Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Arifeen Yama | อารีฝีน ยามา
•
ติดตาม
5 ธ.ค. 2025 เวลา 11:16 • ข่าวรอบโลก
จีนในจุดเปลี่ยนของความมั่นคงเอเชียกลาง
จีนกำลังก้าวหน้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมในเอเชียกลางและเอเชียใต้ โดยตั้งเป้าเชื่อมภูมิภาคด้วยโครงการขนาดใหญ่ทั้งด้านถนน เหมืองแร่ และโลจิสติกส์ แต่ความสำเร็จของโครงการเหล่านี้ต่างผูกพันกับเงื่อนไขด้านความมั่นคง ซึ่งจีนไม่อาจควบคุมได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ชายแดนที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง จึงทำให้ปักกิ่งต้องขยายบทบาทเชิงความร่วมมือด้านความมั่นคงในหลายประเทศมากขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นติดกันสองครั้งในช่วงปลายปี 2025 กลายเป็นความท้าทายสำคัญต่อยุทธศาสตร์ของจีนในเอเชียกลาง เหตุการณ์แรกคือการโจมตีด้วยโดรนจากฝั่งอัฟกานิสถานเข้าสู่ทาจิกิสถาน ทำให้แรงงานชาวจีนห้าคนที่ทำงานก่อสร้างถนนและเหมืองทองเสียชีวิต เหตุนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการโจมตีเป้าหมายจีนในทาจิกิสถานโดยตรง และทำให้จีนต้องทบทวนความเสี่ยงที่ตนแบกรับในภูมิภาคที่กำลังลงทุนอย่างหนัก
การโจมตีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของผลประโยชน์จีนในพื้นที่ที่ยังไม่มั่นคง และยังทำให้เกิดคำถามว่า จีนจะสามารถรับประกันความปลอดภัยให้แก่แรงงานและทรัพย์สินของตนได้มากน้อยเพียงใดในพื้นที่ที่อยู่ติดกับอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มมานานหลายทศวรรษ
เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นบริเวณชายแดนอัฟกานิสถาน–ปากีสถาน ซึ่งมีการยิงปะทะ การใช้ปืนใหญ่ และการโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม ทำให้ทหารปากีสถานเสียชีวิตหลายราย ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอย่างหนักนี้ทำให้จีนเข้าไปมีบทบาทไกล่เกลี่ยได้ยากขึ้น เพราะความไม่ไว้วางใจระหว่างปากีสถานและตอลิบานยังคงฝังลึกและไม่เคยถูกแก้ไขอย่างแท้จริง
ในสภาพเช่นนี้ จีนจึงพบว่าตนอยู่ในทางเลือกที่ยากลำบากว่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลตอลิบานเพื่อให้ควบคุมพื้นที่ติดพรมแดน หรือจะลดขนาดโครงการพัฒนาในภูมิภาคลงเพื่อลดความเสี่ยง แต่ทั้งสองทางเลือกต่างกระทบต่อเป้าหมายระยะยาวของจีนในการสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ในเอเชียกลาง
ขณะเดียวกัน มีรายงานในบางสื่อว่าทาจิกิสถานได้ร้องขอความช่วยเหลือทางทหารจาก CSTO แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ทาจิกิสถานได้ดูแลชายแดนของตนเองมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2005 การกล่าวอ้างดังกล่าวจึงอาจเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนด้านข้อมูล แม้ CSTO จะมีโครงการเสริมความมั่นคงบริเวณชายแดนร่วมกัน แต่ก็เป็นเพียงกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่การเข้ามาควบคุมสถานการณ์โดยตรง
เมื่อมองในภาพรวม เหตุรุนแรงเหล่านี้กลับเอื้อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ให้แก่ปากีสถานอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะปากีสถานสามารถชี้ให้เห็นได้ชัดว่าภัยคุกคามจากฝั่งอัฟกานิสถานเป็นปัญหาที่แท้จริง และควรได้รับความร่วมมือจากมหาอำนาจ การโจมตีข้ามพรมแดนทำให้คำเตือนของปากีสถานมีน้ำหนักมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ประเทศกลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญในความมั่นคงระดับภูมิภาค
บทบาทของปากีสถานจึงถูกยกระดับอย่างเป็นรูปธรรมในสายตาของจีน เพราะจีนไม่สามารถเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงที่ว่า การรักษาความปลอดภัยของโครงการในภูมิภาคนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากปากีสถาน และปากีสถานเองก็กำลังใช้โอกาสนี้ในการฟื้นบทบาทของตนในสมการความมั่นคงของอัฟกานิสถาน
ในอีกด้านหนึ่ง การตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นทำให้สหรัฐฯ ถูกพูดถึงอีกครั้งว่ามีความเป็นไปได้ที่จะกลับมามีบทบาทในอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการใช้งานฐานทัพบากราม สหรัฐฯ ใช้วาทกรรมที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลตอลิบานคือผู้ที่สามารถตัดสินใจในเรื่องความมั่นคงของประเทศได้มากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าการเข้าถึงอัฟกานิสถานของประเทศภายนอกต้องผ่านช่องทางที่มีข้อจำกัดมากกว่าที่เคย
หากสหรัฐฯ ต้องการกลับเข้ามาในภูมิภาคจริง การพึ่งพาปากีสถานแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเหตุผลทั้งด้านภูมิศาสตร์และโลจิสติกส์ เพราะการขนส่งกำลังบำรุงทางทหารไปยังอัฟกานิสถานโดยไม่ผ่านปากีสถานแทบเป็นไปไม่ได้เลย ความเป็นจริงนี้ทำให้ปากีสถานกลายเป็นประตูยุทธศาสตร์ที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต้องให้ความสำคัญ
เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดร่วมกัน จะเห็นได้ว่าจีนกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านความมั่นคงที่เด่นชัดขึ้นในเอเชียกลาง แม้จีนจะทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างอิทธิพลด้านเศรษฐกิจ แต่เหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุดทำให้ปักกิ่งตระหนักชัดว่าเครื่องมือทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความสำเร็จได้ในภูมิภาคที่ยังสั่นคลอนต่อภัยคุกคามข้ามพรมแดน
ในขณะเดียวกัน ปากีสถานกลับได้รับพื้นที่ในการเสริมสร้างบทบาททางการทูตและความมั่นคงของตน ทั้งในความสัมพันธ์กับจีนและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ กับสหรัฐฯ ซึ่งกำลังมองหาช่องทางกลับมามีอิทธิพลในภูมิภาคที่สำคัญแห่งนี้อีกครั้ง
สถานการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้เอเชียกลางซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงพื้นที่รอบนอก กลับกลายเป็นเวทีแข่งขันของมหาอำนาจใหม่อย่างชัดเจน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นไม่เพียงสะท้อนถึงความเปราะบางของภูมิภาค แต่ยังเป็นสัญญาณว่าการจัดระเบียบอำนาจในเอเชียกลางกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ
ท้ายที่สุด เหตุการณ์ที่ทาจิกิสถานและปากีสถานชี้ให้เห็นว่า จีนกำลังเข้าสู่ยุคที่ต้องใช้ทั้งพลังทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านความมั่นคง และการทูตที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น หากต้องการรักษาบทบาทของตนในภูมิภาคที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเช่นนี้ พร้อม ๆ กับที่ปากีสถานจะยังคงเป็นผู้เล่นที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
การเมือง
ข่าวรอบโลก
ธุรกิจ
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย