Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
6 ธ.ค. 2025 เวลา 12:08 • ประวัติศาสตร์
“เชห์ซาเด มุสตาฟา (Şehzade Mustafa)“ เจ้าชายผู้สิ้นชีพจากความหวาดระแวงของพระราชบิดา
ในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิออตโตมัน มีบุคคลเพียงไม่กี่คนที่จะตราตรึงและมีจุดจบที่น่าเศร้าและตรึงตาเท่ากับ “เชห์ซาเด มุสตาฟา (Şehzade Mustafa)“ พระราชโอรสผู้อาภัพของ “สุลต่านสุลัยมานที่ 1 (Suleiman I)” หรือเป็นที่รู้จักในสมัญญานาม “สุลัยมานผู้เกรียงไกร (Suleiman the Magnificent)“
เรื่องราวของพระองค์คือความรุ่งโรจน์ การถูกหักหลัง และโศกนาฏกรรมทางการเมือง เป็นสัญลักษณ์ที่ยืนยงว่าอำนาจนั้นสามารถยกระดับและทำลายล้างได้ในเวลาเดียวกัน
เรื่องราวของพระองค์เป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
เชห์ซาเด มุสตาฟา (Şehzade Mustafa)
“เจ้าชายเชห์ซาเด มุสตาฟา (Şehzade Mustafa)“ ประสูติในปี ค.ศ.1515 (พ.ศ.2058) โดยทรงเป็นพระราชโอรสองค์โตใน “สุลต่านสุลัยมานที่ 1 (Suleiman I)“ ประสูติแต่พระสนม ”มาฮิเดฟรัน สุลต่าน (Mahidevran Sultan)“
ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เจ้าชายมุสตาฟาทรงฉายแววพระปรีชาสามารถ ทรงมีพระสติปัญญา มีเสน่ห์ และมีออร่าความเป็นผู้นำเด่นชัด
บันทึกประวัติศาสตร์ของออตโตมันได้บรรยายว่าพระองค์สง่างาม และเป็นที่ชื่นชม เคารพนับถือจากเหล่าทหารและขุนนางในราชสำนัก ซึ่งมองพระองค์เป็นผู้สืบทอดความเกรียงไกรของพระราชบิดา
สุลต่านสุลัยมานที่ 1 (Suleiman I)
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ เจ้าชายมุสตาฟาทรงถูกส่งไปปกครองมณฑลต่างๆ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยเริ่มจากมานิซา ก่อนจะย้ายไปอามัสยา ซึ่งเป็นสนามฝึกสำหรับเจ้าชายที่คาดหวังว่าจะได้ทรงเรียนรู้วิชาการปกครองและบัญชาการทหาร
เจ้าชายมุสตาฟาทรงมีความยุติธรรม มีวินัย และได้รับความนิยมและเคารพนับถือจากหมู่ประชาชนในท้องถิ่น และภายในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 เจ้าชายมุสตาฟาก็ได้กลายเป็น “รัชทายาทองค์โปรด” ในสายตาของผู้คนมากมายแทบจะทั่วทั้งจักรวรรดิ เรียกได้ว่าเป็นว่าที่กษัตริย์ที่ประชาชนรักและเคารพ
แต่ภายในพระราชวังหลวง เงาแห่งความมืดได้ทอดยาวขึ้นเรื่อยๆ
“ฮิวร์เรม สุลต่าน (Hürrem Sultan)” สนมคนต่อมาของสุลต่านสุลัยมานที่ 1 ผู้ซึ่งมีความฉลาดเป็นเลิศและมีความทะเยอทะยาน ได้ก้าวขึ้นจากเป็นพระสนม ได้เป็นพระมเหสีเอกของสุลต่านสุลัยมานที่ 1
ฮิวร์เรม สุลต่าน (Hürrem Sultan)
พระนางฮิวร์เรมทรงมุ่งมั่นที่จะรักษาบัลลังก์ไว้ให้พระราชโอรสของพระนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เจ้าชายเซลิม (Selim)” ซึ่งต่อมาคือ “สุลต่านเซลิมที่ 2 (Selim II)” และในเกมแห่งการเมืองราชวงศ์ที่อันตราย เจ้าชายมุสตาฟาคือภัยคุกคามอันดับหนึ่ง
เชื่อกันว่าพระนางฮิวร์เรมได้วางแผนการใส่ร้ายเจ้าชายมุสตาฟา กระจายข่าวลือให้แพร่สะพัดไปทั่วว่าเจ้าชายมุสตาฟากำลังทรงวางแผนโค่นล้มพระราชบิดา และได้มีจดหมายทั้งจริงและปลอมที่ส่งไปถวายสุลต่านสุลัยมานที่ 1 กล่าวถึงการกบฏและความไม่จงรักภักดี
ในปีค.ศ.1553 (พ.ศ.2096) ระหว่างที่ออตโตมันกำลังรบกับเปอร์เซีย เจ้าชายมุสตาฟาทรงถูกเรียกตัวไปยังค่ายทหารของพระราชบิดาที่เมืองคอนยา ซึ่งเหล่าทหารและผู้จงรักภักดีต่อเจ้าชายมุสตาฟาก็ได้ถวายคำเตือนแก่พระองค์ เกรงว่านี่อาจจะเป็นกับดัก
สุลต่านเซลิมที่ 2 (Selim II)
แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าชายมุสตาฟาก็ยังคงเชื่อฟังคำสั่ง เสด็จไปตามคำสั่ง ซึ่งอาจเป็นเพราะความจงรักภักดี หรืออาจเป็นเพราะความเชื่อในโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
ขณะที่พระองค์เสด็จเข้าไปในกระโจมของสุลต่านสุลัยมานที่ 1 ทหารองครักษ์ได้เข้าจับกุมพระองค์ โดยจากบันทึกประวัติศาสตร์ การสำเร็จโทษได้ถูกดำเนินอย่างรวดเร็วด้วยสายธนู มีการใช้สายธนูรัดพระศอ ซึ่งเป็นวิธีการประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์แบบดั้งเดิมเพื่อป้องกันไม่ให้องค์กษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ต้องสูญเสียพระโลหิต โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์ได้บันทึกว่า สุลต่านสุลัยมานที่ 1 ทรงซ่อนองค์อยู่หลังม่าน เฝ้าดูพระราชโอรสผู้เป็นที่รักถูกรัดพระศอจนสิ้นพระชนม์
เจ้าชายมุสตาฟามีพระชนมายุเพียง 38 พรรษา
การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายมุสตาฟาได้สร้างความตกตะลึงและโศกเศร้าไปทั้งจักรวรรดิออตโตมัน ทหารต่างร่ำไห้ ประชาชนต่างก็คร่ำครวญและเสียใจต่อการจากไปของเจ้าชายที่เป็นความหวังของราชวงศ์ ในบางภูมิภาคถึงกับมีการก่อกบฏโดยอ้างพระนามของเจ้าชายมุสตาฟา
กองทัพทหารซึ่งจงรักภักดีต่อเจ้าชายมุสตาฟา ได้สาปแช่งพระนางฮิวร์เรม โดยเชื่อว่าพระนางมีส่วนในการปลงพระชนม์ครั้งนี้ และว่ากันว่าสุลต่านสุลัยมานที่ 1 เอง ในช่วงปลายพระชนม์ชีพก็ทรงซึมเศร้าและรู้สึกผิดต่อการสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรส
เวลาผ่านมาหลายศตวรรษ เจ้าชายมุสตาฟายังคงถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆ เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ที่ถูกทำลายโดยความทะเยอทะยาน และเป็นเครื่องยืนยันถึงอันตรายของอำนาจในจักรวรรดิที่ความรักและความจงรักภักดีมักจะปะทะกับการเมืองและการเอาชีวิตรอด
สุสานของพระองค์ที่เมืองบูร์ซา ซึ่งเรียบง่ายแต่ทรงเกียรติ ยังคงดึงดูดผู้มาเยือนที่มาแสดงความเคารพต่อเจ้าชายผู้ล่วงลับ และเรื่องราวของพระองค์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนวนิยาย ละครโทรทัศน์ และบทกวีต่างๆ มากมาย
ความรุ่งเรืองและล่มสลายของเจ้าชายมุสตาฟา ทำให้เห็นภาพลางๆ ของละครประวัติศาสตร์ที่คงอยู่ตลอดไป นั่นคือราคาของอำนาจ การทรยศต่อความหวาดกลัว และโศกนาฏกรรมของพระราชโอรสผู้จงรักภักดีที่กลายเป็นเหยื่อของพระราชบิดาของพระองค์เอง
References:
https://medium.com/@nikosxdaskalakis/condemned-by-blood-the-prince-who-died-for-his-fathers-paranoia-3131e21c851f
https://grokipedia.com/page/%C5%9Eehzade_Mustafa
https://mehmed-fetihler-sultani.fandom.com/wiki/%C5%9Eehzade_Mustafa
ประวัติศาสตร์
1 บันทึก
15
4
1
15
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย