้ เรื่องอะไรที่ควรทำไม่ควรทำก็จะเห็นได้ชัดเจนและง่ายในตัดสินใจในชีวิตมากๆ
1
……
แน่นอนว่าเรื่องราวที่ผมจะน้อยใจหรืองอน ก็จะอยู่แถวๆเวลาลูกสาวไม่สนใจ ก็จะต้องเริ่มมีสังคมส่วนตัว ใน IG ก็จะไม่มีรูปของผมในนั้นอีกเพราะกลัวเพื่อนแซว
จากโลกที่เขาเคยมีพ่อเป็นฮีโร่ ตอนนี้ก็มีเพื่อน มีดารา มีความสนใจอื่นเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยดุเคยสอน ก็ต้องเปลี่ยนเป็นฟังเป็นเพื่อนเขามากขึ้น
1
คนเป็นพ่อก็มักจะอยากสอนโน่นสอนนี่ แต่มีหลายครั้งที่ลูกสาวก็สอนผม ทำให้ผมได้คิดและเปลี่ยนตัวเองเหมือนกัน ตอนนี้สองสาวของผมเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว คนโตใกล้จะจบ คนเล็กกำลังเรียนปีสอง
มีช่วงหนึ่งตอนมัธยม ลูกสาวคนเล็กมีมรสุมชีวิตทั้งเรื่องเพื่อนและเรื่องเรียน ผมก็ก็พยายามสอนโน่นนี่ ดุบ้างไรบ้าง แต่ก็ดูจะทำให้เรื่องแย่ลง จนเขาก็ไม่อยากคุยกับผม
ด้วยความสงสารและห่วงลูก ทำให้ผมคิดได้ว่า แทนที่จะพยายามสอนพยายามดุเขาซึ่งเขาเริ่มโตก็คงไม่อยากฟังแล้ว จะทำอย่างไรให้เขามีปัญหาอะไรแล้วเล่าให้เราฟังน่าจะเป็นเป้าหมายที่ดีกว่ามากกว่า
ผมก็เลยพยายามเปลี่ยนตัวเอง เลิกดุ เลิกสอน แม้กระทั่งพูดให้น้อย ฟังให้มากขึ้น ช่วงแรกก็ต้องอดทนเป็นอย่างมากเพราะเคยแต่เป็นพ่อที่พูดสอนเขา แต่พอตั้งใจฟัง ฟังแม้กระทั่งตอนที่เขาไม่พูด เวลาผ่านไป เขาก็เริ่มกล้า เริ่มไว้ใจ และเริ่มเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง
1
จนเดี๋ยวนี้มีเรื่องอะไรทั้งคู่ก็จะโทรมาเล่าให้พ่อให้แม่ฟังเป็นคนแรก แม้กระทั่งมีหนุ่มมาจีบก็ยังเล่า เพราะเขาเห็นเราเป็นคู่คิด เป็นคนที่เขาไว้ใจและรู้ว่ารักเขา
ก็เป็นความสุขระหว่างวันของพ่อกับแม่เวลาลูกโทรมาเม้าจากเมืองนอกทุกวัน
พอมองย้อนกลับไป ก็มีเรื่องหนึ่งที่บอกได้เป็นอย่างดีว่าในที่สุดแล้ว เราจะตัดสินใจเรื่องลูกสาวบนพื้นฐานอะไร และเราจะยอมปรับตัว เปลี่ยนตัวเองเพื่ออะไร
ตอนที่เขาเล็กๆ ผมไม่รู้ว่าผมจะทำใจได้หรือไม่ด้วยความที่รักลูกสาวหวงลูกสาวมาก ก็คือเรื่องแฟน ถ้ายังไม่โตพอ เดิมผมคิดว่าคงไม่ยอมแน่ๆ คงโวยวายน่าดู จินตนาการไว้ว่าเราเองคงดุมาก คงไม่ยอมง่ายๆ อยากให้เรียนจบก่อนก็ว่ากันไป
เมื่อตอนคนเล็กอยู่มัธยมต้น ผมรู้ว่าลูกสาวคนเล็กผมแอบชอบเด็กผู้ชายคนหนึ่งในโรงเรียน บังเอิญผมรู้จักแม่ของเด็กคนนั้น วันหนึ่งเราไปกินข้าวแล้วเจอครอบครัวนั้นมากินร้านเดียวกัน ผมรู้ว่าลูกสาวผมแอบปิ๊ง ก็เลยแซวว่าจะให้พ่อพาไปแนะนำมั้ย
ลูกสาวผมเหมือนคิดแต่อาย บอกว่าไม่เป็นไรพ่อ
พอเดินออกนอกร้าน ผมสังเกตเห็นเขายังดูอาลัยอาวรณ์ ดูลังเล ผมก็เลยบอกอีกทีว่าเดินกลับไปมั้ย เดี๋ยวพ่อจะแนะนำให้ ไม่รู้ทำไมว่าถึงไม่หวงลูกสาวเหมือนที่คิดไว้ แค่เพราะว่าเราอยากเห็นลูกมีความสุขจน เรื่องอื่นผมก็ลืมไปหมด แต่ลูกสาวผมก็ตัดสินใจบอกว่าไม่เป็นไรพ่อ กลับบ้านกันเถอะ
ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ลูกสาวผมก็แชทคุยกับเพื่อนในรถ ผมถามว่าคุยอะไร ลูกสาวผมบอกว่าเล่าให้เพื่อนฟังถึงเหตุการณ์เมื่อกี๊ แล้วเล่าด้วยว่าพ่อพยายามจะแนะนำให้ ผมเลยถามว่าแล้วเพื่อนว่ายังไง
เขาตอบยิ้มๆ ว่า เพื่อนบอกว่า “good dad”
ผมได้คำจำกัดความของตัวเองมานานแล้ว เวลามีคนถามว่าพี่เป็นใคร ทำงานอะไร ผมไม่ได้อยากตอบว่าเป็นผู้บริหาร นักการตลาด หรือนักอะไรทั้งสิ้น
ยิ่งดูหนังโฆษณา Samsung ก็ยิ่งตอกย้ำคำตอบที่ตอบทีไรก็อยากตอบแค่ว่า ใช่ครับ
ผมนี่แหละ i am a girl dad ….
#girldad
4 บันทึก
19
2
6
4
19
2
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย