4 ธ.ค. 2025 เวลา 05:09 • ท่องเที่ยว

อย่าชะล่าใจ! สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามแม้โรงแรมจะเต็มช่วง High Season

High Season จบ แต่รายได้ไม่ควรตกตาม — โรงแรมต้องวางแผนอย่างไร ?
หลังจากช่วง High Season (พฤศจิกายน–มกราคม) โรงแรมหลายแห่งอาจรู้สึกโล่งที่ผ่านช่วงวุ่นวายมาได้ แต่ความจริงแล้ว… ก่อนที่ High Season จะจบ คือช่วงเวลาที่โรงแรมต้องเตรียมตัวอีกครั้ง เพราะทันทีที่เทศกาลผ่านไป ยอดจองมัก “สวิงลงทันที” หากไม่มีการเตรียมแผนรองรับอย่างต่อเนื่อง
Hotelsup ขอแนะนำ 5 สิ่งสำคัญที่โรงแรมต้องไม่มองข้ามหลังจบ High Season เพื่อรักษารายได้ให้เสถียรและไม่หลุดกราฟยอดจอง 👇
✅ 1. เก็บรีวิวจากแขก เพื่อใช้ต่อยอดยอดจองรอบถัดไป
ช่วง High Season คือช่วงที่โรงแรมมี “ลูกค้าจำนวนมากที่สุด” ของปี เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเก็บรีวิวคุณภาพบนแฟลตฟอร์มที่โรงแรมใช้ เพราะรีวิวเหล่านี้คืออาวุธสำคัญในการดันอันดับโรงแรมในช่วง Low Season และถ้าหากรีวิวดี จะช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้ 10–40% โดยไม่ต้องเพิ่มค่าโฆษณา
สิ่งที่ควรทำ :
- ส่งแบบสำรวจหลังเช็กเอาต์หรือในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อขอรีวิว
- ใช้ QR Code เพื่อให้แขกสแกนให้คะแนนได้ง่ายขึ้น
- ใช้สิ่งจูงใจ เช่น เสนอของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือส่วนลดพิเศษสำหรับการเข้าพักครั้งต่อไป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเขียนรีวิว
- ตอบกลับทุกรีวิวอย่างมืออาชีพ
✅ 2. ทำ Retarget ลูกค้าที่เพิ่งเข้าพัก เพราะเป็นกลุ่มปิดจองได้เร็วที่สุด
แขกที่เพิ่งเช็กเอาต์คือกลุ่มที่รู้จักโรงแรมคุณดีที่สุด จึงเป็นกลุ่มที่ “โอกาสกลับมาพักซ้ำสูงที่สุด” ลูกค้าเก่ามีโอกาสปิดจองสูงกว่าลูกค้าใหม่ถึง 3–8 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องมีการเดินทางเป็นประจำ
สิ่งที่ควรทำภายใน 7 วันหลังเข้าพัก :
- ส่งอีเมลขอบคุณ + ส่วนลดพิเศษสำหรับการกลับมาพัก
- สร้างแคมเปญ Retargeting เฉพาะลูกค้ากลุ่มนี้
- เสนอแพ็กเกจพิเศษ เช่น “Stay Again & Save 20%”
✅ 3. อัปเดต Rate Plan สำหรับช่วงหลังเทศกาล อย่าปล่อยให้ราคา “หลุดโซน”
ทันทีที่จบ High Season ตลาดจะเริ่มเข้าสู่ช่วง Mid หรือ Low หากยังใช้ราคาเดิม แขกจะรู้สึกว่า “แพงเกินไป” ดังนั้น การปรับราคาอย่างเหมาะสมสามารถดึงอัตราเข้าพักกลับขึ้นได้ 10–20%
สิ่งที่ควรทำ :
- ปรับราคาตามอุปสงค์จริงของเดือน
- เน้นโปรโมชันเสริมแทนการลดราคาหนัก เช่น Early Bird, Free Upgrade หรือ Stay Longer Pay Less
- ทำราคาแบบ Mobile Rate สำหรับ OTAs
✅ 4. วางแผนซ่อมบำรุงห้องพัก — Low Season คือเวลาปรับปรุงโรงแรม
ช่วง High Season ห้องพักใช้งานหนัก บางห้องเริ่มทรุด นี่คือจังหวะดีที่สุดในการ “อัพเกรดคุณภาพ” เพราะโรงแรมที่ซ่อมบำรุงดี จะได้รีวิวดีขึ้นทั้งปี และลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้มากถึง 30%
สิ่งที่ควรซ่อม / ตรวจ :
- ระบบต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก เช่น แอร์, ท่อน้ำ, ระบบไฟ
- ภายในห้องพัก เช่น ผ้าเครื่องนอน, หมอน, ผ้าขนหนู, เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด รวมถึงการปรับกลิ่นและบรรยากาศในห้อง
- ภายนอกห้องพัก เช่น Facilities ต่าง ๆ ที่โรงแรมมี เช่น สระว่ายน้ำ
✅ 5. ทำแผนการตลาดสำหรับช่วง Low Season ตั้งแต่เนิ่น ๆ
อย่ารอให้ยอดจองตกก่อนค่อยทำการตลาด ควรวางแผนทันทีก่อนจะจบ High Season เพราะฤดูกาลเงียบจะมาถึงเร็วมาก และถ้าไม่มีแผนรองรับ ยอดจองอาจ “ร่วงฮวบ” จนกระทบรายได้รายไตรมาส
ตัวอย่างแผนการตลาด :
- โปรโมชัน “พักวันธรรมดาราคาพิเศษ”
- แพ็กเกจ Wellness / Working Holiday / Long Stay
- ดึงตลาด Local และกลุ่ม Weekend Getaway
- ทำคอนเทนต์เพื่อรักษากระแส เช่น รีวิวห้อง, สิ่งอำนวยความสะดวก หรือจุดเช็กอินใกล้โรงแรม
💡โรงแรมที่ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ยอดจองจะไม่ตกฮวบ แต่จะค่อย ๆ ไล่ขึ้นอย่างเสถียร
รู้จัก Hotelsup มากขึ้น : https://www.hotelsup.co/
โฆษณา