12 ธ.ค. 2025 เวลา 01:10 • ความคิดเห็น

พัทยากับนักท่องเที่ยวจีน

ผมได้รับชวนจากเพื่อนเก่าแก่ให้ไปพูดในงานประชุมของสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรีที่พัทยา ด้วยความเกรงใจเพื่อนแต่ตัวเองความรู้เรื่องท่องเที่ยวน้อย ก็เลยขอชวนน้องเฟิร์น ปณิชา ที่ผมชอบขอข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเมืองจีนมาเขียน ไปช่วยเล่า เพราะเฟิร์นทั้งมีบริษัทที่จีน ทำเรื่องโซเชียลมีเดียกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนให้มาไทย และดูแลสินค้าไทยไปจีนหลายตัว
ความรู้ของเฟิร์นย่อมมีประโยชน์กว่าผมแน่ๆ
และก็น่าจะเป็นการบรรยายที่ง่ายที่สุดในชีวิตผมตามคาด เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นผูฟังข้อมูลที่เฟิร์นเตรียมมาเล่าให้ชาวผู้ประกอบการท่องเที่ยวของพัทยาฟัง
ฟังแล้วคิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากกว่าแค่ในห้องนั้น ก็เลยอยากเอามาเผยแพร่ต่อครับ
1. ผมได้ยินจากกูรูมาว่าด้วยเพราะจีนแบนไม่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวไทยน่าจะได้อานิสงส์เรื่องนี้เต็มๆ ถึงกับมีคนบอกว่าให้จับตาดูมกราคม ถ้าจีนกลับมาก็คือยุคทองท่องเที่ยวไทยปีหน้าแน่ๆ
เฟิร์นก็บอกว่าเดิมเป็นจริงตามนั้น กระแสในโซเชียลจีนในการเที่ยวไทยเริ่มคึกคัก แต่ประเทศแรกที่ได้ส้มหล่นจากการท่องเที่ยวจีนกลับเป็นเกาหลี จีนไปเกาหลีจนมีคนเกาหลีรวมตัวประท้วงว่ามากเกินไปในระดับนั้นเลย
ส่วนไทยนั้น พอมีเรื่องสงครามเขมร เทรนด์ทุกอย่างก็ปักหัวลง เฟิร์นบอกว่าเขมรทำคอนเท้นท์ออนไลน์ใส่ร้ายไทยได้เก่งมากๆ มีคลิป มีข่าวของเขมรเยอะมากจนมีผลต่อความกังวลของคนจีนโดยรวม
เฟิร์นแนะนำว่าให้ลองดูตัวเลขของประเทศอื่นประกอบโดยเฉพาะไต้หวันกับเวียดนาม เพราะนักท่องเที่ยวไต้หวันโตขึ้นมากในระดับล้านกว่าคนทั้งๆ ที่ประชากรไต้หวันมีแค่ยี่สิบล้านต้น ไต้หวันชอบไทยมากและรู้ว่าไทยปลอดภัย
นอกจากนั้น เวียดนามก็โตขึ้นเรื่อยๆ เฟิร์นเล่าว่าประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่ยาว บินจากเหนือมาเมืองใต้ก็ไกลพอๆกับมาไทย เพิ่มค่าตั๋วสามร้อยบาทก็มาไทยได้แล้ว และคนรุ่นใหม่เวียดนามก็มองไทยเป็นเมืองเจริญที่มาได้สะดวกเหมือนคนจีนสมัยก่อน
วัยรุ่นเวียดนามหลายคนตั้งโปรไฟล์ที่เที่ยวไทยในมือถือเป็นเป้าหมายเลยด้วยซ้ำ ในทางหนึ่งเป็นคู่แข่งการท่องเที่ยวจริง แต่อีกทางก็เป็นตลาดที่น่าสนใจที่จะชวนมาเที่ยวเช่นกัน
2. ส่วนเมืองจีนที่เจริญอย่างรวดเร็ว การไปพยายามชวนเมือง tier 1 อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้นั้นยากขึ้นมากเพราะบ้านเขาทั้งเจริญกว่า และปลอดภัยกว่า ล้ำกว่า สถานที่ท่องเที่ยวจีนก็พัฒนาไปไกลจนเที่ยวในประเทศก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
เฟิร์นแนะนำให้สมาคมท่องเที่ยวพัทยาที่จะต้องไปออกงานอยู่ ให้ไปเมือง tier 2 แทน เพราะเมือง tier 2 เช่นยูนนาน เมืองคุนหมิง หรือหนานหนิง นั้นน่าสนใจ ประชากรก็เยอะมาก และไม่ติดทะเล แถมใกล้ไทย
การมาพัทยาแล้วได้เล่นน้ำในทะเลคือที่สุด และองค์ประกอบอื่นก็ยังทำให้เขาตื่นเต้นได้ แม้แต่ห้างไทยที่ tier 1 เฉยๆ แถมมีสายการบินบินตรงราคาไม่แพงด้วย
3. พฤติกรรมคนจีนที่มาท่องเที่ยวไทยก็เปลี่ยนไปจากเดิมจากกรุ๊ปทัวร์เป็นเที่ยวเดี่ยว การมาไทยก็เน้นไปที่อีเว้นท์หรือ festival มากขึ้น ในโซเชียลจีน อีเว้นท์ดังๆ ของไทยก็คือการ countdown ตามห้างต่างๆ ช่วงปีใหม่ งาน 808 festival งาน big mountain music festival เป็นต้น
1
กลุ่มที่โตมากๆและถือว่าไทยเป็นเมืองหลวงเลยก็คือ LGBTQIA+ เพราะที่จีนยังทำตัวสนุกและเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ งาน White party S2o ของวู้ดดี้ เป็นสองงานที่โด่งดังมาก เป็น destination ของกลุ่มนี้เลย งาน pride parade ไทยก็มีกลุ่มคนจีนมาเดินกันเต็ม
ซึ่งถ้าพัทยาสามารถสร้างงาน festival สำหรับกลุ่มนี้ได้ก็จะไม่ค่อยมีคู่แข่งในระดับภูมิภาค และเมืองไทยมีชื่อเสียงด้านนี้อยู่แล้ว
4. กลุ่มสายมูเป็นกลุ่มใหญ่มากเช่นกัน แต่ข้อมูลชุดความรู้ที่จีนกับที่ไทยคนละชุด แม้แต่ในชลบุรีเองก็มีวัดที่ดังมากๆในจีนแต่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก เป็นวัดที่ใครเคยทำแท้งต้องมาแก้กรรม เพราะคนจีนทำแท้งเสรีและไม่มีศาสนา
ผู้หญิงเยอะมากเคยทำแท้งและก็มีคนไปจุดความเชื่อว่า ถ้าเคยทำแท้งต้องมาแก้กรรมที่วัดนี้ พิธีก็ง่ายๆ ห้านาที แต่เก็บถึงหมื่นหยวน
เฟิร์นยังเล่าถึงฤษีที่ดังมากๆ ในจีนแต่คนไทยไม่รู้จัก พระเครื่องก็เช่นกัน แต่ชุดความเชื่อของจีนนั้นต่างจากไทย เฟิร์นเล่าว่าเคยคุยกันนักธุรกิจจีนห้อยพระเครื่องไทย แต่เขาจะเช่าพระเก่า เพราะเขาบอกว่าพลังหมดแล้ว
เขามีสมเด็จเจ็ดสีที่คนไทยอาจจะไม่คุ้น เลือกใส่ตามวันเลย พระที่ปลุกเสกก็เป็นพระหนุ่ม แล้วต้องมาชาร์จพลังทุกปี เป็นความเชื่อที่ต่างออกไป ถ้าเข้าใจก็อาจจะเห็นช่องทางอะไรบางอย่างได้
สักยันต์ของไทยก็เป็นความเชื่อถือว่าจะได้ชื่อเสียง เงินทอง ป้องกันภัยร้ายด้วยเช่นกัน
5. เฟิร์นชวนทีมพัทยาให้เน้นโปรโมทกิจกรรมที่ทำในเมืองจีนจะทำไม่ได้ ต้องมาไทยถึงทำได้ เช่นการยิงปืนในสนามยิงปืน ที่จีนนั้นพลเรือนไม่สามารถพกปืนหรือไปยิงปืนในสนามเล่นได้ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้าแค่ไหน
1
การที่ได้ประสบการณ์การยิงปืนแล้วได้โชว์เพื่อนคือที่สุดแห่งที่สุด การดริปวิตามินบางตัว เช่น NAD+ ที่จีนก็ห้าม คนจีนที่มีการศึกษาจากตะวันตกถึงสาร antiaging ต่างๆก็อยากลอง ก็มีโพสต์อวดว่าได้มาดริปแล้ว
การทำอัลตร้าซาวน์เพศทารกก็เป็นกฎหมายต้องห้ามในระดับร้ายแรงที่จีน น่าจะเพราะป้องกันการคัดเลือกเพศ คนจีนรวยๆ หลายคนรู้ว่าไทยทำได้ง่ายก็จะบินมาไทยเพื่อดูเพศ ซึ่งที่ไทยเป็นเรื่องปกติ
นอกจากเมืองที่ต้องแม่นในการไปชวนแล้ว กิจกรรมที่น่าสนใจก็ควรจะหอบไปเล่าเช่นกัน นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว อาหารทะเลไทยแบบสดๆก็ถูกกว่าจีนมาก กิจกรรมกีฬาทางน้ำ หรือทะเลที่เล่นได้จริงก็เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนจีน
นวดไทยสายผ่อนคลายก็เป็นจุดขายสำคัญ คนจีนไม่เชื่อเรื่องนวดรักษาเพราะเขาใช้ฝังเข็ม แต่สายผ่อนคลายนั้นไทยมีชื่อเสียงมาก ราคานวดสปาที่จีนแพงกว่าไทยระดับ 10 เท่า เราหาที่นวดไทยได้ 300-500 บาท คนจีนมาไทยเลยนวดยาวๆเพราะรู้สึกคุ้มค่ามาก
อ่อ ไม่รวม night life ไทยที่อิสระ เฮฮา ไม่ค่อยเคร่งเหมือนจีน ที่จีนคือปิดเวลาไหน ตำรวจมาเลย แต่ไทยปิดเวลาไหนก็…
6. เฟิร์นลองเอาข้อมูลที่หาได้จากเสี่ยวหงชู (ประมาณ instagram) ที่คนจีนพูดถึงพัทยามาให้ทีมพัทยาดูไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ พอโชว์มาในห้องก็ดูจะงงๆ เพราะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นกันแม้จะเป็นคนท้องถิ่นก็ตาม
ก็แสดงถึงข้อมูลข่าวสาร การรับรู้และความเข้าใจที่ถ้าทำตลาดจีนจริงๆ ก็ต้องเน้น insight และ storytelling มากกว่านี้
ก็เลยแนะนำกันว่า เริ่มต้นโดยการเริ่มจากโพสต์ เล่า และหาเรื่องราวไปใส่ในเสี่ยวหงชูก่อน เพราะเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อ ก็คุยกันต่อว่าน่าจะต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง และก็มีไอเดียว่า งั้นก็ใช้นักศึกษาจีนที่เรียนอยู่ในพัทยาบ้าง ม บูรพาบ้าง จ้างกลุ่มเด็กๆมาช่วยทำคอนเท้นท์ก็ได้นี่นา
ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดีที่จะทำอะไรต่างออกไป นอกจากการไป roadshow เมืองรองใหม่ๆ
1
ก็คงตามที่ซุนวูเคยว่าไว้นั่นล่ะครับว่า ต้องรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งถึงจะชนะร้อยครั้งนั่นเอง
นอกจากพัทยาแล้ว ถ้าใครกำลังสนใจเรื่องการดึงนักท่องเที่ยวจีน บางส่วนในเนื้อหานี้อาจจะเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ..
ไม่คิดว่ามีประโยชน์ก็ข้ามๆไปได้ ไม่ต้องเกรียนนะครับ ช่วงนี้ของขึ้นง่ายเวลามีโพสต์เกรียนๆ
โฆษณา