6 ธ.ค. 2025 เวลา 01:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติจีนรีบ ‘เบรกหยวน’ ไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป หวั่นซ้ำเติมผู้ส่งออก ลุยซื้อดอลลาร์สกัดแรงพุ่ง

เงินหยวนกำลัง ‘แข็งค่า’ จนแตะระดับสำคัญ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่ธนาคารกลางจีนเร่งเข้ามาคุมจังหวะไม่ให้ค่าเงินทะยานเร็วเกินไป ทั้งผ่านการกำหนดฟิกซิ่งให้อ่อนกว่าที่ตลาดคาด และใช้ธนาคารรัฐเข้าซื้อดอลลาร์เป็นระลอก เพื่อรักษาความได้เปรียบของผู้ส่งออกจีน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนด “อัตราอ้างอิงรายวัน” ของเงินหยวนให้อ่อนค่ากว่าที่นักเทรดและนักวิเคราะห์คาดไว้มาก นี่บ่งชี้ว่าธนาคารกลางต้องการ “ชะลอไม่ให้เงินหยวนแข็งค่ารวดเร็วเกินไป”
สำหรับค่าฟิกซิ่งที่ตั้ง PBOC กำหนดไว้ที่ “7.0733 หยวนต่อดอลลาร์” ซึ่งอ่อนกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ถึง 164 pips (pip เป็นหน่วยเล็กที่สุดที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดเก็งกำไรค่าเงิน) ถือเป็นช่องว่างที่กว้างที่สุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022 โดยค่าฟิกซิ่งนี้ยังเป็นตัวกำหนดให้เงินหยวนออนชอร์แกว่งได้เพียงประมาณ ±2% รอบตัวเลขดังกล่าว
แม้ว่าธนาคารกลางจีนต้องการให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นแบบช้า ๆ เพื่อให้สะท้อนความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจจีน แต่ก็ไม่ต้องการให้แข็งเร็วเกินไป เพราะจะกระทบผู้ส่งออก ซึ่งอาจทำให้สินค้าจีนแพงขึ้นและเสียเปรียบด้านราคา แม้การแข็งค่าจะบ่งบอกว่าเงินทุนเริ่มไหลกลับและความสัมพันธ์จีน–สหรัฐดีขึ้น แต่ก็สามารถสร้างความเสี่ยงต่อภาคส่งออกได้
“เห็นได้ชัดว่า PBOC กำลังพยายามต้านแรงส่งของการแข็งค่าของเงินหยวน” ฟิโอนา ลิ้ม นักวิเคราะห์อาวุโสด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคาร Maybank ในสิงคโปร์กล่าว “มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้เงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่า แต่ PBOC ก็เริ่มเข้ามาควบคุมให้การแข็งค่านั้น เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป”
ยังมีหลักฐานอีกว่า จีนใช้ “เครื่องมือโดยตรง” มากขึ้นเพื่อจำกัดการแข็งค่าของเงินหยวน โดยไม่ได้พึ่งเพียงอัตราฟิกซิ่งเท่านั้น ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ของรัฐได้เข้าซื้อดอลลาร์เป็นระยะ ๆ เพื่อชะลอแรงแข็งค่าของหยวน
การที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้น บ่งบอกว่าบริบทวันนี้ต่างจากช่วงสงครามการค้า 2018–2019 มาก เดิมทีเศรษฐกิจจีนพึ่งผู้บริโภคสหรัฐเป็นหลัก แต่ตอนนี้จีนกระจายตลาดส่งออกไปยัง “ประเทศกำลังพัฒนา” มากขึ้น และยังมีบทบาทเด่นขึ้นในห่วงโซ่อุปทานสำคัญ เช่น แร่หายาก
โฆษณา