6 ธ.ค. 2025 เวลา 10:01 • ประวัติศาสตร์

ชายหิวแสงผู้ทำลายประวัติศาสตร์แห่งโลกโบราณ

ในเดือนกรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล ชายคนหนึ่งนามว่า “เฮโรสตราตัส (Herostratus)” ได้ก่อเหตุอาชญากรรมที่ฉาวโฉ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โบราณ โดยเป้าหมายคือ “วิหารอาร์เทมิส (Temple of Artemis)” ซึ่งเป็นหนึ่งใน “เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ (Seven Wonders of the Ancient World)”
แรงจูงใจของเฮโรสตราตัสนั้นฟังดูน่าโมโหมาก นั่นคือเขาแค่ต้องการจะจารึกชื่อของตนเองให้เป็นที่จดจำตลอดไป หรือพูดง่ายๆ คือ “หิวแสง”
แล้วเฮโรสตราตัสเป็นใคร?
ข้อมูลเกี่ยวกับเฮโรสตราตัสนั้นมีน้อยมาก แหล่งข้อมูลโบราณระบุว่าเขาเป็นชาวกรีกนิรนาม และความปรารถนาที่จะมีชื่อเสียง ก็ได้ผลักดันให้เขาก่อการกระทำที่รุนแรงแต่โง่เขลาเช่นนี้
เฮโรสตราตัส (Herostratus)
เมื่อถูกจับ เฮโรสตราตัสถูกทรมานจนต้องยอมสารภาพ โดยสารภาพว่าแรงจูงใจคือต้องการจะให้นามของตนเป็นที่จดจำไปชั่วกาลนาน
วิหารอาร์เทมิส เป็นศาสนสถานขนาดมหึมาในเมืองเอเฟซัส ซึ่งปัจจุบันคือประเทศตุรกี โดยวิหารนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง โดยครั้งที่ถูกทำลายเมื่อ 356 ปีก่อนคริสตกาล ถือเป็นรูปแบบวิหารที่งดงามที่สุดรูปแบบหนึ่ง
โครงการสร้างและบูรณะวิหารนี้ ได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจากกษัตริย์แห่งลิเดียเมื่อราวยุค 500 ปีก่อนคริสตกาล และว่ากันว่าวิหารแห่งนี้มีขนาดใหญ่โต ประดับประดาอย่างหรูหรา สร้างด้วยหินอ่อนเกือบทั้งหมด และมีเสาหินเรียงรายโอ่อ่า
วิหารอาร์เทมิส (Temple of Artemis)
ในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล ว่ากันว่าเฮโรสตราตัสได้เข้าไปในวิหารและจุดไฟเผาคานหลังคาไม้ ทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ต่อวิหาร
ตามตำนานเล่าว่า ในคืนเดียวกันนั้น “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)” ได้เสด็จพระราชสมภพ ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกิน และหลายคนโยงว่านี่อาจจะเป็นนิมิตรหมายบางอย่าง หรือเทพเจ้ามัวแต่สนใจในการเสด็จสู่พิภพของมหาราชผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้จนละเลย ไม่มาปกป้องวิหาร
การกระทำของเฮโรสตราตัสสร้างความโกรธแค้นแก่ชาวเมืองเอเฟซัสอย่างมาก มีการตัดสินประหารชีวิตเฮโรสตราตัส และยังออกพระราชกฤษฎีกา “Damnatio Memoriae” ซึ่งเป็นการประณามความทรงจำ หรือการลบทุกอย่างเกี่ยวกับบุคคลนั้นออกจากประวัติศาสตร์ เสมือนว่าบุคคลนั้นไม่เคยมีอยู่ มีการห้ามกล่าวถึงชื่อของเฮโรสตราตัสไม่ว่าจะในการพูดหรือการเขียนใดๆ ก็ตาม
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)
ทว่า ความพยายามนี้ก็ไร้ผล นักประวัติศาสตร์ได้บันทึกชื่อและการกระทำของเขาไว้ และนักประวัติศาสตร์ในยุคต่อมาก็ได้เก็บรักษาเรื่องราวนี้ไว้ ทำให้เรื่องราวของเฮโรสตราตัสอยู่รอดมาได้ แม้จะมีความพยายามลบเลือนมันก็ตาม
ที่น่าสนใจคือ นักวิชาการสมัยใหม่บางคนตั้งคำถามว่า เฮโรสตราตัสเป็นผู้ก่อเหตุไฟไหม้แต่เพียงผู้เดียวจริงหรือไม่? หรือว่าคำสารภาพนั้นถูกบังคับเนื่องจากถูกทรมาน?
หลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสวรรคต ชาวเอเฟซัสก็เริ่มสร้างวิหารขึ้นใหม่ โดยวิหารใหม่มีขนาดใหญ่โตกว่าเดิม ตั้งตระหง่านอยู่เป็นเวลาหลายศตวรรษ
แต่ในปัจจุบัน วิหารก็เหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเนื่องจากผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน เหลือเพียงประวัติศาสตร์เล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน
เคสของเฮโรสตราตัสได้ก่อให้เกิดแนวคิดที่เรียกว่า "Ηροστράτειος δόξα (เฮโรสตราเตียออส ด็อกซา)“ ซึ่งหมายถึง "ชื่อเสียงของเฮโรสตราตัส (Herostratic fame)” อันเป็นแนวคิดของการแสวงหาชื่อเสียงในทางเสื่อมเสียหรือความฉาวโฉ่ผ่านการกระทำที่ผิด
ชื่อของเฮโรสตราตัสมักถูกนำมากล่าวอ้างในฐานะตัวอย่างเตือนใจถึงการแสวงหาชื่อเสียงไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม การหิวแสงแบบผิดที่ผิดทาง
แต่ความย้อนแย้งก็คือ แม้ว่าจะมีความพยายามลบเฮโรสตราตัสออกไปจากประวัติศาสตร์ แต่ประวัติศาสตร์กลับเก็บรักษาเขาไว้อย่างมั่นคง
การกระทำของเฮโรสตราตัสอาจจะเรียกได้ว่าเป็นความ “หิวแสง” ครั้งมโหฬารที่ส่งผลต่อประวัติศาสตร์โลกเลยทีเดียว
โฆษณา